สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ความปกติใหม่ของการศึกษาไทย ในความห่วงใยของผม(กนก วงษ์ตระหง่าน)

1.วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นวันที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เปิดภาคเรียนของปีการศึกษา 2563 ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่ยุติ แต่การควบคุมการแพร่ระบาดทั่วประเทศนั้น ก็สามารถจัดการได้ในระดับที่ให้ความมั่นใจว่า โรงเรียนทั่วประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับการเปิดการเรียนการสอนได้ ภายใต้มาตรฐานการควบคุมและการจัดการเรียนการสอนที่จะป้องกันการติดเชื้อในโรงเรียน

สำหรับบางโรงเรียนที่อาจเลือกไม่สอนออนไลน์ แต่ใช้กระบวนการแยกนักเรียนออกเป็น 2 ชั้นเรียน แล้วให้ครูสอนเป็น 2 ผลัด จาก 07.00-12.00 น. และ 13.00-18.00 น. เพื่อให้นักเรียนไม่แออัดในบริเวณโรงเรียน ซึ่งการแก้ปัญหาในรูปแบบนี้จะต้องใช้ครูเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว หรือในกรณีที่เพิ่มจำนวนครูไม่ได้ ครูประจำที่สอนปกติก็ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าแน่นอนว่าจะทำให้ครูเหนื่อยมาก และนำมาซึ่งคุณภาพของการเรียนการสอนที่ถดถอยไม่ต่างกัน

ดังนั้น การหาคำตอบในประเด็นการเตรียมแผนการสอนเรื่องเดียวกัน แต่มี 2 รูปแบบ เพื่อใช้กับชั้นเรียนที่ต่างกัน ว่าควรต้องตกผลึกอย่างไรนั้น น่าจะเป็นหัวใจสำคัญของคุณภาพในการเรียนการสอนที่จะเกิดขึ้น และปัญหาที่เห็นจากความต่างของทั้ง 2 ชั้นเรียนก็คือ การแยกครูกับนักเรียนออกจากกันโดยมีเพียงอุปกรณ์การสื่อสารและเทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมเท่านั้นสำหรับชั้นเรียนออนไลน์ ซึ่งส่งผลให้สมาธิและความสนใจในการเรียนของนักเรียนอยู่ในระดับที่ต่ำ เมื่อเทียบกับการเรียนอยู่ในห้องเรียน และสามารถสื่อสารได้โดยตรงต่อกันระหว่างครูกับนักเรียน โดยเฉพาะกับนักเรียนชั้นประถม และมัธยมต้น

โดยประเด็นที่ผมมีความห่วงใย และคิดว่า “กระทรวงศึกษาธิการ” ต้องให้น้ำหนัก นั่นคือ เรื่องการจัดการเรียนการสอนว่าควรทำอย่างไร เพื่อให้เกิดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และนักเรียนเกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง ท่ามกลางความปกติใหม่ (New Normal) เช่นนี้ ซึ่งข้อจำกัดสำคัญที่เกิดขึ้นก็คือ การรักษาระยะห่างของนักเรียนในชั้นเรียน เพราะปกติในชั้นเรียนหนึ่งจะมีนักเรียนจำนวน 35-40 คน โดยประมาณ (ขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียนของโรงเรียน)

ดังนั้น เมื่อต้องจัดที่นั่งของนักเรียนให้เว้นระยะห่างขั้นต่ำ1 เมตร ก็จะทำให้ในชั้นเรียนหนึ่งจะมีนักเรียนได้ประมาณ 20 คนนั่นแสดงว่าจะมีนักเรียนประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่มีที่นั่งในชั้นเรียน นั่นแสดงว่า นักเรียนครึ่งหนึ่งต้องเรียนในชั้นเรียนและนักเรียนอีกครึ่งหนึ่งต้องเรียนออนไลน์ โดยให้ทั้งสองกลุ่มสลับวันกัน 

2.สิ่งที่ต้องนำมาลงรายละเอียดก็คือ เมื่อต้องแบ่งนักเรียนเป็น ชั้นเรียนตามตัวอย่างที่ยกขึ้นมานั้น แสดงว่าครูต้องสอนทั้งในชั้นเรียนปกติ และในชั้นเรียนออนไลน์ หมายความว่าหัวข้อสำหรับการสอนในทุกเรื่อง ครูต้องเตรียมแผนการสอนมาสำหรับ 2 รูปแบบ เพราะแผนการสอนในชั้นเรียนปกติกับในชั้นเรียนออนไลน์ต่างกัน พูดง่ายๆ ก็คือ ครูต้องทำงานหนักขึ้นเป็น 2 เท่าจากสถานการณ์ปกติ ต่อจำนวนนักเรียนเท่าเดิม (1 ชั้นเรียน = 2 กลุ่ม) ดังนั้น ถ้าโรงเรียนมีการวางแผนเตรียมการล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน (ตั้งแต่เมษายน)ความพร้อมของครูน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีพอสมควร แต่ถ้าไม่มีการเตรียมความพร้อมมาของครูมาก่อน ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างมาก และอาจนำมาซึ่งปัญหาอีกสารพัด

