
วันนี้ (๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) หน่วยงานชั้นแนวหน้าด้านการจัดทำนโยบายและมาตรฐานการศึกษาประเทศไทย จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา สกศ. ครบรอบ ๖๓ ปี ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เป็นประธานในพิธี โอกาสนี้เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.อรรถพล สังขวาสี) รองเลขาธิการสภาการศึกษา (นายสวัสดิ์ ภูทอง) ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.คมกฤช จันทร์ขจร) อดีตเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหาร ผู้อำนวยการสำนัก/กลุ่ม ข้าราชการ และบุคลากร สกศ. ร่วมให้การต้อนรับภายใต้การเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19)
ไฮไลต์โดดเด่น ณ ห้องกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สกศ. ในระหว่างเสวนาพิเศษออนไลน์ เรื่อง "สภาการศึกษาเข็มทิศการศึกษาไทย : สร้างกำลังคนสมรรถนะสูง รับมือต่อการเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลก" ซึ่งเป็นเวทีสำคัญต่อการ "ชี้ทิศ คิดร่วมกัน ก้าวทันโลก" ของชาว สกศ. และคณะวิทยากรคนดัง ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ด้านนโยบายและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา (เลขาธิการสภาการศึกษา คนที่ ๑๗) โดย ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา ผู้ดำเนินรายการ ร่วมกันแสดงวิสัยทัศน์สื่อสารนโยบายเด่น สกศ. ขยายการรับรู้และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คู่ขนานไปกับผู้ติดตามการเสวนาจากทั่วประเทศ โดยสำนักสื่อสารองค์กร สกศ. ถ่ายทอดสดออนไลน์วิถี New Normal ผ่านทาง Facebook live : OEC News สภาการศึกษา สรุปวาระเด่น สกศ. เข็มทิศการศึกษาชาติ ดังนี้
ชี้ทิศ
การชี้ทิศทางด้วยเข็มทิศการศึกษาที่ถูกที่ถูกทางได้ผลดีมีประสิทธิภาพในโลก VUCA World ที่มีความผันผวนเผชิญกับความไม่แน่นอนและเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้า สกศ. คิดเองไม่ได้ แม้มีงานวิจัยมากมายแต่ต้องการประสบการณ์และความคิดจากผู้เชี่ยวชาญในวงการต่าง ๆ เข้ามาเสริมและแนะนำเข็มทิศให้ชี้ทิศทางที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทย สร้างอาวุธสมอง สร้างอาวุธใจ ที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทุกขณะได้ด้วยโยบาย Coding เป็นนโยบายการศึกษาเร่งด่วนข้อที่ ๗ ของชาติ โดยใช้ Unplug Coding เป็นการปฏิรูปการศึกษาที่เข้าถึงตัวเด็กครั้งแรกในประเทศไทย ฝึกให้เด็กรู้จักคิดเป็นระบบ กล้าตัดสินใจ ลงมือทำ เป็นทักษะใหม่ของโลกอนาคต พัฒนาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แก้ไขปัญหาชีวิตได้ตั้งแต่อนุบาลจนถึงวัยทำงาน
คิดร่วมกัน
แนวทางร่วมกันคิดมีความหมายยิ่งใหญ่ ไม่ใช่คิดในแบบราชการเท่านั้นต้องเตรียมเด็กให้มีความพร้อม ต้องคิดนอกกรอบของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ภายใต้แนวคิด Coding แห่งชาติ เป้าหมายคือผลิตเด็กที่มีงานทำสอดรับกับตลาดแรงงาน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทันสมัย ความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในทุกพื้นที่ต้องร่วมผสมผสานการเรียนรู้สอดคล้องนโยบายรัฐปรับเปลี่ยนจากหลักสูตรกลุามสาระเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ คนเก่งมีมากมาย เด็กสอบได้ที่ ๑ ต้องปรับความรู้เรียนแล้วเกิดสมรรถนะ เลี้ยงตนเองได้ ช่วยเหลือครอบครัวได้ สร้างประโยชน์ต่อครอบครัวและสังคมด้วย ต่อยอดพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Science Technology Innovation : STI) เป็นพื้นฐานของผู้เรียนทุกระดับปัจจุบันตามช่วงวัย ทิศทางดังกล่าวต้องการความร่วมมือจากทุกคน ผู้บริหารการศึกษาต้องพบปะผู้คนและเครือข่ายการศึกษาร่วมกันสร้างคนไทยคุณภาพสูงสู่ประเทศไทย ๔.