
คนไทยใช้ "อินเทอร์เน็ต" เฉลี่ย 4 ชม. 57 น. แต่กลับมี "ทักษะดิจิทัล" อยู่ที่อันดับ 39 จาก 63 ประเทศ สกิลอะไรที่คนไทยควรมีเพื่อโลกการทำงาน "ดิจิทัล" ในอนาคต ต้องรู้

เราไม่ทิ้งกัน, เราเที่ยวด้วยกัน, คนละครึ่ง, เราชนะ, เรารักกัน คือมาตรการเยียวยาโควิด-19 ของรัฐบาลไทย โดยเน้นการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน แต่ปัญหาที่มักเกิดขึ้นขณะใช้มาตรการต่างๆ ก็คือ ประชาชนจำนวนหนึ่งยังเป็นกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน และเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต ทำให้รัฐต้องแก้ไขเรื่องนี้อยู่ร่ำไป อาจพูดได้ว่าคนไทยยังมี "ทักษะดิจิทัล" ต่ำกว่าชาติอื่นๆ
เมื่อโลกปัจจุบันถูกนิยามว่า "ยุคแห่งดิจิทัล" ลองมาดูกันว่า คนไทยมีความพร้อมแค่ไหนกับโลกใบนี้? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ พาไปเจาะลึกดูการจัดอันดับเรื่อง "ทักษะดิจิทัล" ของประชากรทั่วโลก พร้อมสกิลที่ต้องมีเพื่อให้อยู่รอดได้ในยุคนี้
“โลกดิจิทัล” ที่คนไทยไปไม่ถึง
We are social ซึ่งเป็นเอเจนซีทางด้านโซเชียลมีเดีย ที่ทำรายงานประจำเกี่ยวกับสรุปสถิติการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทั่วโลก ประเทศไทยมีประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ในปัจจุบันมากกว่า 60 ล้านคน หรือคิดเป็น 75% ของทั้งหมด
ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกที่ 59% และมีอัตราการใช้โทรศัพท์มือถือสูงถึง 134% (มีจำนวนเบอร์มากกว่าจำนวนคน) ทั้งนี้ ไม่ได้รวมถึงเบอร์ที่ใช้กับอุปกรณ์ไอโอที และประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ต 97% หรือจำนวน 50.18 ล้านคน จะเข้าอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือเป็นประจำ โดยใช้เวลาเล่นอินเทอร์เน็ตทางมือถือนานถึง 4 ชั่วโมง 57 นาทีต่อวัน
แต่ถึงอย่างนั้น "รายงานการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกปี 2020" (World Economic Forum 2020) กลับชี้ให้เห็นว่าประชากรไทยที่มีทักษะด้านดิจิทัล มีอยู่เพียงร้อยละ 54.9 และยังคงมีปัญหาในการเตรียมกำลังแรงงานเพื่อรองรับทักษะการทำงานในอนาคตอยู่ที่อันดับ 89 จาก 140 ประเทศ
สอดคล้องกับรายงานผล "การจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัล" (World Digtal Competitiveness Ranking) โดยสถาบัน International Institute for Management Development (IMD) ซึ่งประเมินจากปัจจัยหลัก 3 ข้อ คือ
1. องค์ความรู้ (Knowledge) เป็นการวัดความสามารถในการเข้าใจและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งมีปัจจัยย่อย ได้แก่ ความสามารถพิเศษ, การฝึกอบรมและการศึกษา และความเข้มข้นทางวิทยาศาสตร์
2. เทคโนโลยี (Technology) เป็นการวัดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งมีปัจจัยย่อย ได้แก่ โครงสร้างการควบคุม, เงินทุนและโครงสร้างเทคโนโลยี
3. ความพร้อมในอนาคต (Future Readiness) เป็นการวัดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของคน ธุรกิจ และการนำเทคโนโลยีมาใช้ ได้แก่ ทัศนคติที่ปรับตัวได้, ความคล่องตัวทางธุรกิจ และการรวมกันของเทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยผลที่ได้คือประเทศไทยมีคะแนนรวม 64.26 จาก 100 คะแนน และอยู่ที่อันดับ 39 จาก 63 ประเทศ แบ่งคะแนนเป็น
เมื่อดูจากตัวเลขแล้วทักษะด้านเทคโนโลยีประเทศไทยมีแนวโน้มคะแนนเพิ่มขึ้น แต่ทักษะด้านความรู้ และความพร้อมรองรับอนาคตกลับมีแนวโน้มลดลง
นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบอันดับทักษะดิจิทัลกับประเทศในอาเซียนแล้ว พบว่า ประเทศไทยอยู่ลำดับ 3 ในอาเซียน ดูภาพรวมได้ดังนี้
