
เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ประชุมจัดทำแนวทางการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก หรือ Active Learning สู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ และการพัฒนาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ของผู้เรียน ร่วมกับรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เราได้เผชิญกับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ทำให้นักเรียนจำนวนมากพบกับภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ซึ่งจากการวิจัยของสภาการศึกษา พบว่า นักเรียนในระดับต่างกัน จะพบภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน เช่น ในระดับประถมศึกษา พบภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ในด้านความรู้ การอ่าน คณิตศาสตร์ และคุณลักษณะของนักเรียน ส่วนในระดับมัธยมศึกษา พบว่า มีความถดถอยทั้งในด้านความรู้ การเชื่อมโยงความรู้ สภาวะทางอารมณ์ สัมพันธภาพ โดยมีสาเหตุที่หลากหลาย
รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้สพฐ.มีแนวคิดที่จะลดช่องว่างปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียน ทั้งด้านความรู้พื้นฐานที่จำเป็น กระบวนการเรียนรู้ ทักษะชีวิต โดยดำเนินการเป็น 2 ส่วน คือ
“การขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาด้วยการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนของครู ให้คำนึงว่าเราจะสอนอย่างไร โดยจัดการเรียนการสอนในแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและนักเรียน เช่น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการตัวชี้วัด บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพิ่มทัศนคติและคุณค่า ด้วยกระบวนการ Active Learning, การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Active Learning โดยเริ่มจากตัวอย่างที่ง่ายที่สุด ใกล้ตัวนักเรียนมากที่สุด มีความหมายกับนักเรียนมากที่สุด ให้เวลานักเรียนได้จัดระบบความคิดของตนเองต่อยอดจนเกิดความคิดสร้างสรรค์ และเกิดนวัตกรรมในที่สุด อย่างไรก็ตามสพฐ. พยายามหาแนวทางที่หลากหลายให้กับครูในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อย่างเช่นครั้งนี้ที่ทำในมิติของการเชื่อมโยงกับหลักสูตรให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เสมือนเป็นการเปิดโลกให้กับการเติม Learning Loss โดยสิ่งที่ต้องการเน้นย้ำ คือ การใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูในสถานการณ์ปัจจุบัน ถือเป็นช่วงนาทีทองที่จะพัฒนาคุณภาพนักเรียนตามเป้าหมายทั้งในระดับชาติและระดับสากล ผ่านกระบวนการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วย Active Learning” ดร.เกศทิพย์ กล่าว
รองเลขาธิการกพฐ. ถกเข้มผู้บริหารสถานศึกษา วางแนวทางพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ใช้กระบวนการActive Learningแก้ภาวะถดถอยทางการเรียน
ที่มา ; เดลินิวส์ 26 เมษายน 2565
สรุปสาระสำคัญ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ที่เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลแตกต่างกันตามช่วงวัย โดยระดับประถมศึกษาพบปัญหาด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ ความรู้พื้นฐาน และคุณลักษณะผู้เรียน ส่วนระดับมัธยมศึกษาพบปัญหาด้านการเชื่อมโยงความรู้ สภาวะอารมณ์ และสัมพันธภาพ สพฐ.จึงกำหนดแนวทางลดช่องว่างการเรียนรู้ 2 ส่วน คือ เปิดโอกาสให้นักเรียนเรียนรู้และเติมเต็มด้วยตนเองนอกห้องเรียน และส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่มุ่งพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน
การดำเนินงานเน้นการวิเคราะห์ภาวะ Learning Loss และกรอบแนวคิดของ 5 กลุ่มสาระ เพื่อนำมาออกแบบกิจกรรมที่เชื่อมโยงเนื้อหาให้มีความหมาย เหมาะสมกับบริบทโรงเรียนและผู้เรียน โดยใช้การบูรณาการข้ามกลุ่มสาระ เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว ง่าย และมีคุณค่า เพื่อพัฒนาการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ถือเป็นการใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ข้อสอบ
เหตุผลสำคัญที่ สพฐ. ต้องเร่งแก้ปัญหา Learning Loss คือข้อใด
ก. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนลดลงเฉพาะบางกลุ่มสาระ
ข. ส่งผลต่อผู้เรียนทุกระดับในลักษณะที่แตกต่างกัน
ค. เป็นปัญหาที่เกิดจากหลักสูตรไม่ทันสมัย
ง. เกิดจากครูขาดทักษะการใช้เทคโนโลยี
ข้อที่ 2
แนวทาง “2 ส่วน” ในการลดช่องว่างการเรียนรู้ สะท้อนหลักการใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มชั่วโมงเรียนในห้องเรียน
ข. การเน้นการสอนซ่อมเสริมแบบดั้งเดิม
ค. การเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีบทบาททั้งในและนอกห้องเรียน
ง. การใช้แบบทดสอบมาตรฐานเป็นเครื่องมือหลัก
บทบาทสำคัญของครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อแก้ Learning Loss คือข้อใด
ก. ถ่ายทอดความรู้ให้ครบตามตัวชี้วัด
ข. ออกแบบกิจกรรมที่เน้นสมรรถนะและบริบทผู้เรียน
ค. ใช้สื่อเทคโนโลยีให้มากที่สุด
ง. ประเมินผลด้วยข้อสอบปลายภาคเป็นหลัก
การบูรณาการข้ามกลุ่มสาระมีประโยชน์สำคัญต่อผู้เรียนอย่างไร
ก. ลดภาระงานครู
ข. เพิ่มปริมาณเนื้อหาที่ต้องเรียน
ค. ทำให้ผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงและคุณค่าของความรู้
ง. ทำให้การวัดผลเป็นมาตรฐานเดียวกัน
หากผู้บริหารสถานศึกษาจะนำนโยบายนี้ไปใช้ ควรตัดสินใจดำเนินการใดก่อน
ก. จัดอบรมครูเรื่อง Active Learning เชิงปฏิบัติ
ข. เพิ่มงบประมาณด้านสื่อการเรียนรู้
ค. ปรับตารางเรียนให้มีชั่วโมงเรียนมากขึ้น
ง. จัดสอบวัดระดับผู้เรียนทุกกลุ่มสาระ
คลิกเฉลย >>>