๐ ก้าวสู่พลเมืองที่มีคุณภาพของโลก
ก้าวทันโลก
เกิดเทรนด์อาชีพใหม่ ๆ ยุคดิจิทัล เด็กมีความคิดที่แตกต่างออกไป ริเริ่มอาชีพใหม่ ๆ กวาดอาชีพเก่า ยุคดิจิทัลไม่มีสิ่งใดแน่นอน เรียนแค่สะเต็มศึกษา (Science Technology Engineering and Mathematics : STEM) ยังไม่เพียงพอ ต้องเพิ่ม A ที่มีความหมายไม่ใช่แค่ Art Of Life ปรับเพิ่มให้เป็น STEAM ประเทศไทยมีความลึกซึ้งในเชิงวัฒธรธรรมคุณธรรม ยึดมั่นประเพณีที่ดีงาม ผสมผสานกับองค์ความรู้เทคโนโลยี เมื่อเก่งแล้วต้องมีคุณธรรมความดีควบคู่ไปด้วย เสริมความแข็งแรง เอาชนะชาติตะวันตกและชนะปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพราะมนุษย์มีจินตนาการ ความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล วัฒนธรรม ความดีงาม เอาชนะ AI และอินเทอร์เนต (IOT) คนไทยมีจิตวิญญาณเหนือกว่าเครื่องจักร ต่อไปเด็กรุ่นใหม่จะเก่งกว่าคนรุ่นก่อน อาชีพใหม่ยังไร้ขีดจำกัดและมีเกิดขึ้นอีกมากมาย ออนไลน์ และออฟไลน์ ยังไม่สามารถคาดเดาได้ พื้นฐานเด็กไทยที่มี Coding ที่เข้าถึงและปฏิรูปการศึกษาถึงตัวเด็กอย่างแท้จริง สนใจอะไรเรียนสิ่งนั้น STEAM และ Coding จะทำให้เด็กไทยชนะทุกชาติ ทุกอาชีพต้องมี STEAM แพทย์ วิศวกร นักการตลาด เมื่อมีระบบความคิดแก้ไขปัญหาที่ดีสามารถสร้างนวัตกรรมชั้นแนวหน้าของโลกได้ เร่งพัฒนาไปที่ตัวบุคคล สร้างให้มีจิตใจสาธารณะเป็นคนไทยที่สมบูรณ์แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีสูงเพียงใดก็ตาม
สกศ. ก้าวสู่ปีที่ ๖๔ ภายใต้การนำของ ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา ที่มีนโยบายสร้างสรรค์ "เด็กไทย ๒๐๒๕ เพื่อเศรษฐกิจไทย" ขยายวิสัยทัศน์โดดเด่นมองแนวโน้มการศึกษาและภาคกำลังคนอนาคตต้องเติบโตไปด้วยกัน (Common Growth) มุ่งเน้นสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศด้วยการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพและสมรรถนะสูง ยกระดับการพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นวาระสำคัญการขับเคลื่อนงานของ สกศ. ในการสร้างผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อสังคม
งานวิจัย สกศ. พบว่า นักเรียนทุกชั้นมากกว่า ๑๔ ล้านคน ไม่ได้ไปโรงเรียนในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาด Covid-19 สร้างปรากฎการณ์ "ความรู้ถดถอย" (Learning Loss) ที่ต้องเร่งแก้ไขผ่านแนวทางการพัฒนาระบบผลิตและคัดกรองครู เพื่อให้มีสมรรถนะใหม่สอดคล้องการปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาทั่วประเทศ ๓.๗๘ หมื่นแห่ง และส่งเสริมการเรียนรู้ใหม่ ๆ ผ่านระบบออนไลน์แก่นักเรียนในระบบ จำนวน ๑๒.๕๙ ล้านคน ผลผลิตด้านนโยบายของ สกศ. ที่ผ่านการอนุมัติเห็นชอบจากสภาการศึกษา (กกส.) จากอดีตและส่งกระทบต่อเนื่องปัจจุบันนั้น ผลการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าหลายเรื่องประสบความสำเร็จ แต่ยังมีปัญหาอีกหลายเรื่องต้องเร่งพัฒนาปรับปรุง ต่อยอด และเข้าถึงทุกกลุ่มช่วงวัย