ลำบากวันนี้ สบายวันหน้า เหตุผลว่าทำไมต้องอัพสกิลดิจิทัล
ในเมื่ออัตราการใช้อินเทอร์เน็ตที่พุ่งสูง สวนทางกับทักษะทางดิจิทัลที่ได้รับ ดังนั้นแล้วการอัพสกิลเพื่อโลกดิจิทัลจึงเป็นสิ่งสำคัญ
The Future of Jobs Report 2020 ให้ข้อมูลว่าทักษะด้านความรู้ (Hard skills) และทักษะด้านอารมณ์ (Soft skills) ที่ตลาดงานต้องการในปัจจุบัน และยังคงมีความสำคัญในอนาคต
นอกจากนี้ยังระบุว่าในปี 2025 หรือปี 2568 จะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มมากขึ้น ทำให้กว่า 50% ของลูกจ้างจำเป็นต้อง Reskill ใหม่ และคาดว่าอีก 6 เดือนข้างหน้า ลูกจ้างกว่า 40% ต้อง reskill ใหม่ หมายถึง การที่เรามี Skill เดิม แต่มีการเรียนรู้ปรับตัวเพื่อหยิบ Technology ใหม่ๆ มาใช้
และด้วยผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 และการเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติมีมากขึ้น ส่งผลให้ลูกจ้างต้อง Reskills ใหม่ภายใน 5 ปีข้างหน้า งานกว่า 85 ล้านงานจะมีการแทนที่ด้วยเครื่องจักรกล
นอกจากนี้ยังระบุว่า นายจ้างกว่า 90% มีความคาดหวังว่าทักษะใหม่ๆ ที่จะได้จากการเรียนรู้หน้างาน ระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของทักษะ ประเภทของงานหรือวิชาชีพ ฯลฯ
ทักษะที่เกี่ยวกับคนและวัฒนธรรม การเขียน การขาย และการตลาด อาจใช้ระยะเวลาเรียนเพียง 1-2 เดือน ในขณะที่ทักษะด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ AI อาจใช้เวลา 2-3 เดือน ส่วนทักษะด้าน Cloud Computing และวิศวกรรมอาจใช้ระยะเวลานานกว่าทุกทักษะคือประมาณ 4-5 เดือน
สกิลดิจิทัลที่คนไทยต้องมี
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) สรุปทักษะด้านดิจิทัลที่คนไทยควรมีได้แก่
ทักษะคิดวิเคราะห์และนวัตกรรม (Analytical Thinking and Innovation) เป็นคนที่รู้จักคิดวิเคราะห์ ช่างสังเกต ช่างสงสัย ช่างถาม จับประเด็น แยกแยะและเชื่อมโยง นำไปสู่การคิดสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมได้
โดยสรุปทักษะทางด้านดิจิทัลที่คนไทยควรมี คือ
• การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem-Solving) เป็นคนที่มีทักษะในการจัดการกับปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน มีกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ สามารถวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และหาแนวทางการแก้ไขที่ต้นตอของปัญหา
• การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning and Learning Strategies) การเรียนรู้จากการลงมือทำด้วยตัวเอง ฝึกคิดวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กลุ่มพร้อมร่วมกันแก้ปัญหา ผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม
• ทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking and Analysis) เป็นคนที่มีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การคิดวิเคราะห์ตามหลักเหตุผล และประเมินความถูกต้อง มีความสมเหตุสมผล โดยใช้วิจารณญาณของความเป็นมนุษย์
• ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creativity, Originality and Initiative) เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ คิดต่างไม่ซ้ำใคร (คิดนอกกรอบ) มีความคิดริเริ่มและกล้าที่จะทำในสิ่งใหม่
ส่วนประเทศอื่นๆ ก็จะมีความต้องการแรงงาน และทักษะที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริบทของประเทศนั้นๆ
อ้างอิงจาก The Future of Jobs Report 2020,สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.),World Economic Forum 2020 World Digtal Competitiveness Ranking,สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ
แม้คนไทยจะใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยเกือบ 5 ชั่วโมงต่อวัน และมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึง 75% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก แต่ประเทศไทยยังมีทักษะดิจิทัลอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยอยู่ที่อันดับ 39 จาก 63 ประเทศ สะท้อนช่องว่างระหว่าง “การใช้งาน” กับ “ความสามารถเชิงทักษะ”
รายงาน World Economic Forum และ IMD ชี้ว่าศักยภาพดิจิทัลของไทยประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ ความรู้ เทคโนโลยี และความพร้อมต่ออนาคต โดยไทยมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี แต่ยังอ่อนในด้านความรู้และการปรับตัวต่ออนาคต ส่งผลให้ศักยภาพแรงงานยังไม่พร้อมต่อโลกงานยุคดิจิทัล
เมื่อเทียบในอาเซียน ไทยอยู่ระดับ 3 รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ขณะที่แนวโน้มโลกจาก Future of Jobs Report 2020 ระบุว่าแรงงานกว่าครึ่งต้อง Reskill ภายในปี 2025 เนื่องจากระบบอัตโนมัติและ AI จะเข้ามาแทนที่งานจำนวนมาก
ทักษะสำคัญที่จำเป็นในอนาคต ได้แก่ การคิดวิเคราะห์และนวัตกรรม การแก้ปัญหาซับซ้อน การเรียนรู้เชิงรุก การคิดเชิงวิพากษ์ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของแรงงานดิจิทัลที่สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในอนาคต
ข้อใดสะท้อน “ปัญหาหลัก” ของประเทศไทยตามบทความ
ก. คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตน้อย
ข. คนไทยไม่มีสมาร์ทโฟน
ค. ทักษะดิจิทัลต่ำเมื่อเทียบกับการใช้งาน
ง. ไม่มีการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย
เฉลย: ค
เหตุผล: แม้ใช้อินเทอร์เน็ตสูง แต่ทักษะดิจิทัลยังต่ำกว่าหลายประเทศ
ประเทศไทยมีอันดับทักษะดิจิทัลโลกอยู่ที่เท่าใด
ก. 22
ข. 39
ค. 45
ง. 54
เฉลย: ข
เหตุผล: รายงาน IMD ระบุไทยอันดับ 39 จาก 63 ประเทศ
ปัจจัยหลักในการประเมิน Digital Competitiveness มีทั้งหมดกี่ด้าน
ก. 2 ด้าน
ข. 3 ด้าน
ค. 4 ด้าน
ง. 5 ด้าน
เฉลย: ข
เหตุผล: ได้แก่ Knowledge, Technology, Future Readiness
ข้อใดเป็นจุดอ่อนของไทยตามการประเมิน IMD
ก. เทคโนโลยี
ข. โครงสร้างพื้นฐาน
ค. ความรู้และความพร้อมอนาคต
ง. เงินทุนวิจัย
เฉลย: ค
เหตุผล: คะแนนความรู้และความพร้อมอนาคตต่ำกว่าด้านเทคโนโลยี
แนวโน้มโลกงานอนาคตตามรายงานระบุว่าอย่างไร
ก. งานเพิ่มขึ้นทุกสาขา
ข. ไม่มีการใช้ AI
ค. ต้องมีการ Reskill จำนวนมาก
ง. งานไม่เปลี่ยนแปลง
เฉลย: ค
เหตุผล: กว่า 50% ของแรงงานต้อง Reskill
ทักษะใดสำคัญที่สุดสำหรับการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
ก. การท่องจำ
ข. Complex Problem-Solving
ค. การใช้เครื่องมือ
ง. การทำซ้ำ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นวิเคราะห์ระบบและหาสาเหตุรากของปัญหา
ข้อใดคือความหมายของ Active Learning
ก. การฟังบรรยาย
ข. การอ่านตำรา
ค. การเรียนรู้จากการลงมือทำ
ง. การสอบปลายภาค
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง
ประเทศใดมีอันดับทักษะดิจิทัลดีที่สุดในอาเซียน
ก. ไทย
ข. มาเลเซีย
ค. สิงคโปร์
ง. อินโดนีเซีย
เฉลย: ค
เหตุผล: สิงคโปร์อยู่ลำดับสูงสุดในภูมิภาค
ข้อใดเป็นทักษะด้าน Critical Thinking
ก. เชื่อทุกข้อมูล
ข. วิเคราะห์ด้วยเหตุผล
ค. จำข้อมูล
ง. ทำงานเร็ว
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้วิจารณญาณและเหตุผลในการประเมินข้อมูล
เหตุผลสำคัญที่ต้องพัฒนาทักษะดิจิทัลคืออะไร
ก. เพื่อเล่นโซเชียล
ข. เพื่อใช้โทรศัพท์
ค. เพื่อแข่งขันในตลาดแรงงานอนาคต
ง. เพื่อความบันเทิง
เฉลย: ค
เหตุผล: โลกงานอนาคตต้องการทักษะใหม่และการปรับตัวสูง