
เมื่อวันที่ 2 เมษายน นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกมว.ว่า ที่ประชุมมีมติตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและตั้งกรรมการสอบสวนทางจรรยาบรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครู โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เกี่ยวข้องกรณีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จมน้ำเสียชีวิต ขณะเข้าค่ายลูกเสือ ซึ่งกรณีนี้ ยังบอกไม่ได้โทษจะถึงขั้นใด เพราะต้องดูข้อมูลการสอบสวน หากพบว่า เกิดจากการประมาทเลินเล่อ ก็จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ตั้งแต่พักใช้จนถึงเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่หากเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจก็ต้องว่ากันไปตามระเบียบ
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังตั้งกรรมการสืบสวนกรณีครู โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ลงโทษเด็กด้วยการให้ตั้งแถวและตบหน้าเพื่อนนักเรียนชั้น ป. 2 ทั้งนี้ต้องตรวจสอบว่าครูที่ให้เด็กตบหน้ากันนั้น มีใบอนุญาตฯหรือไม่ หากมีก็ต้องพักใช้ใบอนุญาตฯ ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี เพราะถือเป็นการรกระทำที่ส่งเสริมความรุนแรง นอกจากนี้ ยังเห็นชอบพักใช้ใบอนุญาตฯ กรณีครูมีเรื่องชู้สาวกับครู เพราะถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เป็นเวลา 1 ปี จำนวน 2 ราย เพิกถอนใบอนุญาตฯ ครูและผู้บริหารสถานศึกษา กระทำการอนาจาร 2 ราย ถอนใบอนุญาตฯ ครูที่กระทำการเรียกรับเงิน โดยอ้างว่าสามารถฝากบุตรหลานเข้าเรียนได้เพราะถือว่าทำเสียหาย
ซึ่งขณะนี้ กมว.ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ทั้ง 2 กรณีแล้ว และเมื่อผลการสืบข้อเท็จจริงได้ข้อสรุปเมื่อไร ก็สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้ทันที เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีมติพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ จำนวน 2 ราย รวมถึงยังมีมติไม่อนุมัติใบอนุญาตผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 ราย เนื่องจากเคยมีประวัติการเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตมาก่อน ซึ่งหากมีกรณีในลักษณะนี้เกิดขึ้น ทาง กมว.จะถือว่าครูคนดังกล่าวเคยมีพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงจะกระทำการทุจริต
“ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้คุรุสภาทำสื่อออนไลน์ที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงระหว่างครูและเด็ก เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ครูในเรื่องจรรยาบรรณ และระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่” ประธาน กมว.กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 2 เมษายน 2564