การผลักดันการตราร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นแปรญัตติของคณะกรรมาธิการร่วมของทั้ง ๒ สภาเรียบร้อยแล้ว เปรียบเสมือน "ธรรมนูญการศึกษา" เป็นกฎหมายกลางของการศึกษา เพื่อดูแลการจัดการศึกษาของประเทศและปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งต้องเร่งส่งเสริมการพัฒนาปฐมวัย การพัฒนาทักษะและความรู้ในทักษะเดิม (Upskill) และพัฒนาทักษะความรู้ใหม่ (Reskill) และพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตไว้รองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นรองรับทุกช่วงวัย (Gen XYZ) ซึ่งเป็นกำลังแรงงานสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศไทย
สกศ. ในฐานะหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระทางวิชาการย่างก้าวผ่านสู่ปีที่ ๖๔ ยังเร่งขับเคลื่อนงานการศึกษาชาติอย่างเข้มแข็งและปลุกความคิดสำคัญต่อสังคมตลอดมา ประการสำคัญผลลัพธ์ที่ต้องการ สกศ. มุ่งเน้นสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการกำหนดเป้าหมาย "เด็กไทย ๒๐๒๕ เพื่อเศรษฐกิจไทย" ทิศทางการขับเคลื่อนงาน สกศ. เร่งปรับงานวิจัยผสมผสานยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี สอดรับกับงานวิจัยของสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) รองรับการประกอบอาชีพแห่งอนาคต ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความสอดคล้องความต้องการที่แท้จริง แปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ กำหนดพิมพ์เขียวการพัฒนาทุนมนุษย์ (Skill Mapping) ขับเคลื่อนคือการสร้างศักยภาพการแข่งขันประเทศไทยในเวทีโลก
ภายใต้ทิศทางที่มีเป้าหมายการพัฒนากำลังคนตามนโยบายรัฐบาล ประเทศมีความหวังมีทางเดินชัดเจน โดย สกศ. ปรับบทบาทเป็น "เข็มทิศการศึกษาชาติ" สร้างความมั่นใจผู้ปกครอง แม้ว่าการศึกษามีหลากหลายมิติ การเรียนออนไลน์เป็นส่วนหนึ่ง การเรียนที่สมบูรณ์คือการได้เรียนวิชาชีวิต ทำกิจกรรมร่วมกัน หลอมรวมวิชาการเข้ากับวิชาชีวิตเป็นคนที่สมบูรณ์และเติมเต็มด้วยเทคโนโลยี สามารถคิด วิเคราะห์ ไตร่ตรองด้วยตนเองได้ ขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาสอดรับการเปิดประเทศและเชื่อมโยงเสาหลักเศรษฐของกิจประเทศ พัฒนาทักษะเดิมเพิ่มทักษะใหม่ (Upskill-Reskill) ครอบคลุมไปถึงกลุ่มประชาชนทั่วไปลดอัตราการว่างงาน ส่งเสริมผลิตผู้ประกอบการใหม่ (Startup) สร้างอาชีพใหม่ที่เหมาะสมกับช่วงวัยเพื่อดึงเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น
ความก้าวหน้าการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายของ สกศ. จึงถือเป็นทั้งพันธกิจและความท้าทายในสถานการณ์ที่ต้องการ "ความกล้าหาญ" ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการศึกษาที่เท่าทันเหตุการณ์และเปิดมุมมองการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ ๆ สอดรับกับสถานการณ์โลก New Normal ที่ยังต้องเร่งพัฒนาการสร้างสรรค์ระบบการจัดการเรียนรู้สามารถอยู่ร่วมกับ Covid-19 ตลอดไป
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ข่าวเกี่ยวกัน
สกศ.ต้องชี้นำทิศทางการศึกษาไทย สร้างเด็กให้เก่งพร้อมก้าวทันโลก
