
การลงโทษทางวินัยตามมติการชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ก็มีปัญหาและข้อพิจารณาเหมือนกับการลงโทษตามการชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ถ้าไม่ได้ชี้มูลในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
แต่ไปชี้มูลความผิดฐานอื่น เช่น ฐานไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่การงาน ฐานไม่รักษาและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผน จึงเกิดปัญหาว่า เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติว่าเป็นการกระทำทุจริตในภาครัฐแล้ว แต่หากประกาศฐานความผิดฐทางวินัยที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. ชี้มูล ไม่ใช่ความผิดวินัยเกี่ยวกับารกระทำทุจริตในภาครัฐ
ซึ่งเป็นฐานหลักแล้ว ผู้มีอำนาจแต่งแต่งหรือถอดถอนมีอำนาจลลงโทษทางวินัยตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูล โดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยตามข้อบังคับของหน่วยงานได้หรือไม่
บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง การพิจารณาลงโทษทางวินัยพนักงานองค์การคลังสินค้า ตามมติชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ท. (เรื่องเสร็๗ที่ ๑๐๐๘/๒๕๖๖) คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) วินิจฉัยว่า
๑. มาตรา ๑๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีหน้าที่และอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงและชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการกระทำทุจริตในภาครัฐของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
๒ ประกอบกับมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้กำหนดนิยามความว่า “ทุจริตในภาครัฐ” หมายความว่า ทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติมิชอบ โดยนิยามของคำว่า “ทุจริตต่อหน้าที่” หมายความว่า ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น หรือ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่นหรือกระทำการอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่น
๓. และนิยามคำว่า “ประพฤติมิชอบ” หมายความว่า ใช้อำนาจตำแหน่งหรือหน้าที่อื่นเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่มุ่งจะควบคคุมดูแล การรับ การเก็บรักษา หรือการใช้เงินหรือทรัพย์สินของแผ่นดิน
๔. ดังนั้น หากคณะกรรมการ ป.ป.ท. วินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำการทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติ
มิชอบในภาครัฐแล้ว ผู้บังคับบัญชาก็ต้องดำเนินการตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ท. โดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอีก
๕. กรณีตามข้อหารือนี้ เมื่อการชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ท. เป็นการชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่รักษาและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผน ซึ่งเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งหรือ มติคณะรัฐมนตรี ที่มุ่งหมายจะควบคุมดูแลการรับ การเก็บรักษา หรือการใช้เงินหรือทรัพย์สินของแผ่นดิน ตามบทนิยามคำว่า “ประพฤติมิชอบ” ของพรบ.ปปท.ฯ จึงเป็นกรณีที่ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้วินิจฉัยแล้วว่า ผู้ถูกกล่าวประพฤติมิชอบในภาครัฐ อันเป็นการชี้มูลความผิดทางวินัยเกี่ยวกับการกระทำทุจริตในภาครัฐของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามขอบอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗ (๔) ของ พรป.ปปท.ฯ จึงต้องพิจารณาลงโทษตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลโดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอีก


ที่มา ; FB ชมรมคนรักคดีปกครอง

เกี่ยวข้องกัน