
วานนี้ (31 ธ.ค.64) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ วันนี้ (31 ธ.ค.) ตนได้ส่งบันทึกข้อความแจ้งเรื่องแนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการภายหลังเทศกาลปีใหม่ ตามแนวปฏิบัติในข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ,เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา , เลขาธิการสภาการศึกษา และหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า แนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการภายหลังเทศกาลปีใหม่ นั้น ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาสั่งการให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือ บุคลากรในความรับผิดชอบ ดำเนินการปฏิบัติในระหว่างวันที่ 1-14 มกราคม 2565 ดังนี้
1.พิจารณาดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหน่วยงาน (Work from Home) ตามความเหมาะสม โดยไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน ตามความในข้อ 2 แห่งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 40) ลงวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2564 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ตนได้ให้ปลัด ศธ.ทำประกาศ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของ ศธ.ไปแล้ว โดยกำหนดให้บุคลากรในสังกัดและในกำกับของ ศธ.ปฏิบัติงานภายในที่พัก อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ตั้งแต่วันที่ 1-14 มกราคม 2565
2. พิจารณาหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเคลื่อนที่ของกลุ่มคนจำนวนมาก เช่น การประชุม การสัมมนา การฝึกอบรม ฯลฯ หากมีความจำเป็นให้จัดกิจกรรมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มากที่สุด ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีการยกเลิก ระงับ หรือเลื่อนการจัดกิจกรรมใดแล้วอาจเกิดผลเสียต่อทางราชการ ขอให้พิจารณาดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเต็มขีดความสามารถ
3.หากมีความจำเป็นที่ต้องจัดกิจกรรมดังกล่าว ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาทบทวนและอนุมัติเป็นรายกิจกรรม และรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อทราบด้วย ทั้งนี้ ในการจัดกิจกรรมต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะเกิดความปลอดภัยสูงสุด และ
4.ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการรายงานสถานการณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพร้อมทั้งสุ่มตรวจติดตามผลการดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2519 ด้วย


ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 1 ม.ค. 2565
เกี่ยวข้องกัน
สพฐ.ประกาศมาตราการ Work From Home
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาตของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิต-19) ของบุคลากรในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน (ฉบับที่ ๑๘)



ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของบุคลากรในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับที่ ๑๗) ประกาศ ณ วันที่ ๓ อันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้น
เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นหัวงเวลาสำคัญที่ จะมีการจัดงานตามประเพณีท้องถิ่น ศาสนา หรือจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งมีการรวมกลุ่มบุคคลจำนวนมาก เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรคภายหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ ให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกัน และควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาตของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กระทรวงศึกษาชิการกำหนต
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน จึงให้ยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดิดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของบุคลากรในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับที่ ๓๙) ประกาศ ณ วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ และกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
ในส่วนของการปฏิบัติงานของบุคลากรในสังกัดให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด ดังนี้
๑. หน่วยงานในสังกัดที่มีใช่สถานศึกษา ให้ผู้บริหารของหน่วยงานกำหนดวันและเวลาทำงาน
ของบุคลากรที่ไม่ระบุในข้อ ๒ โดยจัดบุคลากรให้ปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work From Home) อย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ - ๑๔ มกราคม ๒๕๖๕ โดยให้คำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์สูงสุดของการปฏิบัติงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชนและนักเรียน ทั้งนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของหัวหน้าหน่วยงานและให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดในแต่ละจังหวัด
๒. ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ระดับบริหารสูง ระดับบริหารตัน ระดับอำนวยการสูง และผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ขึ้นไปให้ปฏิบัติงานภายในหน่วยงานตันสังกัดตามปกติ
๓. ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำกับ ควบคุม
ดูแลการปฏิบัติงานภายในที่พักของบุคลากรในสังกัดในเวลาราชการให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บุคลากรที่ต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ไห้ปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work From Home)
๔. หน่วยงานสถานศึกษา ให้ผู้บริหารสถานศึกษากำหนดวันและเวลาทำงานของบุคลากร
ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด โดยให้คำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์สูงสุดของการปฏิบัติงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชนและนักเรียน
๕. ให้หน่วยงานในสังกัดและสถานศึกษาดำเนินการตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และกระทรวงสาธารณสุขกำหนด อย่างเคร่งครัด
๖. ให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนด
การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๔o) ลงวันที่ ๓๔ ธันวาคม ๒๕๖๔ มาตรการด้านสาธารณสุขในการควบคุมและป้องกันโรค รวมทั้งแนวทางในการปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work From Home) อย่างเคร่งครัด
๗. พิจารณาหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเคลื่อนที่ของกลุ่มคนจำนวนมาก เช่น การประชุม การสัมมนา การฝึกอบรม การจัดสอบ ฯลฯ หากมีความจำเป็น ให้จัดกิจกรรม
โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มากที่สุด ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีการยกเลิก ระงับ หรือเลื่อนการจัดกิจกรรมใดแล้วอาจเกิดผลเสียต่อทางราชการ ขอให้พิจารณาดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเต็มขีดความสามารถ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ - ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ (นายอัมพร พินะสา) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ที่มา ; สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ (เพิ่มเติม ครั้งที่ 1)

