สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M171_เสมา1 กำชับให้เคร่งครัดแนวปฏิบัติป้องกันโควิด-19 หลังปีใหม่

วานนี้ (31 ธ.ค.64) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ วันนี้ (31 ธ.ค.) ตนได้ส่งบันทึกข้อความแจ้งเรื่องแนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการภายหลังเทศกาลปีใหม่ ตามแนวปฏิบัติในข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ,เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา , เลขาธิการสภาการศึกษา และหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า แนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการภายหลังเทศกาลปีใหม่ นั้น ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาสั่งการให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือ บุคลากรในความรับผิดชอบ ดำเนินการปฏิบัติในระหว่างวันที่ 1-14 มกราคม 2565 ดังนี้

          1.พิจารณาดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหน่วยงาน (Work from Home) ตามความเหมาะสม โดยไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน ตามความในข้อ 2 แห่งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 40) ลงวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2564 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ตนได้ให้ปลัด ศธ.ทำประกาศ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของ ศธ.ไปแล้ว โดยกำหนดให้บุคลากรในสังกัดและในกำกับของ ศธ.ปฏิบัติงานภายในที่พัก อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ตั้งแต่วันที่ 1-14 มกราคม 2565
          2. พิจารณาหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเคลื่อนที่ของกลุ่มคนจำนวนมาก เช่น การประชุม การสัมมนา การฝึกอบรม ฯลฯ หากมีความจำเป็นให้จัดกิจกรรมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มากที่สุด ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีการยกเลิก ระงับ หรือเลื่อนการจัดกิจกรรมใดแล้วอาจเกิดผลเสียต่อทางราชการ ขอให้พิจารณาดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเต็มขีดความสามารถ
          3.หากมีความจำเป็นที่ต้องจัดกิจกรรมดังกล่าว ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาทบทวนและอนุมัติเป็นรายกิจกรรม และรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อทราบด้วย ทั้งนี้ ในการจัดกิจกรรมต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะเกิดความปลอดภัยสูงสุด และ

          4.ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการรายงานสถานการณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพร้อมทั้งสุ่มตรวจติดตามผลการดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2519 ด้วย 

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 1 ม.ค. 2565 

เกี่ยวข้องกัน

สพฐ.ประกาศมาตราการ Work From Home 

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาตของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิต-19) ของบุคลากรในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน (ฉบับที่ ๑๘)

 

ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของบุคลากรในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับที่ ๑๗) ประกาศ ณ วันที่ ๓ อันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้น  

เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นหัวงเวลาสำคัญที่ จะมีการจัดงานตามประเพณีท้องถิ่น ศาสนา หรือจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งมีการรวมกลุ่มบุคคลจำนวนมาก เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรคภายหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ ให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกัน และควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาตของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กระทรวงศึกษาชิการกำหนต 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน จึงให้ยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดิดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของบุคลากรในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับที่ ๓๙) ประกาศ ณ วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ และกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

ในส่วนของการปฏิบัติงานของบุคลากรในสังกัดให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด ดังนี้

          ๑. หน่วยงานในสังกัดที่มีใช่สถานศึกษา ให้ผู้บริหารของหน่วยงานกำหนดวันและเวลาทำงาน

ของบุคลากรที่ไม่ระบุในข้อ ๒ โดยจัดบุคลากรให้ปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work From Home) อย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ - ๑๔ มกราคม ๒๕๖๕ โดยให้คำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์สูงสุดของการปฏิบัติงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชนและนักเรียน ทั้งนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของหัวหน้าหน่วยงานและให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดในแต่ละจังหวัด

          ๒. ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ระดับบริหารสูง ระดับบริหารตัน ระดับอำนวยการสูง และผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ขึ้นไปให้ปฏิบัติงานภายในหน่วยงานตันสังกัดตามปกติ

          ๓. ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำกับ ควบคุม

ดูแลการปฏิบัติงานภายในที่พักของบุคลากรในสังกัดในเวลาราชการให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บุคลากรที่ต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ไห้ปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work From Home)

          ๔. หน่วยงานสถานศึกษา ให้ผู้บริหารสถานศึกษากำหนดวันและเวลาทำงานของบุคลากร

ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด โดยให้คำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์สูงสุดของการปฏิบัติงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชนและนักเรียน

          ๕. ให้หน่วยงานในสังกัดและสถานศึกษาดำเนินการตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์

การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และกระทรวงสาธารณสุขกำหนด อย่างเคร่งครัด

          ๖. ให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนด

การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๔o) ลงวันที่ ๓๔ ธันวาคม ๒๕๖๔ มาตรการด้านสาธารณสุขในการควบคุมและป้องกันโรค รวมทั้งแนวทางในการปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work From Home) อย่างเคร่งครัด

          ๗. พิจารณาหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเคลื่อนที่ของกลุ่มคนจำนวนมาก เช่น การประชุม การสัมมนา การฝึกอบรม การจัดสอบ ฯลฯ หากมีความจำเป็น ให้จัดกิจกรรม

โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มากที่สุด ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีการยกเลิก ระงับ หรือเลื่อนการจัดกิจกรรมใดแล้วอาจเกิดผลเสียต่อทางราชการ ขอให้พิจารณาดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเต็มขีดความสามารถ 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ - ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ (นายอัมพร พินะสา) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 

ที่มา ; สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ (เพิ่มเติม ครั้งที่ 1) 

(3 มกราคม 2565) นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ (เพิ่มเติม ครั้งที่ 1) 

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564 และประกาศแนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการภายหลังเทศกาลปีใหม่ ที่ ศธ 0100.1/3787 ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหน่วยงาน และให้หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่รวมกลุ่มคนจำนวนมาก นั้น 

