สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ฉากทัศน์และแนวทางขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาไทย

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ 3/2566 โดยมี ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา กรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาการศึกษาเข้าร่วมประชุม ณ ห้องกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

รมว.ศธ.เปิดเผยผลการประชุมสภาการศึกษาในครั้งนี้ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ ดังนี้

แนวทางการขับเคลื่อน (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... กระทรวงศึกษาธิการยืนยันตาม (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่มีสาระมุ่งดำเนินการแก้ไข ได้แก่ คุณภาพการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรเพื่อความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา และสร้างธรรมาภิบาล ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ต่อคณะรัฐมนตรีตามความเห็นของอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านกฎหมาย เพื่อขับเคลื่อน (ร่าง) พระราชบัญญัติดังกล่าวสู่กระบวนการตรากฎหมายต่อไป โดยให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองความสอดคล้องของ กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายลำดับรองให้มีความสอดคล้องกับสาระของ (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... และขับเคลื่อนกฎหมายลำดับดังกล่าวเข้าสู่กระบวนตรากฎหมายให้สอดรับกับระยะเวลาการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ 

ฉากทัศน์แนวโน้มและทิศทางการพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2570 คณะกรรมการสภาการศึกษาเสนอแนะฉากทัศน์แนวโน้มและทิศทางการพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2570 โดยใช้วิธีการคาดการณ์อนาคตในรูปแบบฉากทัศน์ (Scenario) เพื่อคาดการณ์แนวโน้มและทิศทางการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยในอนาคต พ.ศ.2570 และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการศึกษา จากเข็มทิศฉากทัศน์การศึกษาในอนาคตสามารถคาดการณ์ฉากทัศน์ 4 รูปแบบ ได้แก่

·      ฉากทัศน์ที่ 1 เรียนดี มีความสุข แข่งขันได้ เป็นฉากทัศน์ที่พึงประสงค์ คือ ครูและผู้บริหารได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ มีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น และเน้นสมรรถนะเป็นหลัก นโยบายและแผนทางการศึกษามีความต่อเนื่องจะได้รับการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเต็มที่ ตลอดจนมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษา

·      ฉากทัศน์ที่ 2 ลดเหลื่อมล้ำ ลดคุณภาพ ลดทักษะ เป็นไปได้กรณีที่ 1 คือ ครูและผู้บริหารไม่ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ หลักสูตรการศึกษามีความแข็งตัว และเน้นความรู้เป็นหลัก ขณะที่นโยบายและแผนทางการศึกษามีความต่อเนื่องจะได้รับการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเต็มที่ ตลอดจนมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษา

·      ฉากทัศน์ที่ 3 เชิงพื้นที่ เชิงนวัตกรรม เชิงโอกาส เป็นไปได้กรณีที่ 2 คือ ครูและผู้บริหารได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ และมีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น และเน้นสมรรถนะเป็นหลัก ขณะที่นโยบายและแผนทางการศึกษาไม่มีความต่อเนื่องและไม่ได้รับการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเต็มที่ ตลอดจนไม่มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษา

·      ฉากทัศน์ที่ 4 ไม่ยืดหยุ่น ไม่ปลอดภัย ไม่มีงานทำ เป็นฉากทัศน์ที่ไม่พึงประสงค์ คือ ครูและผู้บริหารไม่ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ และหลักสูตรการศึกษามีความแข็งตัว และเน้นความรู้เป็นหลัก นโยบายและแผนทางการศึกษาไม่มีความต่อเนื่องและไม่ได้รับการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเต็มที่ ตลอดจนไม่มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษา

 

ที่มา ; แนวหน้า วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566

เกี่ยวข้องกัน

สภาการศึกษาเห็นชอบฉากทัศน์การศึกษาไทยปี 70 

 

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมสภาการศึกษา เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบฉากทัศน์ทิศทางและแนวโน้มการพัฒนาการศึกษาไทย พ.ศ. 2570 ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษานำเสนอ ทั้งนี้ จากสถานการณ์ยุค BANI World โลกมีความเปราะบาง ผันผวน ซับซ้อน และเข้าใจยาก การวางแผนทางการศึกษาในรูปแบบเดิมที่มองภาพอนาคตทางการศึกษาเพียงรูปแบบเดียว ทำให้เกิดความเสี่ยง หากมีสถานการณ์ วิกฤตการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ระบบการศึกษาอาจจะหยุดชะงักและได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเหตุการณ์โควิด – 19 เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด การวางแผนทางการศึกษาโดยใช้วิธีคาดการณ์อนาคตทางการศึกษา (Foresight) เพื่อให้ได้ฉากทัศน์การศึกษาหลากรูปแบบ เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะทำให้การกำหนดนโยบายทางการศึกษาสามารถออกแบบ วางแนวทาง และรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาทั้งในปัจจุบันและอนาคตมีทั้งปัจจัยภายในระบบการศึกษาที่ครอบคลุมผู้บริหาร ครู ผู้สอน และหลักสูตรการศึกษา และปัจจัยภายนอกระบบการศึกษาที่ประกอบด้วยนโยบายและแผนทางการศึกษา งบประมาณ และเทคโนโลยี เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชื่อมโยงปัจจัยภายในและภายนอกจะทำให้เกิดเข็มทิศฉากทัศน์การศึกษาไทยในอนาคต

