
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้นำเสนอให้ปรับเลื่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา มาเปิดเทอมในวันที่ 1 ก.ค. 2563 จากเดิมที่จะเปิดภาคเรียนในวันที่ 16 พ.ค.2563 เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พร้อมทั้งให้แต่ละสถาบันการศึกษาดำเนินการปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น การเรียนผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ในสถานศึกษาต่างเร่งจัดทำระบบการสอนออนไลน์ไว้เป็นแผนสำรองในกรณีที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย
ด้านกระทรวงศึกษาธิการจะปรับวิธีการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่กำหนดไว้ในแต่ละระดับการศึกษา ของปีการศึกษา 2563 โดยกระทรวงศึกษาธิการจะได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) ต่อไป
อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 กระทรวงศึกษาธิการเห็นสมควรให้มีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง จากวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่าหากมีการเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่งล่วงเลยกำหนดเวลาดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อการวางแผนการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2563 เป็นอย่างยิ่งและจะมีผลกระทบต่อไปถึงการเรียนการสอนในปีการศึกษาต่อ ๆ ไปด้วย
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 7 เมษายน 2563
ข่าวเกี่ยวกัน
เลื่อนเปิดเทอมเป็น 1 ก.ค. พร้อมปรับสอนผ่านออนไลน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประชุม ครม. รับทราบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ให้ปรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ของสถานศึกษารัฐในภาคเรียน เป็นวันที่ 1 ก.ค.2563 จากเดิมกำหนดเปิดในวันที่ 16 พฤษภาคม 2563
ดังนั้น ศธ.จะมีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างนี้ ศธ.ก็จะเตรียมทักษะความพร้อมให้กับคุณครู เพื่อให้มีทักษะการสอนที่ได้รับความสนใจจากผู้เรียน และเตรียมความพร้อมของนักเรียนให้เหมาะสมในทุกระดับชั้น ทั้งในส่วนของระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ที่จะได้รับความรู้ทางออนไลน์ที่แตกต่างกันไป โดยคำนึงถึงทักษะความสามารถและความแตกต่างของแต่ละพื้นที่เป็นหลัก
การเตรียมการสอนออนไลน์ทำทั่วทั้งประเทศ ดังนั้น ทักษะความสามารถในแต่ละพื้นที่ของคุณครูและผู้ปกครองก็มีไม่เท่ากัน และต้องยอมรับว่าการเรียนการสอนออนไลน์ ไม่สามารถทดแทนการเรียนในห้องเรียนได้ แต่ก็เป็นโอกาศที่จะจัดการจัดการเรียนการสอนให้ดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ถือเป็นโอกาสดีที่จะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับขบวนการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล เพื่อให้ครูมีทักษะการสอน และเปิดโอกาสให้เด็กมัธยมได้เรียนผ่านระบบออนไลน์ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น จะทำให้นักเรียนมีทักษะมากขึ้นและตรงกับความต้องการของโลกปัจจุบัน ส่วนเรื่องการแจกอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์นั้นจะต้องดูความเหมาะสมรองรับกับการเรียนการสอนในอนาคตด้วย รวมถึงต้องสอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบันและมีประสิทธิภาพมีความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านนายกฯได้ย้ำกับ ศธ.มาพอสมควร
เมื่อมีกำหนดชัดเจนแล้วว่าจะเปิดการเรียนการสอนออนไลน์ในวันที่ 1 ก.ค.2563 นี้ ดังนั้น ต้นเดือน พ.ค.ก็จะมีการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ในระดับชั้น ม.1 และม.4 โดยที่เด็กไม่ต้องเดินทางไปที่โรงเรียน หลังจากนั้นกระทรวงศึกษาก็จะทำการตรวจสอบรายชื่อว่ามีความซ้ำซ้อนในโรงเรียนใดบ้าง และเมื่อมีความพร้อมในการจัดสอบ แล้วก็จะจัดสอบพร้อมกันทั่วประเทศ แต่หากยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากยังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่ ก็อาจจะต้องจัดสอบผ่านระบบออนไลน์ที่ต้องหาทางไม่ให้มีการโกงข้อสอบได้ด้วย
ขณะนี้ยังไม่มีขอยุติว่าจะใช้วิธีสอบเข้า ม.1 ม.4 ผ่านระบบออนไลน์เพราะเป็นเรื่องที่ยาก ก็กำลังหาวิธีอยู่แต่ถ้าสามารถกระจายการสอบให้เป็นกลุ่มเล็กๆลงเพื่อลดการแพ่ระบาดของไวรัส ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่คิดไว้ แต่หากจำเป็นและไม่สามารถจัดสอบที่โรงเรียนได้ ก็ต้องสอบผ่านระบบออนไลน์เพราะไม่มีทางเลือกอื่น