3.นี่เองที่ทำให้หลักการเตรียมแผนการสอนสำหรับชั้นเรียนออนไลน์ต้องมีความเข้มข้นมากขึ้น ด้วยการใช้ “สื่อการสอนที่เป็นตัวช่วยให้นักเรียนสามารถติดตาม “ความคิด” ของสาระวิชาที่สอนได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญ สาระวิชาที่สอนในชั้นเรียนออนไลน์ ต้องเน้นที่ “สาระสำคัญ” เท่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่า นักเรียนจะเข้าถึง “หัวใจ” ของสาระวิชาสำหรับการสอนในคาบเรียนนั้นได้อย่างชัดเจน โดยอาจใช้ภาพประกอบ (Infographic) ที่สื่อสารองค์ประกอบของเนื้อหาต่างๆ อย่างร้อยเรียงความเข้าใจเป็นลำดับขั้นตอน เพื่อนำไปสู่ปลายทางที่จะฉายภาพองค์ความรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ครูผู้สอนได้พยายามสื่อสาร

ส่วนประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม คือ การบันทึกภาพและเสียงของครูที่สอนทั้งในชั้นเรียนปกติและชั้นเรียนออนไลน์ เพื่อให้นักเรียนสามารถกลับเข้าไปทบทวนได้ใน Webpage ของวิชาที่สร้างขึ้น การที่นักเรียนสามารถทบทวนผ่านการสอนของครูในสาระวิชาต่างๆ ในทั้งสองชั้นเรียนที่มีความแตกต่างกันจะสามารถช่วยให้นักเรียนได้ย่อยประเด็นความคิดต่างๆ ของสาระวิชาที่สอนได้บ่อยครั้ง พร้อมทั้งเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เพื่อนำไปสู่คำตอบที่เป็นภาพรวมทั้งหมด เพราะนักเรียนสามารถใช้เวลาได้อย่างเต็มที่ ละเอียดถี่ถ้วน โดยไม่มีข้อจำกัดในด้านของเวลา 

4.การได้ศึกษาผ่านการถามตอบและอภิปรายต่อกันในชั้นเรียนจริง “คู่ขนาน” ไปกับภาพประกอบ (Infographic) ที่สื่อสารองค์ประกอบของเนื้อหาต่างๆ อย่างค่อยๆ ร้อยเรียงความเข้าใจผ่านการอธิบายจากครู ในชั้นเรียนออนไลน์ ผ่านการบันทึกภาพและเสียงนั้น ต้องบอกว่า เป็นโอกาสที่พิเศษมากๆ ของนักเรียนที่จะได้รับการสื่อสารในสาระวิชาเดียวกันผ่านรูปแบบที่แตกต่าง ซึ่งน่าจะสามารถเพิ่มหนทางในการเชื่อมร้อยความเข้าใจในสาระวิชานั้นๆ ได้มากขึ้น ทั้งในเรื่องของรูปแบบที่ประกอบ และการตีความที่ชัดเจน

สำหรับผมมีความเห็นว่า ศักยภาพของ “กระทรวงศึกษาธิการ” สามารถพาเราไปถึงจุดหมายดังกล่าวนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ถ้าตระหนักในเรื่องการมอบนโยบายเพื่อการกระจายอำนาจไปยังโรงเรียนต่างๆ เพื่อให้นำไปปฏิบัติตามบริบทสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขของโรงเรียนที่มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เพราะภายใต้กรอบเช่นนี้แหละที่ทำให้ผมสามารถออกแบบ ระบบการเรียนการสอนแบบคู่ขนาน” ที่นำเสนอไปในเบื้องต้นออกมาได้ ซึ่งทำให้นักเรียนสามารถจะเรียนรู้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ และทุกเงื่อนไข (ภายใต้ข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารเท่านั้น)

และแน่นอน ถ้า “กระทรวงศึกษาธิการ” ยินดีที่จะกระจายอำนาจการจัดการเรียนการสอนออกไป เราอาจได้เห็นการเรียนการสอนในรูปแบบที่น่าสนใจ ที่หลายๆ โรงเรียนออกแบบและปรับใช้ให้เหมาะสมกับความปกติใหม่ นั่นหมายความว่า การศึกษาของไทยจะมีรูปแบบที่หลากหลายให้นักเรียนได้เลือกเรียนตามที่ตนเองสนใจ ซึ่งก็ถือเป็นแนวทางใหม่ๆ ที่ผมอยากชวนมาให้ตกผลึกร่วมกันครับ 

ที่มา; แนวหน้า วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

 

 

 

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้เปิดภาคเรียนปี 2563 ภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัยและมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ โรงเรียนต้องปรับรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ โดยลดความแออัด เช่น การแบ่งนักเรียนเป็นสองกลุ่ม สลับเรียนในห้องเรียนและออนไลน์ หรือจัดสอนสองผลัด ซึ่งส่งผลให้ครูมีภาระงานเพิ่มขึ้นและต้องเตรียมแผนการสอนสองรูปแบบพร้อมกัน ทั้งการสอนในห้องเรียนและออนไลน์

