
คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ เห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ พ.ศ. ….
ความเป็นมา
พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 49 วรรคสอง (2) บัญญัติให้ข้าราชการที่ไม่เป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการบริหารพัสดุ เป็นตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตามกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐที่ข้าราชการนั้นสังกัดอยู่ และมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ประกอบกับมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอาจได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามระเบียบที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ก.ค.ศ. จึงได้กำหนดตำแหน่งและมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน ให้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับข้าราชการพลเรือนและข้าราชการประเภทอื่น จึงเห็นควรกำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนและข้าราชการประเภทอื่น
ในคราวประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ได้มีมติเห็นชอบร่างระเบียบดังกล่าว และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
ศธ.ได้เสนอรายละเอียดข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐต้องเสนอพร้อมกับการขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาด้วยแล้ว โดยได้ประมาณการรายจ่ายสำหรับการกำหนดเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามร่างระเบียบในเรื่องนี้เป็นรายปี จำนวน 5 ปี รวมถึงการประมาณการรายจ่ายสำหรับตำแหน่งดังกล่าวที่มีการเลื่อนระดับในแต่ละปีด้วย
ทั้งนี้ การกำหนดเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษดังกล่าว จะเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถ และปฏิบัติหน้าที่ด้านพัสดุได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งเป็นการป้องปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในส่วนราชการด้วย
สาระสำคัญของร่างระเบียบ
ที่มา : ศธ.360 องศา
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 15 ธันวาคม 2563 เห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษด้านพัสดุ เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 โดยกำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานด้านจัดซื้อจัดจ้างหรือบริหารพัสดุ มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ร่างระเบียบกำหนดตำแหน่งที่มีสิทธิ ได้แก่ นักวิชาการพัสดุและเจ้าพนักงานพัสดุ ทั้งระดับเจ้าหน้าที่และหัวหน้า โดยต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และจะได้รับเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบ แต่ไม่ก่อนวันที่ระเบียบมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ หากบุคลากรมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มหลายประเภท ให้เลือกได้รับเฉพาะอัตราที่สูงสุดเพียงประเภทเดียว
นอกจากนี้ ยังรับรองผู้ที่ผ่านหลักสูตร CPP ก่อนระเบียบมีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ผ่านหลักสูตรตามเกณฑ์ใหม่ การกำหนดเงินเพิ่มดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร ส่งเสริมความเชี่ยวชาญด้านพัสดุ และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐอย่างมีประสิทธิผล
ข้อ 1 เหตุผลสำคัญของการกำหนดเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งด้านพัสดุคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนบุคลากร
ข. ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างแรงจูงใจ
ค. ลดภาระงบประมาณ
ง. ปรับโครงสร้างองค์กร
ข้อ 2 กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือข้อใด
ก. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ข. พ.ร.บ.วินัยข้าราชการ
ค. พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560
ง. พ.ร.บ.แรงงาน
ข้อ 3 ตำแหน่งใดมีสิทธิได้รับเงินเพิ่ม
ก. ครูผู้สอนทั่วไป
ข. นักวิชาการพัสดุ
ค. ผู้อำนวยการโรงเรียน
ง. ครูอัตราจ้าง
ข้อ 4 เงื่อนไขการเริ่มจ่ายเงินเพิ่มคือข้อใด
ก. เริ่มเมื่อบรรจุ
ข. เมื่อมีงบประมาณ
ค. เมื่อมีคุณสมบัติครบ แต่ไม่ก่อนระเบียบมีผล
ง. เมื่อผ่านทดลองงาน
ข้อ 5 หากมีสิทธิเงินเพิ่มหลายประเภท จะได้รับอย่างไร
ก. ได้ทั้งหมด
ข. ได้เฉลี่ย
ค. ได้ตามอายุงาน
ง. ได้เฉพาะอัตราสูงสุด
ข้อ 6 หลักสูตร CPP มีความสำคัญอย่างไร
ก. เป็นเงื่อนไขเลื่อนตำแหน่ง
ข. เป็นเกณฑ์คุณสมบัติรับเงินเพิ่ม
ค. ใช้ประเมินผลงาน
ง. ใช้สอบบรรจุ
ข้อ 7 ผลลัพธ์ที่คาดหวังด้านการบริหารคือข้อใด
ก. ลดจำนวนงาน
ข. เพิ่มเอกสาร
ค. ป้องกันการทุจริต
ง. ลดบุคลากร
ข้อ 8 หลักคิดเชิงนโยบายของระเบียบนี้คือข้อใด
ก. รวมศูนย์อำนาจ
ข. ความเสมอภาคระหว่างข้าราชการ
ค. ลดบทบาทรัฐ
ง. เพิ่มการแข่งขัน
ข้อ 9 หากผู้บริหารพบว่าบุคลากรยังไม่ผ่าน CPP ควรทำอย่างไร
ก. ตัดสิทธิทันที
ข. มอบหมายงานอื่น
ค. ส่งเสริมเข้ารับการอบรม
ง. ลงโทษ
ข้อ 10 การกำหนดเงินเพิ่มส่งผลต่อองค์กรอย่างไร
ก. เพิ่มภาระงาน
ข. ลดประสิทธิภาพ
ค. ส่งเสริมความเชี่ยวชาญและคุณภาพงาน
ง. ทำให้เกิดความขัดแย้ง
คลิกเฉลย >>>