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานและเจริญพระพุทธมนต์เนื่องวันคล้ายวันสถาปนา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ครบรอบปีที่ 63 และการเสวนาพิเศษ เรื่อง “สภาการศึกษาเข็มทิศการศึกษาไทย : สร้างกำลังคนสมรรถนะสูงรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลก” พร้อมมอบประกาศนียบัตร “คนดีศรี สกศ.” แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2564
คุณหญิงกัลยากล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาพิเศษว่า สกศ.จะต้องเป็นสมอง เป็นผู้นำทางความคิด ชี้นำทิศทางการศึกษาไทยในยุค VUCA World หรือในยุคที่มีความผันผวน เปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน มีความสลับซับซ้อนที่ไม่เคยเจอมาก่อน อีกทั้งโลกยังถูกสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือโควิด-19 เข้ามาซ้ำเติมอีก แต่ถึงแม้ไม่มีสถานการณ์โควิด-19 เราก็จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนทิศทางการศึกษาของไทยโดย สกศ.จะต้องชี้ทิศทางการศึกษาให้กับเยาวชน ให้กับคนไทย เพื่อให้การศึกษาของประเทศก้าวทันโลกและชนะโลกได้นี่คือเป้าหมายการทำงานในปีต่อไปของ สกศ. อย่างไรก็ตาม การพัฒนาการศึกษาจะต้องระดมกำลังทุกภาคส่วน เพื่อให้เข็มทิศการศึกษาไปถูกที่ถูกทางได้ผลดีและเร็วที่สุด สามารถปรับเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ของโลก
คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า สกศ.ต้องเป็นเข็มทิศของการศึกษาไทยเป็นเข็มทิศประเทศไทยโดยทิศทางต้องมีความชัดเจนเพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถอยู่ในโลก Digital Disruption ได้อย่างมีความสุข และมีความพร้อมมีภูมิคุ้มกัน สามารถแก้ปัญหาในยุค VUCAWorld ให้ได้ ทั้งนี้ จะต้องเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ... ที่ขณะนี้ผ่านการพิจารณาในการประชุมรัฐสภาวาระแรกไปแล้ว คาดว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาวาระสองและสามภายในกลางปีนี้
“ส่วนการสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลกนั้น โดยเร็วๆ นี้ สกศ.มีโครงการ สกศ.สัญจร เพื่อเดินทางไปพบภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจที่เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อหารือในการผลิตกำลังคน โดยกลุ่มแรกจะไปพบภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก่อนและโรงแรม เป็นต้น เมื่อรับฟังข้อมูลจากนั้น สกศ.ก็จะนำมาวิจัยสังเคราะห์และวางแผนผลิตกำลังคนของประเทศให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการโดยเฉพาะผู้เรียนสายอาชีวศึกษาเมื่อเรียนจบแล้วจะต้องทำงานได้จริง”คุณหญิงกัลยา กล่าว
ด้าน ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การที่ สกศ.จะขับเคลื่อนการทำงานจะชี้ทิศ จะวางแผนขบวนการทำงานอย่างไร เราทุกคนจะต้องหลอมรวมกันเพื่อวางแผนการทำงานที่หนักแน่นและพัฒนางานที่จำเป็น ซึ่งการจะมี พ.ร.บ.การศึกษา ฉบับใหม่เกิดขึ้น ทางรัฐบาลและกระทรวงศึกษาฯ ก็มองว่าสกศ.ควรปรับบทบาทปรับเปลี่ยนเป็นคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ เป็นซุปเปอร์บอร์ด ดังนั้น การที่ สกศ. จะเป็นซุปเปอร์บอร์ด ก็ควรมีองคาพยพที่จะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศ ต้องเป็นผู้นำการศึกษาของประเทศให้ได้ ดังนั้น สกศ.ต้องวางแนวทางในการทำงาน ร่วมกันอย่างมีศักยภาพและมีความตั้งใจอย่างสูงสุด
ดร.อำนาจ กล่าวต่อว่า สกศ. มี 3 เรื่อง คือ พ.ร.บ.การศึกษา การศึกษาปฐมวัย และกรอบคุณวุฒิฯ ที่จะต้องขับเคลื่อน ซึ่งทั้ง 3 เรื่องนี้มีความสำคัญทั้งหมด ดังนั้น สกศ.จะกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ในการทำงานออกไปสู่สาธารณชนและสังคมอย่างไร ต้องออกไปเชิญชวนให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และลงไปสู่โรงเรียน สถานศึกษา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องทำให้ทุกคนได้เรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และแผนที่เกิดจากการศึกษาชาติ หรือแผนที่เกิดจากสภาการศึกษา จะต้องเป็นเครื่องมือในการกำกับและให้ทุกภาคส่วนอยากมาร่วม การพัฒนาการศึกษาจึงจะเกิดขึ้นได้
“ถ้าพูดถึงการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาที่มีอยู่ในวันนี้ เราต้องเปลี่ยนทั้งขบวนการทางความคิดและการพัฒนาที่เรามีอยู่ และเราจะนำพาองคาพยพขับเคลื่อนไปกับเราได้อย่างไร ซึ่งจากที่เราประสบกับสถานการณ์โควิด-19 ครั้งนี้แล้วจะเห็นว่าเทคโนโลยีเข้ามาแรงและเร็วมาก การเรียนรู้ของผู้คนในสังคมโลกเร็วมาก ผู้ปกครองเข้าใจการเรียนรู้ของเด็ก เพราะได้มีโอกาสอยู่กับลูกนานขึ้น และครูก็เข้าใจการใช้เทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น นักเรียนก็เรียนรู้เทคโนโลยีได้มากขึ้น เพราะฉะนั้น ในการปรับเปลี่ยนแผนหรือแนวคิด สกศ.จะต้องคิดถึงการใช้เทคโนโลยี การใช้ภาษาในการสื่อสาร เช่น ภาษาโค้ดดิ้ง หรือภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาที่ทั่วโลกใช้มากที่สุดมาใช้ในการสื่อสารขับเคลื่อนการทำงาน หรือนวัตกรรม นวัตกรอื่นมาใช้ ดังนั้นจึงอยู่ที่ สกศ.จะเป็นผู้ชี้ทิศและวางแผนการขับเคลื่อนต่อไป”
ขณะที่ ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสกศ.กล่าวว่า รมช.ศธ. ได้เน้นย้ำเรื่องการสร้างสมรรถนะให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ และการสอดแทรกเรื่องวัฒนธรรม ประเพณีดีงามของไทย และความมีรากเหง้าเราจะต้องสอดแทรกไปในการเรียนการสอนเพื่อให้คนไทยมีคุณภาพ นอกจากจะเก่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีแล้ว ต้องเป็นคนไทยที่มีคุณภาพ จะทำให้เราชนะเครื่องจักรและชนะประเทศอื่น
เลขาธิการ สกศ. กล่าวต่อว่า ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงนี้ เราจะปรับตัวอย่างไรในสถานการณ์วิกฤตโลก (VOCA World) การเปลี่ยนแปลงในการผลิตและพัฒนากำลังคน ควรจะไปทางใด ซึ่ง สกศ.เปรียบเสมือนสมอง ในการที่จะระดมความคิดบุคลากรในหน่วยงานและบุคลากรภายนอก เพื่อจะขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศ ในช่วง Digital disruption นี้จะเห็นได้ว่าการเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย และเห็นชัดขึ้นในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 นี้
“ผมจะนำแนวทางและนโยบายของ รมช.ศธ. และ อดีตผู้บริหาร สกศ. มาเป็นแนวทางการขับเคลื่อนกำหนดยุทธศาสตร์ของ สกศ. และในการนำเสนอของบประมาณ ปีงบประมาณ 2566 และจะขับเคลื่อน Steam ไปสู่การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา ระดับอุดมศึกษาในแต่ละพื้นที่ และขับเคลื่อนขยายผลการเรียนโค้ดดิ้งให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งการผลักดันโค้ดดิ้งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างเด็กไทยเป็นนักนวัตกรที่สมบูรณ์ได้” นายอรรถพล กล่าว
ที่มา ; แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565
สรุปสาระสำคัญ
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดงานครบรอบ 63 ปี พร้อมเสวนาพิเศษ “สภาการศึกษาเข็มทิศการศึกษาไทย” เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาและกำลังคนของประเทศให้เท่าทันโลกยุค VUCA และ Digital Disruption โดยมุ่งสร้าง “เด็กไทยสมรรถนะสูง” ที่สามารถปรับตัว แก้ปัญหา และแข่งขันได้ในเวทีโลก แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนจากการเรียนรู้เชิงเนื้อหาไปสู่ หลักสูตรฐานสมรรถนะ ใช้ Coding และ STEAM เป็นเครื่องมือพัฒนาระบบคิด การตัดสินใจ และการสร้างนวัตกรรม ควบคู่คุณธรรมและอัตลักษณ์ไทย
สกศ. เน้นการคิดร่วมกันจากทุกภาคส่วน ไม่จำกัดอยู่ในกรอบราชการ เพื่อผลิตกำลังคนที่ตรงกับตลาดแรงงาน และสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ พร้อมรับมือปัญหา Learning Loss จากโควิด-19 ผ่านการยกระดับสมรรถนะครู การเรียนรู้ออนไลน์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต การผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เปรียบเสมือน “ธรรมนูญการศึกษา” เป็นกลไกสำคัญในการปรับโครงสร้างการจัดการศึกษา รองรับการ Upskill–Reskill ทุกช่วงวัย สกศ. จึงทำหน้าที่เป็น “เข็มทิศการศึกษาชาติ” เชื่อมโยงการศึกษา เศรษฐกิจ และการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศอย่างเป็นระบบ
ข้อสอบ
บทบาทของ สกศ. ที่เรียกว่า “เข็มทิศการศึกษาชาติ” สะท้อนแนวคิดการบริหารการศึกษาในลักษณะใดมากที่สุด
ก. การควบคุมและกำกับสถานศึกษาโดยตรง
ข. การเป็นหน่วยงานกำหนดมาตรฐานแบบตายตัว
ค. การชี้นำเชิงนโยบายบนฐานข้อมูล วิจัย และการมีส่วนร่วม
ง. การถ่ายโอนอำนาจการจัดการศึกษาให้เอกชน
เหตุผลสำคัญที่ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ถูกเรียกว่า “ธรรมนูญการศึกษา” คือข้อใด
ก. เป็นกฎหมายที่ใช้เฉพาะในสถานการณ์โควิด-19
ข. เป็นกฎหมายที่รวมรายละเอียดเชิงปฏิบัติทุกระดับ
ค. เป็นกฎหมายแม่ที่กำหนดกรอบการจัดการศึกษาของประเทศ
ง. เป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐาน
นโยบาย Coding และ STEAM ตามบทความ มีเป้าหมายหลักด้านใดมากที่สุด
ก. เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการในการสอบระดับชาติ
ข. สร้างทักษะคิดเป็นระบบ แก้ปัญหา และสร้างนวัตกรรม
ค. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเมืองกับชนบท
ง. เตรียมผู้เรียนให้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีเฉพาะทาง
หากสถานศึกษาต้องการนำแนวคิด “คิดร่วมกัน” ไปใช้ให้สอดคล้องกับบทความ ควรดำเนินการใดก่อน
ก. ปรับตารางเรียนให้มีวิชา Coding เพิ่ม
ข. ประเมินผลครูด้วยตัวชี้วัดด้านเทคโนโลยี
ค. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจและชุมชน
ง. เปลี่ยนการสอบปลายภาคเป็นออนไลน์ทั้งหมด
การแก้ปัญหา Learning Loss ตามแนวคิดของ สกศ. ควรเน้นแนวทางใดมากที่สุด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนและเนื้อหาวิชาการ
ข. ปรับระบบผลิตและพัฒนาครูให้มีสมรรถนะใหม่
ค. ใช้การเรียนออนไลน์ทดแทนการเรียนในโรงเรียน
ง. จัดสอบวัดผลเพื่อคัดกรองผู้เรียนที่อ่อน
บทบาท “เข็มทิศการศึกษาชาติ” ของ สกศ. สอดคล้องกับการบริหารการศึกษาแนวใดมากที่สุด
ก. การบริหารแบบสั่งการจากส่วนกลาง
ข. การบริหารเชิงกลไกกฎหมาย
ค. การบริหารเชิงนโยบายและการชี้นำเชิงยุทธศาสตร์
ง. การบริหารแบบตลาดเสรี
การกล่าวถึงโลก VUCA มีนัยต่อการจัดการศึกษาประการใด
ก. ต้องเพิ่มเนื้อหาวิชาการให้มากขึ้น
ข. ต้องออกแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้
ค. ต้องใช้เทคโนโลยีทดแทนครู
ง. ต้องลดบทบาทสถานศึกษา
สาระสำคัญของนโยบาย Coding ตามบทความ คือข้อใด
ก. ผลิตนักเขียนโปรแกรม
ข. พัฒนาระบบคิดและการแก้ปัญหา
ค. เพิ่มทักษะคอมพิวเตอร์ขั้นสูง
ง. สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันสอบ
Unplugged Coding มีความสำคัญเชิงนโยบาย เพราะเหตุใด
ก. ใช้เทคโนโลยีราคาถูก
ข. เข้าถึงเด็กทุกกลุ่มโดยไม่จำกัดทรัพยากร
ค. เหมาะกับเด็กเก่งเท่านั้น
ง. ลดภาระครูด้านการสอน
การเปลี่ยนจาก “หลักสูตรกลุ่มสาระ” เป็น “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” เน้นสิ่งใดเป็นสำคัญ
ก. ปริมาณเนื้อหาความรู้
ข. ผลการสอบมาตรฐาน
ค. ความสามารถในการนำไปใช้จริง
ง. การจัดการเรียนแบบออนไลน์
หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวคิด “คิดร่วมกัน” ไปใช้ ควรเริ่มจากข้อใด
ก. ปรับโครงสร้างสายงานครู
ข. สร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย
ค. เปลี่ยนหลักสูตรทันที
ง. เพิ่มการประเมินผลภายใน
ข้อ 12
เหตุผลที่ STEM ต้องพัฒนาเป็น STEAM ตามบทความ คือข้อใด
ก. เพิ่มทักษะศิลปะเพื่อความสวยงาม
ข. ลดความตึงเครียดของผู้เรียน
ค. เติมมิติคุณธรรม วัฒนธรรม และจินตนาการ
ง. เพิ่มความยากของหลักสูตร
ข้อใดสะท้อนแนวคิด “มนุษย์ชนะ AI” ได้ตรงที่สุด
ก. มนุษย์มีความเร็วมากกว่า
ข. มนุษย์มีคุณธรรมและจิตสาธารณะ
ค. มนุษย์เข้าถึงข้อมูลมากกว่า
ง. มนุษย์มีต้นทุนต่ำกว่า
Learning Loss ตามบทความ เกิดจากสาเหตุหลักใด
ก. การเรียนออนไลน์ไม่มีคุณภาพ
ข. การขาดครูผู้สอน
ค. การหยุดเรียนในช่วงโควิด-19
ง. หลักสูตรล้าสมัย
แนวทางแก้ Learning Loss ที่ยั่งยืนที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียน
ข. ปรับการสอบให้เข้มงวด
ค. พัฒนาสมรรถนะครูให้สอดคล้องบริบทใหม่
ง. ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เดียวกันทั้งประเทศ
ข้อ 16
การ Upskill และ Reskill มีความสำคัญต่อกลุ่มใดมากที่สุดตามบทความ
ก. นักเรียนประถมศึกษา
ข. นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
ค. แรงงานทุกช่วงวัย
ง. ครูผู้สอนเท่านั้น
ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ถูกเปรียบเป็น “ธรรมนูญการศึกษา” เพราะเหตุใด
ก. มีบทลงโทษรุนแรง
ข. ใช้แทนกฎหมายอื่นทั้งหมด
ค. เป็นกรอบกลางกำกับการศึกษาทั้งระบบ
ง. มุ่งควบคุมสถานศึกษา
หากกฎหมายการศึกษารัดตึงเกินไป จะเกิดผลกระทบใด
ก. การจัดการศึกษามีมาตรฐานสูง
ข. การปรับตัวต่ออนาคตทำได้ยาก
ค. ครูมีความมั่นคง
ง. ลดความเหลื่อมล้ำได้เร็ว
บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในยุค VUCA ควรเป็นแบบใด
ก. ผู้ควบคุมกฎระเบียบ
ข. ผู้ปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด
ค. ผู้นำการเปลี่ยนแปลงและสร้างเครือข่าย
ง. ผู้รักษาระบบเดิม
แนวคิด “เด็กไทย 2025 เพื่อเศรษฐกิจไทย” สะท้อนความเชื่อมโยงใด
ก. การศึกษากับวัฒนธรรม
ข. การศึกษากับเทคโนโลยี
ค. การศึกษากับการพัฒนาเศรษฐกิจ
ง. การศึกษากับการเมือง
คลิกเฉลย >>>
