สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรมด้วย 4 โปรเจคยกระดับการศึกษาไทย

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ  เปิดเผยว่า  จากการประชุมร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานในกำกับและเครือข่าย ทั้งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เพื่อวางแผนการพัฒนาขับเคลื่อนงานตามนโยบายให้เป็นรูปธรรม โดยได้ข้อสรุปที่จะดำเนินการใน 4  โครงการ เพื่อมุ่งไปสู่การยกระดับ พัฒนาการศึกษา พร้อมทั้งบูรณาการจัดการศึกษาร่วมกับภาคีเครือข่ายให้เกิดประโยชน์แก่บุคลากรและประชาชนทุกช่วงวัยอย่างคุ้มค่าสูงสุด  ในการเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ ส่งเสริม สนับสนุนโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึง ความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนเป็นการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างแท้จริง  สำหรับโครงการที่เตรียมเดินหน้าเป็นโครงการแรก คือ

 1. การพัฒนาและยกระดับการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะเกิดจากความร่วมมือจาก 5 ภาคีเครือข่ายหลัก ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 20 แห่งในสังกัดสำนักงาน กศน. สำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ศูนย์ระดับภูมิภาคฯว่าด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEAMEO Regional Center for Sufficiency Economy Philosophy for Sustainability) และศูนย์ระดับภูมิภาค ว่าด้วยสะเต็มศึกษา (SEAMEO Regional Center for STEM Education ) โดยมีวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงพื้นที่บริการสาธารณะให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสร้างการรับรู้และตระหนักในความสำคัญของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่มีต่อคุณภาพชีวิต และส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยสำหรับเยาวชน และประชาชนในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการบูรณาการถ่ายทอดความรู้และนวัตกรรมให้แก่บุคลากรของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา และทรัพยากร ความเชี่ยวชาญจากภาคีเครือข่ายให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่ามากที่สุด

 2. การจัดตั้ง โค-เลิร์นนิ่งสเปซ  (Co - Learning Space) ในห้องสมุดหรือศูนย์การเรียน 6 แห่ง ทุกภูมิภาค โดยพัฒนารูปแบบจากเดิมเป็น Active Learning Center ด้วยการจัดพื้นที่ให้เป็นพื้นที่ให้บริการสำหรับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ประชาชนเข้ามาใช้บริการในรูปแบบต่างๆ กำหนดองค์ประกอบสำคัญอย่างน้อย 3 ส่วน คือ (1) จัดมุม Electronic Library หรือห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ มี E – book ให้บริการ (2) มุมบริการคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เนต การเรียนการสอนออนไลน์ และ (3) เปิดเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในชุมชน ที่ต้องการพัฒนาโซลูชันส์ในการบริหารจัดการ โดยเชื่อมโลกการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

 3. การอบรมพัฒนาศักยภาพผู้บริหารโรงเรียนเอกชน (นบช.ศธ.) เทียบเท่าหลักสูตรระดับสูงของหน่วยงานอื่นๆโดยเริ่มประมาณเดือนมีนาคม เดือนเมษายน 2563 เป็นการจัดหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารการศึกษาเอกชนระดับสูง ณ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (สคบส.)  โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนทั้งในและนอกระบบการศึกษา นอกจากนี้จะจัดให้มีการอบรมและพัฒนาครูเอกชน ณ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (สคบส.) และจัดในระดับภูมิภาคอีก 18 แห่งทั่วประเทศ  

 4. การอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์ ซึ่งจะเริ่มเปิดการอบรมนำร่อง 8 จังหวัด ระหว่าง วันที่ 27 พ.ย.62 – 7 ก.พ.63 จังหวัดละ 60 คน รวม 480 คน ได้แก่ ปราจีนบุรี  พัทลุง เชียงใหม่ เลย สุโขทัย บุรีรัมย์ อยุธยา และนครราชสีมา หลังจากนั้นจะจัดอบรมเพิ่มเติมทั่วประเทศอีก 69 จังหวัด รวม 4,140 คน โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ และลูกเสือวิสามัญ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.)  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)  โรงเรียนเอกชนและโรงเรียนเทศบาล รวมถึง กศน. ทั้งนี้เชื่อว่า โครงการเหล่านี้ จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถ พัฒนาและยกระดับการศึกษาไทยตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ และพร้อมดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามเป้าหมายโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและพลิกโฉมการศึกษาไทยเพื่อสร้างโอกาสและคุณภาพให้คลอบคลุมในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป 

  “กนกวรรณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินเครื่อง 4 โปรเจคยกระดับการศึกษารับปีใหม่ เชื่อมโลกการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยให้เป็นหนึ่งเดียว ได้แก่ การพัฒนาและยกระดับการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี การจัดตั้ง โค-เลิร์นนิ่งสเปซ  (Co - Learning Space) ในห้องสมุดหรือศูนย์การเรียน  การอบรมพัฒนาศักยภาพผู้บริหารโรงเรียนเอกชน (นบช.ศธ.) และการอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์ ซึ่งจะเริ่มเปิดการอบรมนำร่อง 8 จังหวัด

