สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M290_สกศ. เปิด 5 อาชีพแห่งอนาคตปี 2030

ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แต่ต้องไม่ลืมว่าวิกฤตใหญ่ที่ไทยกำลังจะเผชิญในอนาคตอันใกล้คือ การขาดแคลนแรงงานที่มีสมรรถนะสูง ที่มาจากสาเหตุโครงสร้างประชากร และดิจิทัลดิสรัปชั่น ซึ่งการเตรียมกำลังคนไม่สามารถทำได้ภายในวันเดียว แต่ต้องอาศัยเวลา อย่างไรก็ตาม การเตรียมกำลังคนให้มีสมรรถนะมากกว่ารุ่นปัจจุบัน 2.5 เท่า เพื่อนำพาประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ภายใต้ความผันผวนเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของโลก ทำให้ต้องมองถึงงาน และสมรรถนะที่จะใช้ในการทำงานสำหรับอนาคต และการพัฒนากำลังคนต้องแตกต่างจากเดิม ดังนั้น แม้จะต้องแก้สถานการณ์การจัดการศึกษาท่ามกลางโรคโควิด-19 แต่สถาบันการศึกษาต้องไม่ลืม และควรเร่งเตรียมกำลังคนให้มีสมรรถนะการทำงานอนาคตไปพร้อมกัน

ดร.อรรถพลกล่าวต่อว่า องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ได้คาดการณ์ถึงงาน และสมรรถนะ ปี 2030 ที่ครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งสถาบันการศึกษาอาจนำไปใช้เป็นแนวทางในการเตรียมพัฒนากำลังคน ดังนี้

1.งานวิศวกรด้านหุ่นยนต์ ควรมีความรู้เรื่องวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และการออกแบบหุ่นยนต์ มีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการวิเคราะห์เพื่อการควบคุม

2.นักสถิติชีวภาพ ต้องมีความรู้เรื่องคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และการศึกษาและฝึกอบรม โดยมีทักษะในการให้เหตุผลแบบอุปนัย การนำเสนอ และการให้เหตุผลเชิงคณิศาสตร์

3.วิศวกรเชลล์พลังงาน ควรมีความรู้ในเรื่องฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ การขาย การตลาด วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี มีทักษะการตัดสินใจ การเขียน และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

4.นักออกแบบวิดีโอเกม ต้องมีความรู้เรื่องการออกแบบ การสื่อสารและ สื่อสารสนเทศ และความรู้ด้านจิตวิทยา โดยมีทักษะในการเขียนโปรแกรม การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการแก้ปัญหาที่ชับซ้อน และ

5.ผู้ขาย หรือผู้ประเมินพลังงานแสงอาทิตย์ ต้องมีความรู้เรื่องการขาย การตลาด วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี

ทั้ง 5 งาน เป็นเพียงตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้องค์การระหว่างประเทศ รวมถึง ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้วิเคราะห์คาดการณ์เพื่อเตรียมกำลังคนอนาคตของตนแล้ว ไทยก็ต้องเร่งเตรียมคนเพื่อพร้อมแข่งขัน และเติบโตในอนาคตเช่นกัน จึงอยากเห็นสถาบันการศึกษาของไทยเร่งเตรียมกำลังคนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตด้วย” ดร.อรรถพล กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 

สรุปสาระสำคัญ

 

เลขาธิการสภาการศึกษาชี้ว่า แม้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 แต่ภัยเงียบที่รุนแรงกว่าในอนาคตอันใกล้คือการขาดแคลนแรงงานที่มีสมรรถนะสูง อันเกิดจากโครงสร้างประชากรและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว (Digital Disruption) การเตรียมกำลังคนจึงไม่สามารถทำได้ในระยะสั้น แต่ต้องวางแผนระยะยาว โดยมุ่งพัฒนาสมรรถนะกำลังคนให้สูงกว่ารุ่นปัจจุบันถึง 2.5 เท่า เพื่อพาประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ท่ามกลางความผันผวนของโลก 

สถาบันการศึกษาจึงต้องแก้ปัญหาการเรียนรู้ในช่วงโควิดควบคู่ไปกับการเตรียมกำลังคนแห่งอนาคต โดยยึดแนวคิดงานและสมรรถนะปี 2030 ของ OECD ซึ่งครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ตัวอย่างอาชีพอนาคต ได้แก่ วิศวกรหุ่นยนต์ นักสถิติชีวภาพ วิศวกรพลังงาน นักออกแบบวิดีโอเกม และผู้ประเมินพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งล้วนต้องการทักษะคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาซับซ้อน การตัดสินใจ และทักษะข้ามศาสตร์ บทความสะท้อนว่าการจัดการศึกษาของไทยต้องปรับเปลี่ยนจากการเน้นเนื้อหา ไปสู่การพัฒนาสมรรถนะ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
 

ข้อสอบ 

ข้อที่ 1 

สาระสำคัญเชิงนโยบายของบทความนี้มุ่งเน้นประเด็นใดมากที่สุด
ก. การแก้ปัญหาการจัดการศึกษาในช่วงโควิด-19
ข. การปรับหลักสูตรอุดมศึกษาให้สอดคล้องตลาดแรงงานปัจจุบัน
ค. การเตรียมกำลังคนเชิงสมรรถนะเพื่อรองรับอนาคตระยะยาว
ง. การส่งเสริมอาชีพด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเท่านั้น

ข้อที่ 2 

เหตุผลสำคัญที่ทำให้การเตรียมกำลังคน “ไม่สามารถทำได้ภายในวันเดียว” คือข้อใด
ก. ข้อจำกัดงบประมาณด้านการศึกษา
ข. การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลบ่อยครั้ง
ค. โครงสร้างประชากรและดิจิทัลดิสรัปชั่น
ง. การขาดแคลนครูด้านเทคโนโลยี

ข้อที่ 3 

ข้อใดสะท้อนแนวคิด “การพัฒนาสมรรถนะ” ตามมุมมองของ OECD ได้ถูกต้องที่สุด
ก. การเพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาหลัก
ข. การเน้นความรู้เชิงวิชาการเฉพาะสาขา
ค. การพัฒนาความรู้ ทักษะ และทัศนคติควบคู่กัน
ง. การฝึกอาชีพเฉพาะทางตั้งแต่ระดับต้น

ข้อที่ 4 

หากสถานศึกษานำบทความนี้ไปใช้เชิงปฏิบัติ ข้อใดเหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มรายวิชาชีพเฉพาะด้านเทคโนโลยี
ข. ปรับการจัดการเรียนรู้ให้เน้นการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหา
ค. ลดรายวิชาสามัญ เพิ่มรายวิชาทักษะอาชีพ
ง. เน้นการท่องจำความรู้ด้านดิจิทัล

ข้อที่ 5 

เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของการพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะสูงกว่ารุ่นปัจจุบัน 2.5 เท่า คือข้อใด
ก. เพื่อรองรับตลาดแรงงานหลังโควิด
ข. เพื่อเพิ่มอัตราการมีงานทำของบัณฑิต
ค. เพื่อหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
ง. เพื่อแข่งขันกับประเทศพัฒนาแล้วด้านเทคโนโลยี

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น