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาจยังมีต่อเนื่องภายหลังจากเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2565 ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 จึงประกาศแนวปฏิบัติเพิ่มเติม เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการเพิ่มเติม ดังนี้ 

1.ให้สถานศึกษาประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงอย่างรอบด้านของนักเรียนหรือครูที่อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในช่วงการเปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 เป็นต้นไป หากมีนักเรียนหรือครูที่เป็นกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว ให้สถานศึกษาสามารถพิจารณาปรับการเรียนการสอนเป็นระบบการศึกษาทางไกล (On air/ Online/ On hand/ On demand) ได้ตามความเหมาะสม และประสานกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างใกล้ชิด 

2.ให้สถานศึกษาประเมินมาตรการการเปิดเรียนตาม Thai stop COVID plus และปฏิบัติตามข้อกำหนดของ 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC), 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษาโดยเคร่งครัด โดยพื้นที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างให้ปฏิบัติตามแนวทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด 

3.ให้สถานศึกษาดำเนินมาตรการตามแผนเผชิญเหตุที่กำหนด กรณีนักเรียน ครู หรือบุคลากรในสถานศึกษา มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือมีผลตรวจคัดกรองหาเชื้อเป็นบวก โดยให้มีการซักซ้อมอย่างเคร่งครัด และประสานความร่วมมือกับสถานพยาบาลเครือข่ายในพื้นที่ที่ดูแลอย่างใกล้ชิด 

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าว มีความเป็นห่วงนักเรียน ครู และประชาชน จึงได้สั่งการให้ปลัด ศธ. ออกประกาศแนวปฏิบัติดังกล่าว เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ทุกระดับ ทุกประเภททั่วประเทศ ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของ ศธ. เพิ่มเติม เพื่อให้สถานศึกษาสามารถประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และพิจารณาปรับการเรียนการสอนเป็นระบบการศึกษาทางไกลได้ตามความเหมาะสม โดยให้ประสานกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะต้องประเมินมาตรการการเปิดเรียนของ Thai stop COVID plus และปฏิบัติตามข้อกำหนดของ 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC), 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษาโดยเคร่งครัด พร้อมทั้งดำเนินมาตรการตามแผนเผชิญเหตุที่กำหนด ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

ที่มา ; ศธ.360 องศา

สรุปสาระสำคัญ

กระทรวงศึกษาธิการได้ออกแนวปฏิบัติภายหลังเทศกาลปีใหม่ 2565 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเน้นการยกระดับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น กำหนดให้หน่วยงานและสถานศึกษาดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่ การปฏิบัติงานแบบ Work from Home ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ระหว่างวันที่ 1–14 มกราคม 2565 โดยไม่กระทบต่อการบริการประชาชน การหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มจำนวนมาก และส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทน หากจำเป็นต้องจัดกิจกรรมต้องอยู่ภายใต้มาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ผู้บริหารพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณีและรายงานต่อส่วนกลาง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดแนวปฏิบัติให้หน่วยงานและสถานศึกษาบริหารจัดการการทำงานและการเรียนการสอนอย่างยืดหยุ่น โดยคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์และความปลอดภัยของผู้เรียน พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

นอกจากนี้ สถานศึกษาต้องประเมินความเสี่ยงของนักเรียนและครู หากพบความเสี่ยงสามารถปรับการเรียนการสอนเป็นรูปแบบทางไกลได้ และต้องดำเนินมาตรการ Thai Stop COVID Plus รวมถึงมาตรการ DMHT-RC, SSET-CQ และแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด โดยเน้นความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง

ข้อสอบ

ข้อ 1

มาตรการ Work from Home ของ ศธ. กำหนดสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละเท่าใด
ก. 50
ข. 60
ค. 75
ง. 85 

ข้อ 2

เหตุผลหลักของการออกมาตรการหลังปีใหม่คือข้อใด
ก. เพิ่มประสิทธิภาพการเรียน
ข. รองรับการเปิดเรียน
ค. ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น 
ง. ลดภาระงานครู

ข้อ 3

หากจำเป็นต้องจัดกิจกรรม ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ยกเลิกทั้งหมด
ข. จัดได้โดยไม่จำกัด
ค. ใช้มาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด 
ง. ให้เอกชนจัดแทน

ข้อ 4

แนวทางใดช่วยลดการรวมกลุ่มได้ดีที่สุด
ก. เพิ่มวันหยุด
ข. ใช้ระบบออนไลน์ 
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เพิ่มครู

ข้อ 5

ใครมีอำนาจอนุมัติการจัดกิจกรรม
ก. ครู
ข. นักเรียน
ค. หัวหน้าส่วนราชการ 
ง. ผู้ปกครอง

ข้อ 6

บทบาทของผู้ตรวจราชการคือข้อใด
ก. สอนนักเรียน
ข. ออกข้อสอบ
ค. ตรวจติดตามและรายงานผล 
ง. จัดกิจกรรม

ข้อ 7

สถานศึกษาควรดำเนินการอย่างไรเมื่อพบกลุ่มเสี่ยง
ก. ปิดโรงเรียนทันที
ข. ไม่ต้องทำอะไร
ค. ปรับการเรียนเป็นทางไกล 
ง. ให้หยุดเรียนทั้งหมด

ข้อ 8

มาตรการ DMHT-RC เป็นมาตรการด้านใด
ก. เทคโนโลยี
ข. สาธารณสุข 
ค. การเงิน
ง. การบริหาร

ข้อ 9

การบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษาควรยึดหลักใด
ก. ความสะดวกของครู
ข. ความปลอดภัยและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน 
ค. งบประมาณ
ง. เวลาเรียน

ข้อ 10

แนวปฏิบัตินี้สะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. รวมศูนย์
ข. ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ 
ค. แข่งขัน
ง. ลดคุณภาพ

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม