สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ครูไทยในวันครูโลก; ความท้าทาย สิ่งที่ควรปฏิบัติ

วันที่ 5 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันครูโลก (World Teacher’s Day) เพื่อยกย่องครูเนื่องจากมีบทบาทในการขับเคลื่อนการศึกษาให้เจริญก้าวหน้า สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ครูไทยในวันครูโลก 2023” สำรวจระหว่างวันที่ 27 กันยายน - 2 ตุลาคม 2566 กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มประชาชนทั่วไป จำนวน 943 คน และกลุ่มครู จำนวน 645 คน รวม 1,588 คน สรุปผลได้ ดังนี้

ความท้าทายของครู ณ วันนี้ กลุ่มประชาชนทั่วไปมองว่า เป็นเรื่องการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนยุคใหม่ ร้อยละ 65.32 ส่วนกลุ่มครูมองว่าความท้าทาย คือ การมีงานนอกเหนือจากการสอนจำนวนมาก ร้อยละ 80.87

สิ่งที่ครูควรปฏิบัติในยุคของการเปลี่ยนแปลง กลุ่มประชาชนทั่วไปมองว่า ครูควรพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถ คิดสร้างสรรค์ ร้อยละ 58.45 ส่วนกลุ่มครูมองว่า ครูควรพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ดีขึ้น ร้อยละ 71.58 

ในเรื่องเงินเดือนค่าตอบแทนของครู ทั้งกลุ่มประชาชนทั่วไป และกลุ่มครู ต่างก็มองว่า เงินเดือนของครู ณ วันนี้ยังไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มครูมองว่าไม่เหมาะสมสูงถึงร้อยละ 81.40 กลุ่มประชาชนทั่วไปมองว่าไม่เหมาะสม ร้อยละ 57.90

หลังจากที่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแถลงนโยบายทั้งกลุ่มประชาชนทั่วไปและกลุ่มครูมองตรงกันว่า นโยบายที่ควรดำเนินการเร่งด่วนที่สุด คือ การปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดขั้นตอน เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา กลุ่มประชาชนทั่วไป ร้อยละ 58.96 และกลุ่มครู ร้อยละ 77.52

สิ่งที่อยากบอกครูไทยในวันครูโลก กลุ่มประชาชนทั่วไปอยากบอกว่า ขอบคุณครูที่อบรมสั่งสอน ร้อยละ 25.16 และกลุ่มครูอยากบอกว่า ครูเป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ เป็นกำลังใจให้ครูทุกคน ร้อยละ 28.88

ในยุคที่มีการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว นับเป็นช่วงเวลาสำคัญแห่งการปรับตัวของครูไทย และระบบการศึกษาไทย ที่ต้องอาศัย "ครู...คุณภาพ" ที่มีประสบการณ์และทักษะบนพื้นฐานความเชี่ยวชาญ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง มีศาสตร์และศิลป์ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และที่สำคัญต้องมีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพครู เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายที่สำคัญ สอดคล้องกับผลการสำรวจที่มองว่าความท้าทายของครู คือ การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ดีขึ้น ภายใต้บริบทของการสร้างความก้าวหน้าในวิชาชีพ และอีกอุปสรรคหนึ่งที่ทำให้ครูไม่มีเวลาค้นคว้าหาความรู้ หรือการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาใหม่ๆ ส่งผลให้ครูไม่สามารถจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อผู้เรียนที่มีความถนัดและการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ดังนั้น การปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศไทย ควรเริ่มจากการเชื่อมั่น เชื่อใจครู และประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ตัวเด็ก ลดภาระการประเมินด้วยเอกสาร รวมถึงการพิจารณาค่าตอบแทน และเพิ่มสวัสดิการเพื่อให้ครูมีแรงจูงใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น "ขอเวลาในห้องเรียน...คืนให้ครูได้เรียนรู้เด็ก" 

ที่มา ; แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566 

ข่าวเกี่ยวกัน

5 ต.ค.”วันครูโลก” รมว.ศธ.ย้ำความสำคัญพลังครูไทย 

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า องค์การยูเนสโก ได้กำหนดให้ทุกวันที่ 5 ตุลาคม เป็นวันครูโลก (World Teachers’ Day) เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2537 ในการประชุมสัมมนาทางการศึกษานานาชาติ และองค์การยูเนสโกได้จัดงานวันครูโลกต่อเนื่องทุกปี เพื่อประกาศยกย่องครู ให้เป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนการศึกษา และเพื่อให้ครูทั่วโลกได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบของตนที่มีต่อสังคม 

โอกาสนี้ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังคุณครูทุกท่าน เพราะเป็นผู้ที่มีพลังสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพการศึกษา ให้มีความก้าวหน้า มีประสิทธิภาพ 

นโยบายของ ศธ. คือ เรียนดี มีความสุข” โดยมุ่งเน้นให้การเรียนการสอนต้องเริ่มจากความสุขทั้งผู้เรียน ครูผู้สอน และผู้ปกครอง เมื่อมีความสุขจะส่งผลให้การเรียนดีขึ้น เมื่อการเรียนดีขึ้นจะส่งผลกลับไปทำให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ ศธ.พร้อมที่จะช่วยลดภาระครู 4 เรื่องที่สำคัญ คือ 1) ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะ ที่เน้นตามสภาพจริง ลดการทำเอกสาร ขั้นตอนการประเมิน 2) ครูคืนถิ่น สามารถย้ายกลับภูมิลำเนาด้วยความโปร่งใส ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง เพื่ออยู่ร่วมกับครอบครัวอย่างมีความสุข 3) แก้ไขปัญหาหนี้สินครู และ 4) จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ เพื่อช่วยจัดการเรียนการสอน (1 ครู 1 Tablet) 

ขอให้คุณครูทุกท่านมั่นใจว่า รมว.ศธ.ให้ความสำคัญกับการลดภาระครู เพื่อให้ครูมีความสุข ได้ดูแลลูกศิษย์อย่างใกล้ชิด เป็นที่รักของทุกคน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พลังของครูไทย จะมุ่งสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ในทุกมิติได้อย่างแท้จริง” โฆษก ศธ.กล่าว 

ที่มา ; ศธ. 360 องศา

 

เกี่ยวข้องกัน

ปารมี’ชี้ ครูไทย กำลังจะเป็นโรค เพราะการศึกษาผิดเพี้ยน วอน บิ๊กอุ้ม แก้ปัญหาเร่งด่วน 

วันที่ 5 ตุลาคม ปารมี ไวจงเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก เนื่องในวัน ครูโลก มีเนื้อหาต่อไปนี้ 

วันนี้ 5 ตุลา วันครูโลก แต่ครูไทย กำลังเป็น “โรค” กันหมดแล้วค่ะ เป็นโรคจากความเจ็บปวดที่ได้รับจากความผิดเพี้ยนของระบบการศึกษาไทย 

ดิฉันอยากฝากถึงท่านรัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้โปรดทำคุณภาพชีวิตของครูไทยให้หายขาดจากโรค ให้เหมือนครูในโลกสากลที่เขาเจริญแล้วสักทีเถอะ ให้สมกับที่ท่านอาสาเข้ามารับใช้วงการการศึกษาไทย 

ท่านต้องเร่งแก้เลยค่ะ เรื่องเร่งด่วนอันดับแรก คือ ท่านต้องคืนครูสู่ห้องเรียนอย่างแท้จริง ให้ครูเขาได้สอนจริง ๆ ได้อยู่กับนักเรียนจริง ๆ ท่านต้องยกเลิกโครงการที่ไม่จำเป็น ยกเลิกงานเอกสารมากมายก่ายกอง ยกเลิกการนอนเวร 

นี่คือ quick win ที่ท่านรัฐมนตรีเซ็นชื่อทำได้ทันทีเลย

ต่อมาสิ่งที่ท่านก็ต้องเร่งทำด้วย คือ เรื่องโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ทั้งครู และนักเรียนกำลังจะตายกันหมดแล้ว งบก็ได้น้อย ขาดแคลนไปหมดเสียทุกอย่าง ครูไม่ครบชั้นไม่ครบวิชา นักเรียนก็ได้ความรู้ไม่เต็มที่ เจ็บปวดกันทั้งครูทั้งเด็ก 

นอกจากนี้ยังเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการครูอีก ก็เป็นปัญหามาก ถ้าเราอยากได้คนเก่งมาเป็นครู แต่เงินเดือน+สวัสดิการครู โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นการเป็นครูหลังบรรจุใหม่ ๆ ที่เงินเดือนยังต่ำเตี้ยเรี่ยราดน้อยนิดอยู่แบบนี้ คนเก่งที่ไหนจะอยากมาเป็นครู งานก็หนัก เครียดก็เครียด แถมเงินยังน้อยอีก

และเรื่องปัญหาหนี้สินครูอีก ขอให้ท่านแก้ให้ถูกจุด เชิญนักวิชาการผู้รู้มาเป็นที่ปรึกษา ท่านจะได้รู้ถึงต้นตอว่า

ปัญหาหนี้สินครู สิ่งสำคัญอยู่ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งมักจะมี ผอ.เขตพื้นที่เป็นประธานสหกรณ์ ผลประโยชน์มันทับซ้อนกันนะคะ 

ดอกเบี้ยสหกรณ์ออมทรัพย์ครูก็สูง เพราะหนี้ครูซึ่งเป็นหนี้หักหน้าซองเงินเดือน ถือเป็นหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ดอกเบี้ยต้องต่ำกว่านี้ค่ะ 

แล้วยังประเด็นที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูไม่เข้าระบบเครดิตบูโร ทำให้การประเมินศักยภาพในการชำระหนี้ของครูผิดพลาด บวกกับครูบางท่านก็ขาดองค์ความรู้ทางด้านการเงิน และขาดวินัยทางการเงิน นำไปสู่การกู้หนี้ยืมสินในทุกช่องทางจนเป็นหนี้หัวโตนี่เองแหละ 

เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาเร่งด่วน และเป็นโรคร้ายเรื้อรังที่บั่นทอนกำลังใจในการทำงานของครูไทยมานาน หากท่านรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวง ปรารถนาให้ครูไทยได้พ้นวังวนแห่งโรคร้ายนี้เพื่อฉลองวันครูโลกอย่างในวันนี้ ท่านต้องเร่งลงมือทำด่วนเลยนะคะ 

ที่มา ; มติชนออนไลน์  วันที่ 5 ตุลาคม 2566

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงสถานการณ์ “ครูไทยในวันครูโลก 2023” จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล ซึ่งสะท้อนมุมมองทั้งประชาชนและครู พบว่าความท้าทายสำคัญคือการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนในยุคใหม่ และภาระงานนอกการสอนที่มากเกินไป โดยครูส่วนใหญ่เห็นว่าควรพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ขณะที่ประชาชนเน้นการพัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของครู นอกจากนี้ ทั้งสองกลุ่มเห็นตรงกันว่าเงินเดือนและค่าตอบแทนครูยังไม่เหมาะสม

นโยบายเร่งด่วนที่ควรดำเนินการคือการปรับระบบประเมินวิทยฐานะ ลดขั้นตอนเอกสาร และมุ่งผลลัพธ์ผู้เรียน รวมถึงการลดภาระงานครู เช่น การแก้หนี้สินครู การจัดสวัสดิการ และสนับสนุนอุปกรณ์การสอน แนวคิด “เรียนดี มีความสุข” เน้นความสุขของผู้เรียน ครู และผู้ปกครอง

บทความยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น งานเอกสารมาก โรงเรียนขนาดเล็กขาดแคลน และหนี้สินครู ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา ดังนั้น การปฏิรูปควรเริ่มจากการ “คืนครูสู่ห้องเรียน” ลดภาระที่ไม่จำเป็น เชื่อมั่นในวิชาชีพครู และประเมินผลที่ตัวผู้เรียน เพื่อให้ครูมีเวลาออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 ความท้าทายสำคัญของครูตามมุมมอง “กลุ่มครู” คือข้อใด
ก. การขาดแคลนอุปกรณ์
ข. งานนอกเหนือจากการสอนจำนวนมาก
ค. นักเรียนขาดวินัย
ง. หลักสูตรล้าสมัย
เฉลย: ข
เหตุผล: ครูมองว่าภาระงานอื่นเป็นอุปสรรคหลักต่อการสอน

 

ข้อ 2 ประชาชนมองว่าครูควรพัฒนาเรื่องใดมากที่สุด
ก. งานวิจัย
ข. การบริหาร
ค. ความคิดสร้างสรรค์และทักษะ
ง. เทคโนโลยีขั้นสูง
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นทักษะและความคิดสร้างสรรค์เพื่อผู้เรียนยุคใหม่

 

ข้อ 3 นโยบายเร่งด่วนที่ทั้งสองกลุ่มเห็นตรงกันคืออะไร
ก. เพิ่มโรงเรียน
ข. ลดชั่วโมงเรียน
ค. ปรับการประเมินวิทยฐานะ
ง. เพิ่มข้อสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องลดขั้นตอนและเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้

 

ข้อ 4 ปัญหาเงินเดือนครูสะท้อนผลกระทบใดมากที่สุด
ก. คุณภาพอาคารเรียน
ข. แรงจูงใจในการทำงาน
ค. จำนวนครู
ง. หลักสูตร
เฉลย: ข
เหตุผล: ค่าตอบแทนต่ำกระทบขวัญกำลังใจ

 

ข้อ 5 แนวคิด “เรียนดี มีความสุข” เน้นสิ่งใดเป็นหลัก
ก. คะแนนสอบ
ข. การแข่งขัน
ค. ความสุขของทุกฝ่าย
ง. การควบคุม
เฉลย: ค
เหตุผล: ความสุขนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดี

 

ข้อ 6 แนวทาง “คืนครูสู่ห้องเรียน” ควรทำอย่างไร
ก. เพิ่มงานเอกสาร
ข. ลดภาระที่ไม่จำเป็น
ค. เพิ่มการประเมิน
ง. เพิ่มกิจกรรม
เฉลย: ข
เหตุผล: ลดงานอื่นเพื่อให้ครูมีเวลาสอน

 

ข้อ 7 ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กส่งผลอย่างไร
ก. ครูเกิน
ข. นักเรียนมากเกิน
ค. การเรียนรู้ไม่เต็มที่
ง. งบประมาณเกิน
เฉลย: ค
เหตุผล: ขาดครูและทรัพยากร ทำให้คุณภาพลดลง

 

ข้อ 8 หากต้องการยกระดับคุณภาพครู ควรเริ่มจากอะไร
ก. เพิ่มข้อสอบ
ข. เพิ่มเอกสาร
ค. เชื่อมั่นและสนับสนุนครู
ง. ลดเงินเดือน
เฉลย: ค
เหตุผล: ความเชื่อมั่นและสนับสนุนเป็นฐานสำคัญ

 

ข้อ 9 ปัญหาหนี้สินครูควรแก้ด้วยวิธีใด
ก. เพิ่มหนี้
ข. ไม่ต้องแก้
ค. วิเคราะห์ต้นเหตุและปรับระบบ
ง. ลดจำนวนครู
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องแก้เชิงระบบ เช่น สหกรณ์และวินัยการเงิน

 

ข้อ 10 การลดภาระเอกสารจะส่งผลเชิงบวกอย่างไร
ก. ครูว่างงาน
ข. ครูมีเวลาพัฒนาผู้เรียน
ค. นักเรียนเรียนลดลง
ง. ระบบซับซ้อนขึ้น
เฉลย: ข
เหตุผล: ทำให้ครูมีเวลาออกแบบการเรียนรู้และดูแลนักเรียนมากขึ้น

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น