ในช่วงเดือน พ.ค. นี้ ช่องทีวี 13 ช่องที่เตรียมไว้จะเริ่มปล่อยหลักสูตรออนแอร์ เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจ และเป็นการเช็คระบบและเช็คจำนวนนักเรียน ก่อนที่จะมีการเรียนการสอนเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ก.ค. หากพื้นที่ใดที่ทีวีไปไม่ถึงก็จะจัดขบวนการแก้ไขปัญหาได้ทัน ซึ่งทางผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก็จะต้องรายงานกลับมาส่วนกลาง เชื่อว่าต่อไประบบการประเมินและระบบการติดตามจะสามารถเห็นได้จากเทคโนโลยีและขบวนการดิจิทัล จะเห็นทักษะความสามารถของนักเรียนได้มากขึ้นจะทำให้เราหาจุดบกพร่องและหาแนวทางแก้ไขระบบการศึกษาได้ดีขึ้น
การโยกงบศธ. 20% ไปเป็นงบกลาง ว่าไม่มีผลกระทบ รวมถึง ศธ.กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการเยียวยาดูแลบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งหมดที่ไม่ได้อยู่ในระบบที่ได้รับผลกระทบากการแพร่ระบาดของไวรัวโควิด-19 ส่วนงบป๊ 2564 ก็จะต้องนำมาพิจารณาใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการปัจจุบันด้วย
ที่มา ; แนวหน้า
"เสมา1"จ่อแจกแท็บเล็ตเด็กเรียนออนไลน์หลังเลื่อนเปิดเรียน 1 ก.ค
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตนได้รายงานให้ที่ประชุมครม.รับทราบถึงการเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในเดือนพ.ค.ออกไปเป็นวันที่ 1 ก.ค.ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เนื่องจากป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19
เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ทั้งครูและนักเรียน โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียการสอนที่จะใช้รองรับการเรีนยการสอนผ่านระบบดังกล่าว ซึ่งในเดือนพ.ค.จะเริ่มออนแอร์การเรียนการสอนออนไลน์ผ่านระบบทีวีดิจิทัล เพื่อให้เด็กปรับตัวกับการเรียนและทดลองสัญญาณในการออกอากาศ
ทั้งนี้ศธ.เตรียมดำเนินการที่จะจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียน ซึ่งการแจกแท็บเล็ตตนจะทำให้คุ้มค่าไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา โดยแท็ปเล็ตที่แจกสามารถใช้สื่อสารได้สองทาง คือ ระหว่างนักเรียนและครูผู้สอน ซึ่งได้รายงานเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว โดยนายกฯกำชับให้เตรียมความพร้อมเรื่องการจัดการศึกษาออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงบประมาณว่าที่จะใช้อย่างไรให้ถูกต้องตามระเบียบ
ทั้งนี้การจัดการเรียการสอนในปีการศึกษา 2563 จะไม่มีปิดภาคเรียนที่ 1 ในเดือนต.ค. และเดือนเม.ย.2564 เนื่องจากเปิดมีการเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ล่าช้าไปกว่า 2 เดือนแล้ว ดังนั้นจะต้องมีการจัดการเรียนการสอนให้ครบตามหลักสูตร
ส่วนการรับสมัครนักเรียนม.1 และ ม.4 จะเริ่มดำเนินการรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ในเดือน พ.ค. แต่วิธีการจัดสอบออนไลน์ยอมรับว่าเป็นวิธีการที่ยาก ดังนั้นหากสถานการณ์โควิดคลี่คลายลงก็จะมีการจัดสอบเป็นกลุ่มเล็กๆแทน
ที่มา ; เดลินิวส์
นายกฯไฟเชียว ศธ.ซื้อ"แท็บเล็ต" แจกนักเรียน รองรับเรียนสอนทางออนไลน์
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการะทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อม จัดการเรียนการสอนออนไลน์ หลัง คณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบให้เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในเดือนพฤษภาคม ออกไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม
- การเรียนการสอนออนไลน์ ทั้งครูและนักเรียน จะแบ่งนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียการสอนที่จะใช้รองรับการเรีนยการสอนผ่านระบบดังกล่าว ซึ่งในเดือนพฤษภาคม จะเริ่มออนแอร์การเรียนการสอนออนไลน์ผ่านระบบทีวีดิจิทัล เพื่อให้เด็กปรับตัวกับการเรียนและทดลองสัญญาณในการออกอากาศ
- ศธ.เตรียมดำเนินการที่จะจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียน ซึ่งการแจกแท็บเล็ต ตนจะทำให้คุ้มค่าไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา โดยแท็บเล็ตที่แจกสามารถใช้สื่อสารได้สองทาง คือ ระหว่างนักเรียนและครูผู้สอน ซึ่งได้รายงานเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว โดยนายกฯ ได้กำชับให้เตรียมความพร้อมเรื่องการจัดการศึกษาออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงบประมาณว่าที่จะใช้อย่างไรให้ถูกต้องตามระเบียบ
ที่มา ; ไทยโพสต์
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จากวันที่ 16 พฤษภาคม เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย โดยอาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา พ.ศ. 2549 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และลดผลกระทบต่อสุขภาพของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดแนวทางปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสม เช่น การเรียนออนไลน์ การเรียนผ่านทีวีดิจิทัล และการเตรียมความพร้อมครูและนักเรียนให้มีทักษะที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความแตกต่างของบริบทแต่ละพื้นที่ ทั้งด้านเทคโนโลยีและศักยภาพผู้เรียน
นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนรองรับ เช่น การลงทะเบียนเรียนออนไลน์ การจัดสอบที่ยืดหยุ่น การประเมินผลผ่านระบบดิจิทัล รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ เช่น แท็บเล็ต เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ พร้อมทั้งเน้นความคุ้มค่าของงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม การเรียนออนไลน์ไม่สามารถทดแทนการเรียนในห้องเรียนได้ทั้งหมด แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล ทั้งนี้ หากเลื่อนเปิดเรียนเกินกำหนด อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างปีการศึกษาในระยะยาว
เหตุผลสำคัญที่สุดของการเลื่อนเปิดภาคเรียนคือข้อใด
ก. ปรับหลักสูตรใหม่
ข. ลดภาระครู
ค. ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
ง. เพิ่มเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: การเลื่อนเปิดเรียนมีเป้าหมายหลักเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค
แนวคิดการบริหารจัดการศึกษาที่สะท้อนจากนโยบายนี้คือข้อใด
ก. การรวมศูนย์
ข. ความยืดหยุ่นตามสถานการณ์
ค. การแข่งขัน
ง. การลดงบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: มีการปรับรูปแบบการเรียนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
ข้อใดเป็นความท้าทายสำคัญของการเรียนออนไลน์
ก. ค่าไฟฟ้าสูง
ข. การเข้าถึงเทคโนโลยีไม่เท่าเทียม
ค. เวลาเรียนมากเกินไป
ง. ครูมีเวลาว่าง
เฉลย: ข
เหตุผล: ความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีเป็นปัญหาหลัก
หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรดำเนินการอย่างไรเป็นอันดับแรก
ก. ลดจำนวนครู
ข. จัดซื้ออุปกรณ์ทันที
ค. วิเคราะห์ความพร้อมของผู้เรียนและครู
ง. ยกเลิกการเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องประเมินบริบทก่อนวางแผน
การใช้ทีวีดิจิทัลในการเรียนมีวัตถุประสงค์หลักคือข้อใด
ก. เพิ่มความบันเทิง
ข. ลดค่าใช้จ่าย
ค. ขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษา
ง. ทดแทนครู
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นช่องทางสำหรับผู้ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่ได้
ข้อใดสะท้อนหลักความคุ้มค่าของงบประมาณ
ก. ซื้ออุปกรณ์ราคาถูก
ข. แจกอุปกรณ์ทุกคน
ค. จัดหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมและใช้ได้จริง
ง. งดใช้งบประมาณ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นประสิทธิภาพและความคุ้มค่า
การเลื่อนเปิดเรียนส่งผลต่อสิ่งใดมากที่สุด
ก. รายได้ครู
ข. โครงสร้างปีการศึกษา
ค. อาคารเรียน
ง. เครื่องแบบนักเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: กระทบการจัดตารางเรียนทั้งระบบ
ข้อใดเป็นแนวทางแก้ปัญหาการสอบในช่วงโควิด
ก. ยกเลิกสอบทั้งหมด
ข. สอบเฉพาะนักเรียนเก่ง
ค. จัดสอบออนไลน์หรือกลุ่มย่อย
ง. ใช้คะแนนเดิม
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นแนวทางลดความเสี่ยงและยังคงการประเมิน
บทบาทของครูในสถานการณ์นี้ควรเป็นอย่างไร
ก. ถ่ายทอดเนื้อหาอย่างเดียว
ข. เป็นผู้อำนวยความสะดวกการเรียนรู้
ค. ลดการสอน
ง. มอบหมายงานอย่างเดียว
เฉลย: ข
เหตุผล: ครูต้องปรับบทบาทสู่การสนับสนุนการเรียนรู้
ข้อใดเป็นผลเชิงบวกของสถานการณ์นี้
ก. นักเรียนเรียนลดลง
ข. ครูทำงานมากขึ้น
ค. การพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา
ง. งบประมาณลดลง
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นโอกาสพัฒนาการเรียนรู้สู่ยุคดิจิทัล