ที่มา ; เดลินิวส์ พฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2562

สรุปสาระสำคัญ 

กนกวรรณ วิลาวัลย์ เปิดเผยแนวทางขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาผ่านความร่วมมือของหน่วยงานในกำกับและภาคีเครือข่าย ได้แก่ กศน. สช. และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและขยายโอกาสการเรียนรู้ให้ประชาชนทุกช่วงวัย โดยเน้นการบูรณาการทรัพยากรและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด

มีการดำเนินงานหลัก 4 โครงการ ได้แก่ (1) การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ผ่านความร่วมมือของ 5 ภาคี เพื่อสร้างความตระหนักและยกระดับคุณภาพชีวิต (2) การจัดตั้ง Co-Learning Space ในห้องสมุดและศูนย์การเรียนรู้ 6 แห่งทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริม Active Learning และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (3) การพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน ผ่านหลักสูตรระดับสูงและการอบรมในส่วนกลางและภูมิภาค และ (4) การอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์ เพื่อเสริมทักษะอาชีพและการเรียนรู้เชิงประสบการณ์

โครงการทั้งหมดมุ่งพัฒนาคนไทยให้มีศักยภาพพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง สร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง และเชื่อมโยงการเรียนรู้กับการใช้ชีวิตจริง อันจะนำไปสู่การยกระดับและพลิกโฉมการศึกษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 นโยบายทั้ง 4 โครงการมุ่งเป้าหมายหลักใด
ก. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. ยกระดับคุณภาพและโอกาสทางการศึกษา
ค. ลดภาระครู
ง. ปรับโครงสร้างกระทรวง
เฉลย: ข
เหตุผล: ทุกโครงการเน้น “คุณภาพ + โอกาสเข้าถึง” เป็นแกนหลัก

 

ข้อ 2 จุดเด่นของ Co-Learning Space คือข้อใด
ก. เน้นการสอนแบบบรรยาย
ข. จำกัดเฉพาะนักเรียน
ค. ส่งเสริม Active Learning และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ง. ใช้เฉพาะหนังสือเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นพื้นที่เรียนรู้เชิงรุก เชื่อมชีวิตจริง

 

ข้อ 3 หากผู้บริหารต้องการนำแนวคิดไปใช้ ควรเริ่มจากสิ่งใด
ก. เพิ่มข้อสอบ
ข. สร้างเครือข่ายความร่วมมือ
ค. ลดกิจกรรม
ง. ยกเลิกเทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: นโยบายเน้น “ภาคีเครือข่าย” เป็นกลไกหลัก

 

ข้อ 4 โครงการวิทยาศาสตร์เน้นผลลัพธ์ใดมากที่สุด
ก. การสอบแข่งขัน
ข. ความตระหนักและการใช้ประโยชน์ในชีวิต
ค. การท่องจำ
ง. การลดเวลาเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นคุณภาพชีวิตและการประยุกต์ใช้

 

ข้อ 5 การอบรมผู้บริหารเอกชนสะท้อนแนวคิดใด
ก. การควบคุม
ข. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ค. การลดบทบาทเอกชน
ง. การรวมศูนย์
เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งยกระดับศักยภาพผู้นำการศึกษา

 

ข้อ 6 หากโรงเรียนขาดทรัพยากร ควรใช้แนวทางใดตามนโยบาย
ก. รอการสนับสนุน
ข. ลดคุณภาพ
ค. บูรณาการทรัพยากรเครือข่าย
ง. ปิดโครงการ
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้ทรัพยากรร่วมให้คุ้มค่า

 

ข้อ 7 โครงการลูกเสือมัคคุเทศก์เน้นทักษะใด
ก. วิชาการล้วน
ข. ทักษะอาชีพและประสบการณ์จริง
ค. การสอบ
ง. การแข่งขัน
เฉลย: ข
เหตุผล: พัฒนา Soft skills + อาชีพ

 

ข้อ 8 แนวคิด “เชื่อมโลกการเรียนรู้กับชีวิต” หมายถึงข้อใด
ก. แยกโรงเรียนออกจากชุมชน
ข. ใช้เฉพาะตำรา
ค. นำความรู้ไปใช้จริงในชีวิต
ง. เน้นสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: Learning to apply

 

ข้อ 9 หากต้องประเมินความสำเร็จโครงการ ควรดูอะไร
ก. จำนวนเอกสาร
ข. งบประมาณ
ค. ผลลัพธ์ต่อผู้เรียนและชุมชน
ง. จำนวนครู
เฉลย: ค
เหตุผล: Outcome-based

 

ข้อ 10 ข้อใดสะท้อนการบริหารเชิงกลยุทธ์
ก. ทำงานลำพัง
ข. ใช้ข้อมูลและความร่วมมือขับเคลื่อน
ค. สั่งการอย่างเดียว
ง. เน้นระเบียบ
เฉลย: ข
เหตุผล: สอดคล้องการบริหารยุคใหม่แบบบูรณาการ

ความเห็นของผู้ชม