ความท้าทายสำคัญคือคุณภาพการเรียนรู้ที่อาจลดลง โดยเฉพาะการเรียนออนไลน์ที่ขาดปฏิสัมพันธ์โดยตรง ทำให้นักเรียนขาดสมาธิ โดยเฉพาะระดับประถมและมัธยมต้น ดังนั้นการออกแบบการเรียนรู้จึงต้องเน้น “สาระสำคัญ” ใช้สื่อช่วย เช่น อินโฟกราฟิก เพื่อให้เข้าใจง่าย และควรบันทึกภาพและเสียงการสอนเพื่อให้ผู้เรียนทบทวนได้ทุกเวลา

แนวคิด “การเรียนแบบคู่ขนาน” ระหว่างห้องเรียนจริงและออนไลน์จึงเป็นแนวทางสำคัญ ช่วยเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมทั้งสนับสนุนให้กระทรวงศึกษาธิการกระจายอำนาจให้โรงเรียนออกแบบการเรียนตามบริบท เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและคุณภาพการเรียนรู้ที่แท้จริงในยุคความปกติใหม่

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

หัวใจสำคัญที่สุดของการจัดการเรียนการสอนในช่วงโควิดตามบทความคือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนครู
ข. การลดค่าใช้จ่ายโรงเรียน
ค. การสร้างอาคารเรียนเพิ่ม
ง. การประกันคุณภาพการเรียนรู้ในความปกติใหม่
เฉลย: ง
เหตุผล: บทความเน้น “คุณภาพการเรียนรู้” เป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่เพียงการจัดระบบ

 

ข้อ 2

เหตุใดการเรียนออนไลน์จึงมีข้อจำกัดด้านการเรียนรู้
ก. ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ข. ขาดปฏิสัมพันธ์โดยตรง
ค. นักเรียนไม่สนใจวิชา
ง. ครูไม่มีความรู้
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าการขาดการสื่อสารตรงทำให้สมาธิลดลง

 

ข้อ 3

การแบ่งนักเรียนเป็นสองกลุ่มสลับเรียนมีผลกระทบต่อครูอย่างไร
ก. งานลดลง
ข. ไม่เปลี่ยนแปลง
ค. ภาระงานเพิ่มเป็นสองเท่า
ง. สอนง่ายขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูต้องเตรียมสอนทั้งออนไลน์และออนไซต์

 

ข้อ 4

เครื่องมือใดช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาออนไลน์ได้ดีขึ้น
ก. แบบฝึกหัดล้วน
ข. การสอบบ่อย
ค. การบรรยายยาว
ง. อินโฟกราฟิก
เฉลย: ง
เหตุผล: อินโฟกราฟิกช่วยสรุปและเชื่อมโยงความคิด

 

ข้อ 5

การบันทึกการสอนมีประโยชน์หลักคืออะไร
ก. ใช้ทบทวนบทเรียน
ข. ลดเวลาสอนครู
ค. ใช้ประเมินครู
ง. ใช้แทนการสอนทั้งหมด
เฉลย: ก
เหตุผล: ช่วยให้นักเรียนย้อนดูและทบทวนได้

 

ข้อ 6

ข้อจำกัดสำคัญของการจัดชั้นเรียนในช่วงโควิดคืออะไร
ก. จำนวนครูไม่พอ
ข. การเว้นระยะห่าง
ค. ขาดงบประมาณ
ง. ไม่มีหลักสูตร
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องเว้นระยะ 1 เมตร ทำให้จำนวนนักเรียนลดลง

 

ข้อ 7

แนวคิด “การเรียนแบบคู่ขนาน” หมายถึงข้อใด
ก. เรียนเฉพาะออนไลน์
ข. เรียนเฉพาะในห้อง
ค. เรียนทั้งออนไลน์และออนไซต์ควบคู่กัน
ง. เรียนพิเศษหลังเลิกเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการเรียนสองระบบพร้อมกัน

 

ข้อ 8

สิ่งสำคัญที่สุดในการออกแบบการสอนออนไลน์คืออะไร
ก. ความสวยงามของสื่อ
ข. ปริมาณเนื้อหา
ค. การสอบวัดผล
ง. เน้นสาระสำคัญของบทเรียน
เฉลย: ง
เหตุผล: ต้องตัดเนื้อหาให้เหลือแก่นความรู้

 

ข้อ 9

บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการตามบทความคืออะไร
ก. ควบคุมทุกโรงเรียนแบบรวมศูนย์
ข. ลดจำนวนครู
ค. เพิ่มการสอบระดับชาติ
ง. กระจายอำนาจให้โรงเรียนจัดการเอง
เฉลย: ก
เหตุผล: เน้นการกระจายอำนาจให้เหมาะกับบริบทโรงเรียน

 

ข้อ 10

ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากระบบการเรียนแบบใหม่คืออะไร
ก. นักเรียนเรียนหนักขึ้น
ข. นักเรียนเรียนได้ทุกเวลา ทุกสถานที่
ค. ลดจำนวนวิชา
ง. ยกเลิกการเรียนออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความมุ่งให้เกิดการเรียนรู้ยืดหยุ่นทุกเงื่อนไข

 
 

 

ความเห็นของผู้ชม