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ซึ่งความสัมพันธ์เชื่อมโยงจะทำให้เกิดภาพอนาคตทางการศึกษาทั้งฉากทัศน์ที่พึงประสงค์ ฉากทัศน์ที่ไม่พึงประสงค์ และฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ 4 ฉากทัศน์ คือ

 1. ฉากทัศน์ที่พึงประสงค์ ที่เกิดจากปัจจัยภายในและภายนอกเป็นบวก ผลลัพธ์นี้จะเกิดกับผู้เรียน คือ เรียนดี มีความสุข และจบแล้วมีงานทำ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

2. ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ กรณีที่ 1 เป็นฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยภายนอกเป็นบวก และภายในเป็นลบ ภาพที่อาจจะเกิด คือ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาลดลง แต่จากการที่ครูและผู้บริหารไม่ได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ และหลักสูตรไม่ยืดหยุ่น ไม่สอดคล้องกับสมรรถนะ ทำให้มีแนวโน้ม ที่ผู้เรียนอาจมีคุณภาพและทักษะน้อยลงไม่สอดรับกับสถานการณ์ เป็นฉากทัศน์ที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดขึ้น

3. ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้กรณีที่ 2 เป็นฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยภายในเป็นบวก และภายนอกเป็นลบ ซึ่งสภาพที่อาจเกิดขึ้น คือ เกิดความเหลื่อมล้ำในเชิงพื้นที่ พื้นที่มีศักยภาพจะพัฒนาได้เร็วและมีนวัตกรรมเกิดขึ้น แต่พื้นที่ที่ไม่มีศักยภาพผู้เรียนก็อาจไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ จึงเป็นอีกหนึ่งฉากทัศน์ที่ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน และ

4. ฉากทัศน์ที่ไม่พึงประสงค์ เป็นฉากทัศน์ที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งเกิดจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกเป็นลบ สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น คือ ทั้งสถานศึกษา หลักสูตร การเรียน ไม่ตอบโจทย์ ไม่เป็นสถานที่ปลอดภัย จบแล้วไม่มีงานทำ เป็นฉากทัศน์ที่ทุกคนต้องป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้น

 

อย่างไรก็ตามฉากทัศน์ทั้ง 4 ด้าน เป็นการคาดการณ์อนาคต ซึ่งเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การสร้างความตระหนักให้ทั้งระดับนโยบาย ผู้ปฏิบัติ และภาคส่วนต่าง ๆ เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตทุกรูปแบบ วางแผนการทำงานไปสู่ฉากทัศน์ที่ทุกคนอยากเห็น และป้องกันไม่ให้ภาพการศึกษาที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น และพัฒนาการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้พร้อมรับกับสถานการณ์ในอนาคตอย่างรู้เท่าทัน” รมว.ศธ.กล่าว 

 

ที่มา ; เดลินิวส์ 1 พฤศจิกายน 2566

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงการประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ 3/2566 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้พิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเป็นเลิศและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคล่องตัว และเสริมสร้างธรรมาภิบาล พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานกลั่นกรองกฎหมายลำดับรองเพื่อให้สอดคล้องและขับเคลื่อนสู่การประกาศใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เสนอฉากทัศน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2570 ภายใต้แนวคิดการคาดการณ์อนาคต (Foresight) ในบริบทโลกแบบ BANI เพื่อรองรับความผันผวน โดยแบ่งเป็น 4 ฉากทัศน์ ได้แก่ (1) เรียนดีมีความสุขแข่งขันได้ ซึ่งครูมีศักยภาพ หลักสูตรยืดหยุ่น เน้นสมรรถนะ และใช้เทคโนโลยี (2) ลดเหลื่อมล้ำแต่คุณภาพและทักษะลดลง เนื่องจากครูพัฒนาไม่เต็มที่และหลักสูตรแข็งตัว แม้มีนโยบายต่อเนื่องและเทคโนโลยี (3) เชิงพื้นที่และนวัตกรรม โดยครูและหลักสูตรดีแต่ขาดความต่อเนื่องของนโยบายและเทคโนโลยี (4) ฉากทัศน์ไม่พึงประสงค์ที่ระบบการศึกษามีปัญหาทั้งหมด ส่งผลต่อคุณภาพและการจ้างงาน

