
โลกการทำงานและตลาดแรงงานต่างมีวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วกับระบบ Artificial Intelligence (AI) และหุ่นยนต์ ที่เข้ามา Disrupt ในระบบอุตสาหกรรมโลก โดยจะเห็นได้ว่าหลายตำแหน่งงานในปัจจุบันได้ “หายไป” เเละเกิดความต้องการรูปแบบหรือตำแหน่งงานที่เเตกต่างออกไป รวมทั้งมีธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้น
โดยปัจจุบันเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นเเล้วในประเทศไทยที่จังหวัดระยอง บริษัท Sentury Tire (Thailand) ได้เปิดโรงงานผลิตยางรถยนต์ที่มีบุคลากรฝ่ายผลิตทั้งโรงงานเป็นหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานได้ 24/7 ทำให้เเรงงานทักษะฝีมือสูงหลายตำเเหน่งต้องสูญเสียงานเป็นจำนวนมาก
หนึ่งในสามทักษะที่ Mckinsey Global Institute (MGI) คาดการณ์ว่าจะเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้นในปี 2030 คือ ทักษะ Soft Skills ซึ่งจะเป็นทักษะที่เป็นที่ต้องการสูงมากในอนาคตอันใกล้นี้ เเละจากผลวิจัยของ Pearson ชี้ให้เห็นว่า บริษัทที่มุ่งเน้นกลยุทธ์การจ้างงานบุคคลที่มี Soft Skill มากกว่า Hard Skill มักมีผลการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เนื่องจาก Hard Skill หรือ Technician Skill เมื่อเวลาผ่านไปมีเเนวโน้มว่าจะอ่อนลง เนื่องจากองค์ความรู้เก่าๆ จะถูกเเทนที่ด้วยองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นไปตามบริบทของความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเเละการเปลี่ยนเเปลงของโลก
เเต่ผู้ที่มี Soft Skills จะสามารถปรับตัวเเละพัฒนาตนเองให้เท่าทันกับบริบทที่เปลี่ยนไปได้ ซึ่งส่งผลดีต่อองค์กรในหลายด้าน ทั้งมาตรฐานคุณภาพการทำงาน และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ประสิทธิภาพในการพัฒนาสู่ความเป็นองค์กรนวัตกรรม ตลอดจนต้นทุนในการจัดการทรัพยากรบุคคล
ดังนั้น การพัฒนาองค์กรในยุคใหม่ จึงมุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะคนทำงานในด้าน Soft Skills ไปควบคู่กับ Hard Skill ที่จำเป็น เพื่อให้บุคลากรสามารถตอบโจทย์การทำงานพัฒนาความสามารถให้ “Dynamic” สอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เป็นแรงผลักดันที่สำคัญในการสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
การพัฒนาบุคลากรทางด้าน Soft Skill จึงเป็นสิ่งที่ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคลจำเป็นที่จะต้องให้การมุ่งเน้นเพื่อความยั่งยืนขององค์กร เพื่อให้พนักงานมีความสามารถที่เพิ่มเติมจากเดิมองค์กรจึงต้องมองหาแนวทางการพัฒนา และการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรในองค์กรไม่ใช่เพียงแต่การเพิ่มประสิทธิผลแต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในแบบที่หุ่นยนต์ไม่สามารถเลียนแบบมนุษย์ได้อีกด้วยเพื่อผลดีต่อองค์กรในหลายๆ ด้านทั้งคุณภาพการทำงาน และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า การพัฒนาสู่ความเป็นองค์กรนวัตกรรม ตลอดจนต้นทุนในการจัดการทรัพยากรบุคคลที่ลดลง
การผสมผสานทั้ง Hard Skill และ Soft Skill จึงเป็นความเข้าใจในด้าน EQ (Emotional Quotient) ที่ทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจหน้าที่ของตัวเอง เข้าใจองค์กร และดึงศักยภาพสูงสุดเพื่อนำมาปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วจึงเกิด Team Work ที่แข็งแกร่งระหว่างคนในองค์กรเพื่อการปรับองค์กรในอัตราเร่งให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอีกด้วย
จากผลสำรวจในประเทศไทย พบว่า 5 Hot Soft Skills แห่งปี 2022 ที่ HR ต้องเร่งพัฒนา เสริมแกร่งให้แก่คนในองค์กรเพื่อเผชิญความท้าทาย และการ Disrupt ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นประกอบไปด้วย
1. Thinking
กลุ่มทักษะทางด้านความคิดและความสามารถ เพื่อสร้างแนวคิดใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนความสำเร็จทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตและการทำงาน ซึ่งประกอบด้วยชุดทักษะ 6 อย่างที่เชื่อมโยงกัน คือ การคิดวิเคราะห์ ความยืดหยุ่นทางความคิด การตัดสินใจ การแก้ปัญหา ความคล่องตัว ปรับตัวได้เร็ว และการวางแผนการทำงาน
2. Innovation
กลุ่มทักษะที่เสริมสร้างนวัตกรรม เพื่อการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ ประกอบด้วย การสื่อสาร การเล่าเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นผู้ประกอบการ
3. Team
กลุ่มทักษะความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ประกอบด้วย การพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้อื่น การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ การทำงานร่วมกัน การโน้มน้าวใจ ความฉลาดทางอารมณ์ และความเป็นผู้นำ
4. Productivity
กลุ่มทักษะการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อปรับปรุงและพัฒนากระบวนการทำงานให้ดีและก้าวหน้าขึ้น ยกระดับผลิตภาพ และผลงานของปัจเจกบุคคล ประกอบด้วย การตระหนักรู้ในตนเองและรู้จักจัดการตนเอง ความรับผิดชอบ การพัฒนาตนเอง และการจัดการความเครียด
5. Virtual Work
กลุ่มทักษะที่เพิ่มผลลัพธ์จากการทำงานระยะไกล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคนในองค์กรที่ไม่ได้นั่งอยู่ข้าง ๆ หรือพบกันตัวต่อตัว ประกอบด้วย การนำคน นำองค์กรแบบ Hybrid และ การพัฒนากระบวนการทำงานใหม่ ๆ ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
ที่มา ; FB #SEAC