สมาชิกเข้าสู่ระบบ

“เทคโนโลยี ดิจิทัล” กับการพัฒนาเด็กไทยในอนาคต

ในยุคนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีดิจิทัล มีส่วนสำคัญในการพัฒนาเด็กไทยให้ก้าวทันสู่โลกของการเปลี่ยนแปลง เด็กจึงจำเป็นต้องมีทักษะในศตวรรษที่ 21 เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีทักษะในการเรียนรู้เท่าทันสื่อเทคโนโลยี 

Technology Digital หรือ Digital literacy เป็นศัพท์ที่คุ้นเคยซึ่งหมายถึง ทักษะในการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ ทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่อยู่ในปัจจุบัน ทั้งโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไอแพด โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่สื่อออนไลน์ผ่านเฟชบุ๊ค ไลน์ ที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และติดต่อสื่อสาร การทำงานร่วมกัน 

เด็กไทยยุคใหม่ หรือที่เรียกว่า เด็กเจเนอเรชั่นแซด เป็นกลุ่มเด็กที่เกิดมาท่ามกลางความเจริญของสื่อออนไลน์มีวิถีชีวิตการเรียนรู้ผ่านสื่อเทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลตั้งแต่เด็ก ทำให้เด็กมีความจำเกี่ยวกับภาพ และสามารถประมวลผลข้อมูลจากภาพได้ดีกว่า ข้อความตัวหนังสือ สามารถแยกข้อมูลภาพและเสียงได้ดีกว่าคนยุคเก่า ชอบมองภาพที่มีสีสันสดใสที่กระตุ้นความสนใจมากกว่าสีมืด ๆ ทึม ๆ การพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ทำให้เด็กสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่า 

ปัจจุบันมีผลของการวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบของการดำเนินชีวิตของเด็กไทยเจเนอเรชั่นแซด โดยแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม คือ

          กลุ่มที่ 1 กลุ่มเด็กสมัยนิยม (Modern kid) ชื่นชอบการใช้เทคโนโลยีในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อความบันเทิงและความสนุกสนาน

          กลุ่มที่ 2 กลุ่มเด็กกระตือรือร้น (Active kid) ชื่นชอบการทำกิจกรรมกลางแจ้ง การเล่นกีฬา และอ่านหนังสือ

          กลุ่มที่ 3 กลุ่มเด็กชอบสังคม (Sociable kids) ให้ความสำคัญกับครอบครัว เพื่อน และชอบทำกิจกรรมกับครอบครัวและเพื่อน

          กลุ่มที่ 4 กลุ่มเด็กช่างฝัน (Dreamy kid) ชื่นชอบกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ และส่งเสริมจินตนาการ และมีโลกส่วนตัวสูง

          กลุ่มที่ 5 กลุ่มเด็กฉลาด (Smart kid) ชื่นชอบกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาไหวพริบทางสติปัญญา

          กลุ่มที่ 6 กลุ่มเด็กเมือง (Urban kid) ใช้ชีวิตแบบเด็กทั่วไปที่อาศัยอยู่บริบทในเมือง และ

          กลุ่มที่ 7 กลุ่มเด็กอยากรู้อยากเห็น (Curious kid) ชื่นชอบการเสริมสร้างความรู้ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับตนเอง 

อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่ไม่ใช่การจัดกลุ่ม แต่คือโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ต้องมีกระบวนการทำงานภายใต้การเรียนรู้ทางสังคม ต้องทำงานแบบ 3 ประสาน คือ ครู ผู้ปกครอง และเด็ก เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทัศนคติซึ่งกันและกัน เปิดใจยอมรับในกระแสของสื่อออนไลน์ 

เทคโนโลยีดิจิทัลทางการศึกษาที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence) เป็นโปรแกรมสมองกลแสนฉลาดมีวิธีการทำงาน เหมือนสมองมนุษย์หรือจักรกลอัจฉริยะที่สามารถคิดวิเคราะห์วางแผน ตัดสินใจ และเลียนแบบพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ เปรียบเสมือนหุ่นยนต์มนุษย์สามารถประมวลผลจากฐานข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากคลังขนาดใหญ่ และแสดงผลในสิ่งที่เราต้องการเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ซึ่งเร็วกว่ามนุษย์แบบเทียบไม่ติด 

ซึ่งในปัจจุบันนี้เด็กไทยจัดอันดับให้ AI และ IoT เป็นนวัตกรรมสื่อเทคโนโลยีที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อของเด็กให้เข้ากับเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนร่วมงาน ช่วยยกระดับสุขภาพทางร่างกาย และจิตใจ เสริมความสามารถ เพิ่มโอกาสการจ้างงานมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อชีวิตในอนาคตเป็นอย่างมาก และมีการคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเทคโนโลยี AI จะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิตของเด็กไทยในอนาคต

 

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตัวผู้เรียน (เด็ก) และพัฒนาตัวผู้สอน (ครู)ไว้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความสนใจและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Technology Digital เพื่อให้รู้เท่าทันเด็กไทยยุคเจเนอเรชั่นแซด โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาตนเอง เปิดใจพร้อมที่จะเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชุมชนการเรียนรู้ที่กว้างขึ้น และปรับ Mindset ต่อการเข้าถึง Technology เพื่อที่จะประยุกต์ใช้ให้ทันต่อเด็กไทยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล 

บทความโดย ธนพรรณ เพชรเศษ อาจารย์หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยและสาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี 

ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์  19 เมษายน 2565

สรุปสาระสำคัญ

ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเด็กไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เด็กจำเป็นต้องมีทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านความฉลาดทางดิจิทัล (Digital literacy) ซึ่งหมายถึงความสามารถในการใช้เครื่องมือและสื่อเทคโนโลยี เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ เพื่อการเรียนรู้ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

เด็กเจเนอเรชั่นแซดเติบโตมากับสื่อดิจิทัล ทำให้มีลักษณะการเรียนรู้ที่เน้นภาพมากกว่าข้อความ และเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว โดยสามารถแบ่งพฤติกรรมออกเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ เด็กสมัยนิยม เด็กกระตือรือร้น เด็กชอบสังคม เด็กช่างฝัน เด็กฉลาด เด็กเมือง และเด็กอยากรู้อยากเห็น

การพัฒนาเด็กในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือแบบ 3 ประสาน คือ ครู ผู้ปกครอง และเด็ก เพื่อสร้างการเรียนรู้ร่วมกันและปรับทัศนคติต่อสื่อออนไลน์ให้เหมาะสม นอกจากนี้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ IoT ยังมีบทบาทสำคัญในการศึกษา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ การสื่อสาร และโอกาสในอนาคต

ดังนั้น ครูและผู้เรียนควรพัฒนาตนเอง เปิดใจเรียนรู้ และปรับ Mindset ให้เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษาในอนาคต

ข้อสอบป

ข้อ 1

Digital literacy หมายถึงข้อใด
ก. การใช้เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ข. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ
ค. การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขั้นสูง
ง. การเล่นเกมออนไลน์

เฉลย: ข
เหตุผล: Digital literacy คือทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ สื่อสาร และทำงาน ไม่จำกัดเฉพาะความบันเทิง

 

ข้อ 2

ลักษณะสำคัญของเด็กเจเนอเรชั่นแซดคือข้อใด
ก. เรียนรู้ผ่านหนังสือเป็นหลัก
ข. ไม่สนใจเทคโนโลยี
ค. เรียนรู้ผ่านสื่อภาพและเทคโนโลยี
ง. ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่พึ่งพาสื่อ

เฉลย: ค
เหตุผล: Gen Z เติบโตมากับเทคโนโลยี จึงเรียนรู้ผ่านภาพและสื่อดิจิทัลเป็นหลัก

 

ข้อ 3

กลุ่ม “เด็กช่างฝัน (Dreamy kid)” มีลักษณะเด่นคืออะไร
ก. ชอบการแข่งขันกีฬา
ข. ชอบกิจกรรมสร้างสรรค์และจินตนาการ
ค. เน้นการเรียนวิชาการเข้มข้น
ง. ชอบใช้เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิง

เฉลย: ข
เหตุผล: เด็กช่างฝันเน้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

 

ข้อ 4

AI ในบริบทการศึกษามีบทบาทอย่างไร
ก. แทนที่ครูทั้งหมด
ข. ใช้เล่นเกมเท่านั้น
ค. วิเคราะห์และช่วยสนับสนุนการเรียนรู้
ง. ลดความสำคัญของผู้เรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: AI ใช้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ได้แทนครู

 

ข้อ 5

IoT มีความสำคัญต่อการศึกษาอย่างไร
ก. ทำให้โรงเรียนไม่มีครู
ข. ช่วยเชื่อมต่ออุปกรณ์และข้อมูลการเรียนรู้
ค. ใช้แทนหนังสือทั้งหมด
ง. จำกัดการเข้าถึงข้อมูล

เฉลย: ข
เหตุผล: IoT คือการเชื่อมต่ออุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการสื่อสาร

 

ข้อ 6

“3 ประสาน” ในการพัฒนาเด็กหมายถึงข้อใด
ก. โรงเรียน บ้าน วัด
ข. ครู ผู้ปกครอง เด็ก
ค. รัฐ เอกชน ชุมชน
ง. ครู นักเรียน สื่อ

เฉลย: ข
เหตุผล: การพัฒนาเด็กต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างครู ผู้ปกครอง และเด็ก

 

ข้อ 7

ปัญหาสำคัญของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเด็กคือข้อใด
ก. ขาดอุปกรณ์เทคโนโลยี
ข. การเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างไม่เหมาะสม
ค. ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ง. ไม่มีครูสอน

เฉลย: ข
เหตุผล: ปัญหาหลักคือการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

 

ข้อ 8

กลุ่ม “เด็กกระตือรือร้น (Active kid)” มีลักษณะอย่างไร
ก. ชอบอยู่บ้าน
ข. ชอบกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง
ค. ชอบใช้โซเชียลมีเดีย
ง. ไม่สนใจการเรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: Active kid เน้นกิจกรรมทางกาย เช่น กีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง

 

ข้อ 9

แนวทางสำคัญของครูในยุคดิจิทัลคือข้อใด
ก. ปิดกั้นเทคโนโลยี
ข. ใช้เทคโนโลยีแทนการสอนทั้งหมด
ค. ปรับ Mindset และเรียนรู้เทคโนโลยี
ง. ไม่เปลี่ยนแปลงวิธีสอน

เฉลย: ค
เหตุผล: ครูต้องเปิดใจและพัฒนาตนเองให้ทันเทคโนโลยี

 

ข้อ 10

ประโยชน์ของ AI ต่อเด็กในอนาคตคือข้อใด
ก. ลดโอกาสการเรียนรู้
ข. ทำให้การเรียนล่าช้า
ค. เพิ่มโอกาสการจ้างงานและพัฒนาทักษะ
ง. ทำให้ไม่ต้องเรียนหนังสือ

เฉลย: ค
เหตุผล: AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และโอกาสในอนาคตของผู้เรียน

 
 

ความเห็นของผู้ชม