สาระสำคัญเน้นการวางแผนอนาคตแบบหลายฉากทัศน์ เพื่อกำหนดนโยบายการศึกษาที่ยืดหยุ่น เตรียมพร้อม และลดความเสี่ยงของระบบการศึกษาไทย

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

เป้าหมายสำคัญของ (ร่าง) พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนสถานศึกษาเอกชน
ข. ลดงบประมาณด้านการศึกษา
ค. ยกระดับคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ง. เน้นการสอบแข่งขันระดับชาติเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: ร่างกฎหมายมุ่งพัฒนาคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน

 

ข้อ 2

แนวคิดที่ใช้ในการวิเคราะห์ฉากทัศน์การศึกษาไทย 2570 คือข้อใด
ก. SWOT
ข. Foresight
ค. PDCA
ง. KPI
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้การคาดการณ์อนาคต (Foresight) เพื่อสร้างฉากทัศน์หลายรูปแบบ

 

ข้อ 3

โลก BANI มีลักษณะสำคัญอย่างไร
ก. มั่นคง เรียบง่าย
ข. เปราะบาง ผันผวน ซับซ้อน เข้าใจยาก
ค. เจริญเติบโตต่อเนื่อง
ง. ใช้เทคโนโลยีแทนมนุษย์ทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: BANI World คือโลกที่เปราะบางและคาดการณ์ยาก

 

ข้อ 4

ฉากทัศน์ที่พึงประสงค์ที่สุดคือข้อใด
ก. ลดเหลื่อมล้ำแต่ทักษะต่ำลง
ข. ไม่ยืดหยุ่นและไม่มีงานทำ
ค. เชิงพื้นที่และนวัตกรรม
ง. เรียนดี มีความสุข แข่งขันได้
เฉลย: ง
เหตุผล: เป็นฉากทัศน์เป้าหมายที่ดีที่สุดของระบบการศึกษา

 

ข้อ 5

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฉากทัศน์ “ลดคุณภาพการศึกษา” คือข้อใด
ก. ครูมีศักยภาพสูง
ข. หลักสูตรยืดหยุ่น
ค. ครูไม่ได้รับการพัฒนาและหลักสูตรแข็งตัว
ง. การใช้เทคโนโลยีสูง
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทักษะผู้เรียนลดลง

 

ข้อ 6

ฉากทัศน์เชิงพื้นที่และนวัตกรรมเกิดจากเงื่อนไขใด
ก. นโยบายไม่ต่อเนื่องและไม่ใช้เทคโนโลยี
ข. ครูพัฒนาแต่ขาดนโยบายต่อเนื่อง
ค. งบประมาณลดลง
ง. โรงเรียนปิดตัว
เฉลย: ข
เหตุผล: ครูดีและหลักสูตรดี แต่ระบบนโยบายไม่ต่อเนื่อง

 

ข้อ 7

คณะทำงานที่ตั้งขึ้นเกี่ยวข้องกับเรื่องใด
ก. การประเมินนักเรียน
ข. การจัดสอบครู
ค. กลั่นกรองกฎหมายลำดับรองให้สอดคล้อง
ง. การจัดงบประมาณโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อให้กฎหมายรองสอดคล้องกับ พ.ร.บ.หลัก

 

ข้อ 8

แนวคิด “Foresight” มีความสำคัญอย่างไร
ก. ใช้แก้ปัญหาปัจจุบันเท่านั้น
ข. คาดการณ์อนาคตหลายรูปแบบเพื่อวางแผน
ค. ใช้ประเมินผลสอบ
ง. ใช้ลดจำนวนครู
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการวางแผนเชิงอนาคตแบบหลายฉากทัศน์

 

ข้อ 9

ฉากทัศน์ที่ไม่พึงประสงค์ส่งผลอย่างไร
ก. ผู้เรียนมีทักษะสูง
ข. ระบบปลอดภัยและมีงานทำ
ค. การศึกษาตอบโจทย์สังคม
ง. ไม่มีงานทำและระบบไม่ปลอดภัย
เฉลย: ง
เหตุผล: เป็นภาพลบที่สุดของระบบการศึกษา

 

ข้อ 10

เป้าหมายสำคัญของการวางฉากทัศน์คือข้อใด
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มการแข่งขันสอบ
ค. เตรียมพร้อมและลดความเสี่ยงอนาคต
ง. ใช้เทคโนโลยีแทนทุกอย่าง
เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อวางแผนเชิงรุกและรับมืออนาคตการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น