
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. รศ.ดร.วาสนา คุณาอภิสิทธิ์ ข้าราชการบำนาญ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดเผยถึงการปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ในช่วง 2 ปีมานี้มีแต่คนพูดถึงการปรับหลักสูตรดังกล่าวว่าหลักสูตรฐานสมรรถนะคือหลักสูตรอะไร ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่และหลักสูตรเก่าที่ใช้อยู่ไม่ได้สามารถใช้สอนได้แล้วหรือไม่ โดยตนได้มาศึกษาการปรับหลักสูตรดังกล่าวด้วยตนเองจนค้นพบว่า มีค่าที่ต่างประเทศใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ
Competency – based Education, Competency – based learning สมรรถนะ (Competency) คือ ความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ (Knowledge-K) ทักษะ ทักษะกระบวนการ (Psychomotor, Process-P) และเจตคติ (Affective-A) ในลักษณะบูรณาการ (K+A+P) ในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพ
ดังนั้นหากประสงค์ให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะอะไร อย่างไร จึงเป็นเรื่องของในการบริหารจัดการหลักสูตรหรือการนำหลักสูตรไปใช้ในระดับท้องถิ่นหรือสถานศึกษาแต่ละแห่ง ในลักษณะของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละแห่ง (Competency – based learning-CBL) ซึ่งอาจบูรณาการเนื้อหาวิชาการที่จำเป็นและเกี่ยวข้องต่อการสร้างสมรรถนะนั้นๆ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) โดยเฉพาะทักษะทางวิชาชีพผ่านการปฏิบัติจริงตามขั้นตอน รวมทั้งมีการประเมินอิงสมรรถนะ (Competency-based Assessment-CBA) ด้วย
การจัดการศึกษาอิงสมรรถนะ (Competency-based Education-CBE) เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่ช่วยให้ผู้เรียนก้าวหน้าตามความสามารถของตนเองในการเรียนรู้ทักษะหรือความสามารถตามช่วงวัย วิธีการนี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความสามารถในการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของผู้เรียนแต่ละคน และยังสามารถนำไปสู่การมีผลการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ซึ่งในฐานะเป็นคนการศึกษาคนหนึ่งทั้งในอดีตและปัจจุบันก็จะหนีไม่พ้นเรื่องของหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และการประเมินผล ดังนั้นหาก ศธ.จะมีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็อยากให้มีการสำรวจจุดอ่อนและจุดแข็งของหลักสูตรอิงมาตรฐาน หากพิจารณาหลักสูตรที่ใช้ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน อยากนำเสนอจุดเด่น ข้อดี การจะเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะได้ต้องเป็นหลักสูตรสถานศึกษา หรือการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะไม่ใช่หลักสูตรแกนกลาง ในหลักสูตร 2551 มีสมรรถนะ 5 ด้าน และคุณภาพผู้เรียนของแต่ละกลุ่มสาระ 8 กลุ่มอยู่แล้ว และหลักสูตรฐานสมรรถนะจะเป็นหลักสูตรแกนกลางได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามหากจะมีการประกาศใช้จริง อยากให้มีการทำความเข้าใจให้แก่ครูผู้สอน เพราะไม่เช่นนั้นจะมีผลกระทบต่อการใช้งานอย่างแน่นอน เนื่องจากหลักสูตรฐานสมรรถนะเป็นการมุ่งเน้นการเรียนรู้ตามบริบทของโรงเรียน
ที่มา ; เดลินิวส์
บทความกล่าวถึงแนวคิดการปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” (Competency-based Education: CBE) ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ โดย “สมรรถนะ” หมายถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ (Knowledge) ทักษะกระบวนการ (Process/Psychomotor) และเจตคติ (Affective) แบบบูรณาการ (K+A+P) เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ (CBL) มุ่งให้สถานศึกษาออกแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เหมาะสมกับบริบทผู้เรียน เน้นการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) และการพัฒนาทักษะ โดยเฉพาะทักษะวิชาชีพ รวมถึงการประเมินผลแบบอิงสมรรถนะ (CBA)
