
รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กพฐ. เมื่อเร็วๆนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างระดับสมรรถนะดิจิทัลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งร่างสมรรถนะดังกล่าวจะประกอบไปด้วย 3 ระดับ ได้แก่
โดยการที่ครูจะมีสมรรถนะดิจิทัลจะต้องมีความรู้และเข้าใจถึงการใช้เทคโนโลยี หลักการสำคัญของข้อมูลสารสนเทศ การรู้เท่าทันสื่อ นอกจากนี้จะต้องมีทักษะความเข้าใจใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหรือแพลตฟอร์ม เพื่อการวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงครูจะต้องมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาระบบการทำงาน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนานวัตกรรมด้วย “ทั้งนี้ ร่างระดับสมรรถนะดิจิทัลในอนาคตสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะนำไปกำหนดวัดทักษะความรู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษาว่าจะต้องมีทักษะดิจิทัลแบบไหนอย่างไรบ้างใน 7 ขั้นทักษะ ซึ่งหากกำหนดทักษะดิจิทัลของครูได้จะส่งผลให้ในอนาคตสถาบันผลิตครูอย่างคณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์สามารถเตรียมนักศึกษาครูเข้าไปสู่ทักษะดิจิทัลที่กำหนดไว้ 7 ขั้นได้ทันที โดยจะนำไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาครูของศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) อีกทั้งหากนักศึกษาครูคนใดที่ยังไม่สำเร็จการศึกษาหากประสงค์จะเข้าทดสอบทักษะดิจิทัลนี้ก็สามารถเข้ารับการทดสอบได้เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปกับการสอบวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาของคุรุสภา เนื่องจากเมื่อทดสอบผ่านก็ไม่จำเป็นต้องมาสอบของคุรุสภาอีก ซึ่งช่วยให้ลดความซ้ำซ้อนได้อีกทางหนึ่ง” ประธาน กพฐ.กล่าว
ที่มา ; ไทยรัฐฉบับพิมพ์
ข่าวเดียวกัน
กพฐ.รับรองการกำหนดระดับสมรรถนะดิจิทัล 'ครู-บุคลากร'ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วันที่ 13 เมษายน 2564 นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุม กพฐ. รับรองการกำหนดระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competnecy : DC) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้วางแนวทางการพัฒนาดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ เพื่อการปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อความเป็นเลิศ (HCEC) เพื่อพัฒนาบุคลากรในสังกัดในเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และพัฒนาทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงจัดทำการกำหนดระดับสมรรถนะดิจิทัล สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ระดับสมรรถนะดิจิทัล กำหนดไว้ 3 ระดับ 7 Step ดังนั้น
ระดับที่ 1 สมรรถนะดิจิทัลขั้นพื้นฐาน แบ่งออกเป็น 3 Step ซึ่งจะต้องเข้าใจ เข้าถึง ตระหนัก รู้เป้าหมาย พันธกิจและกระบวนการทำงานการรู้เท่าทันสื่อ
ระดับที่ 2 สมรรถนะดิจิทัลขั้นกลาง แบ่งออกเป็น 2 Step จะต้องรู้และเข้าใจเกี่ยวกับหลักการสำคัญของข้อมูลสารสนเทศในการปฏิบัติงาน รวบรวมข้อมูล สร้างความเข้าใจ ความรับผิดชอบต่อข้อมูล
ระดับที่ 3 สมรรถนะดิจิทัลขั้นสูง แบ่งออกเป็น 2 Step สามารถกำหนดแผน กลยุทธ์ นโยบายในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในงานขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในการปฏิบัติงานด้วย ทั้งนี้ สมรรถนะดิจิทัล ในทุกระดับมีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ ความรู้ ทักษะ และการประยุกต์ใช้
“สพฐ.ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาทักษะดิจิทัล ใน 2 กลุ่มหลัก คือ
1.กลุ่มสำนักงานที่สนับสนุนการศึกษา หรือกำกับดูแลสถานศึกษา ได้แก่ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่มงาน บุคลากรในสำนัก
2.กลุ่มระดับสถานศึกษา ได้แก่ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ครูผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา
อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ประชุมรับรองการกำหนดระดับสมรรถนะแล้ว ทางคณะอนุกรรมการกำหนดระดับความรู้ตามมาตรฐานสมรรถนะทางดิจิทัล จะไปกำหนดว่าแต่ละขั้น ครูและบุคลากรทางการศึกษาควรจะมีความรู้เรื่องใดบ้าง” นายเอกชัย กล่าว
ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564