(3 มกราคม 2565) นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ (เพิ่มเติม ครั้งที่ 1)
ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564 และประกาศแนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการภายหลังเทศกาลปีใหม่ ที่ ศธ 0100.1/ว3787 ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหน่วยงาน และให้หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่รวมกลุ่มคนจำนวนมาก นั้น
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาจยังมีต่อเนื่องภายหลังจากเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2565 ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 จึงประกาศแนวปฏิบัติเพิ่มเติม เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงศึกษาธิการเพิ่มเติม ดังนี้
1.ให้สถานศึกษาประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงอย่างรอบด้านของนักเรียนหรือครูที่อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในช่วงการเปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 เป็นต้นไป หากมีนักเรียนหรือครูที่เป็นกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว ให้สถานศึกษาสามารถพิจารณาปรับการเรียนการสอนเป็นระบบการศึกษาทางไกล (On air/ Online/ On hand/ On demand) ได้ตามความเหมาะสม และประสานกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างใกล้ชิด
2.ให้สถานศึกษาประเมินมาตรการการเปิดเรียนตาม Thai stop COVID plus และปฏิบัติตามข้อกำหนดของ 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC), 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษาโดยเคร่งครัด โดยพื้นที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างให้ปฏิบัติตามแนวทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
3.ให้สถานศึกษาดำเนินมาตรการตามแผนเผชิญเหตุที่กำหนด กรณีนักเรียน ครู หรือบุคลากรในสถานศึกษา มีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือมีผลตรวจคัดกรองหาเชื้อเป็นบวก โดยให้มีการซักซ้อมอย่างเคร่งครัด และประสานความร่วมมือกับสถานพยาบาลเครือข่ายในพื้นที่ที่ดูแลอย่างใกล้ชิด
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าว มีความเป็นห่วงนักเรียน ครู และประชาชน จึงได้สั่งการให้ปลัด ศธ. ออกประกาศแนวปฏิบัติดังกล่าว เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ทุกระดับ ทุกประเภททั่วประเทศ ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของ ศธ. เพิ่มเติม เพื่อให้สถานศึกษาสามารถประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และพิจารณาปรับการเรียนการสอนเป็นระบบการศึกษาทางไกลได้ตามความเหมาะสม โดยให้ประสานกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะต้องประเมินมาตรการการเปิดเรียนของ Thai stop COVID plus และปฏิบัติตามข้อกำหนดของ 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC), 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษาโดยเคร่งครัด พร้อมทั้งดำเนินมาตรการตามแผนเผชิญเหตุที่กำหนด ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ที่มา ; ศธ.360 องศา
กระทรวงศึกษาธิการได้ออกแนวปฏิบัติภายหลังเทศกาลปีใหม่ 2565 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเน้นการยกระดับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น กำหนดให้หน่วยงานและสถานศึกษาดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่ การปฏิบัติงานแบบ Work from Home ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ระหว่างวันที่ 1–14 มกราคม 2565 โดยไม่กระทบต่อการบริการประชาชน การหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มจำนวนมาก และส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทน หากจำเป็นต้องจัดกิจกรรมต้องอยู่ภายใต้มาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ผู้บริหารพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณีและรายงานต่อส่วนกลาง
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดแนวปฏิบัติให้หน่วยงานและสถานศึกษาบริหารจัดการการทำงานและการเรียนการสอนอย่างยืดหยุ่น โดยคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์และความปลอดภัยของผู้เรียน พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
นอกจากนี้ สถานศึกษาต้องประเมินความเสี่ยงของนักเรียนและครู หากพบความเสี่ยงสามารถปรับการเรียนการสอนเป็นรูปแบบทางไกลได้ และต้องดำเนินมาตรการ Thai Stop COVID Plus รวมถึงมาตรการ DMHT-RC, SSET-CQ และแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด โดยเน้นความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง
มาตรการ Work from Home ของ ศธ. กำหนดสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละเท่าใด
ก. 50
ข. 60
ค. 75
ง. 85
เหตุผลหลักของการออกมาตรการหลังปีใหม่คือข้อใด
ก. เพิ่มประสิทธิภาพการเรียน
ข. รองรับการเปิดเรียน
ค. ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น
ง. ลดภาระงานครู
หากจำเป็นต้องจัดกิจกรรม ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ยกเลิกทั้งหมด
ข. จัดได้โดยไม่จำกัด
ค. ใช้มาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
ง. ให้เอกชนจัดแทน
แนวทางใดช่วยลดการรวมกลุ่มได้ดีที่สุด
ก. เพิ่มวันหยุด
ข. ใช้ระบบออนไลน์
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เพิ่มครู
ใครมีอำนาจอนุมัติการจัดกิจกรรม
ก. ครู
ข. นักเรียน
ค. หัวหน้าส่วนราชการ
ง. ผู้ปกครอง
บทบาทของผู้ตรวจราชการคือข้อใด
ก. สอนนักเรียน
ข. ออกข้อสอบ
ค. ตรวจติดตามและรายงานผล
ง. จัดกิจกรรม
สถานศึกษาควรดำเนินการอย่างไรเมื่อพบกลุ่มเสี่ยง
ก. ปิดโรงเรียนทันที
ข. ไม่ต้องทำอะไร
ค. ปรับการเรียนเป็นทางไกล
ง. ให้หยุดเรียนทั้งหมด
มาตรการ DMHT-RC เป็นมาตรการด้านใด
ก. เทคโนโลยี
ข. สาธารณสุข
ค. การเงิน
ง. การบริหาร
การบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษาควรยึดหลักใด
ก. ความสะดวกของครู
ข. ความปลอดภัยและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
ค. งบประมาณ
ง. เวลาเรียน
แนวปฏิบัตินี้สะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. รวมศูนย์
ข. ยืดหยุ่นตามสถานการณ์
ค. แข่งขัน
ง. ลดคุณภาพ
คลิกเฉลย >>>