แนวคิด CBE ช่วยให้ผู้เรียนก้าวหน้าตามศักยภาพของตนเอง รองรับความแตกต่างระหว่างบุคคล และนำไปสู่ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่าหลักสูตรฐานสมรรถนะควรอยู่ในระดับ “หลักสูตรสถานศึกษา” มากกว่าหลักสูตรแกนกลาง เพราะหลักสูตรปัจจุบัน (2551) มีการระบุสมรรถนะและคุณภาพผู้เรียนอยู่แล้ว
จึงควรมีการสำรวจจุดแข็งและจุดอ่อนของหลักสูตรเดิม พร้อมสร้างความเข้าใจแก่ครูผู้สอนอย่างรอบด้านก่อนนำไปใช้จริง เพื่อป้องกันปัญหาการตีความคลาดเคลื่อนและผลกระทบต่อการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา
สมรรถนะ (Competency) ตามบทความหมายถึงข้อใด
ก. การท่องจำเนื้อหาได้ครบถ้วน
ข. การสอบผ่านมาตรฐานระดับชาติ
ค. การประยุกต์ใช้ K+A+P อย่างบูรณาการ
ง. การเรียนรู้ตามตำราเรียนเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: สมรรถนะเน้นการบูรณาการความรู้ ทักษะ และเจตคติในการปฏิบัติจริง
แนวคิด CBL เน้นสิ่งใดเป็นสำคัญ
ก. การบรรยายของครู
ข. การเรียนรู้แบบ Active Learning
ค. การสอบปลายภาค
ง. การใช้หนังสือเรียนเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: CBL เน้นผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริงผ่าน Active Learning
ข้อใดสอดคล้องกับการประเมินแบบ CBA
ก. วัดคะแนนปลายปีเท่านั้น
ข. ประเมินตามพฤติกรรมการสอบ
ค. ประเมินตามสมรรถนะที่แสดงออก
ง. ประเมินจากความจำเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: CBA คือการประเมินตามสมรรถนะที่ผู้เรียนปฏิบัติได้จริง
ข้อใดเป็นจุดเด่นของ CBE
ก. ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนเท่ากัน
ข. ผู้เรียนก้าวหน้าตามความสามารถ
ค. ครูเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
ง. ลดการปฏิบัติจริงในชั้นเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: CBE สนับสนุนการเรียนรู้ตามศักยภาพรายบุคคล
เหตุผลที่ควรให้ CBE อยู่ระดับใดตามผู้เชี่ยวชาญ
ก. ระดับชาติเท่านั้น
ข. ระดับเขตพื้นที่
ค. ระดับสถานศึกษา
ง. ระดับกระทรวง
เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อให้เหมาะกับบริบทโรงเรียนและผู้เรียนแต่ละพื้นที่
องค์ประกอบ K+A+P หมายถึงข้อใด
ก. ความรู้ ทักษะ เจตคติ
ข. คะแนน เวลา แผนการ
ค. ครู นักเรียน โรงเรียน
ง. เนื้อหา วิธีสอบ ผลลัพธ์
เฉลย: ก
เหตุผล: K = Knowledge, A = Affective, P = Psychomotor/Process
ข้อกังวลสำคัญของการปรับหลักสูตรคือข้อใด
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. ขาดความเข้าใจของครู
ค. นักเรียนไม่สนใจเรียน
ง. หนังสือเรียนไม่ทันสมัย
เฉลย: ข
เหตุผล: หากครูไม่เข้าใจจะกระทบต่อการนำหลักสูตรไปใช้จริง
หลักสูตรฐานสมรรถนะสัมพันธ์กับสิ่งใดมากที่สุด
ก. การเรียนรู้ตามบริบทโรงเรียน
ข. การสอบมาตรฐานเดียวกัน
ค. การท่องจำเนื้อหา
ง. การเรียนในห้องอย่างเดียว
เฉลย: ก
เหตุผล: ต้องปรับตามบริบทสถานศึกษาและผู้เรียน
หลักสูตรแกนกลาง 2551 มีลักษณะใดตามบทความ
ก. ไม่มีสมรรถนะเลย
ข. มีสมรรถนะและคุณภาพผู้เรียนอยู่แล้ว
ค. ใช้ไม่ได้อีกต่อไป
ง. เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะเต็มรูปแบบ
เฉลย: ข
เหตุผล: มีการกำหนดสมรรถนะและคุณภาพผู้เรียนอยู่แล้ว
ข้อใดเป็นข้อเสนอสำคัญก่อนปรับหลักสูตร
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียน
ข. ลดรายวิชา
ค. สำรวจจุดแข็งจุดอ่อนและสร้างความเข้าใจครู
ง. เปลี่ยนตำราเรียนทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องประเมินระบบเดิมและเตรียมครูให้เข้าใจก่อนนำไปใช้จริง