สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M030_ครม. เห็นชอบปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียน เป็น 21 บาทต่อคนต่อวัน

ครม. มีมติเห็นชอบ ปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียน 21 บาทต่อคนต่อวัน เริ่มปีงบประมาณ 65 พร้อมส่ง 3 ร่างกฎหมายเกี่ยวข้องการศึกษาให้ คกก.กฤษฎีกา ตรวจก่อนเสนอที่ประชุมอีกครั้ง

เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 9 ก.พ. 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้าจะมีการเลื่อนประชุม ครม. เป็นวันจันทร์ที่ 15 ก.พ. เนื่องจากวันที่ 16-19 ก.พ. จะเป็นช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และลงมติในวันที่ 20 ก.พ.

นายอนุชา ระบุต่อไปว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียน เป็น 21 บาทต่อคนต่อวัน ในปีงบประมาณปี 2565 เป็นต้นไป จำนวน 25,436 ล้านบาทเศษ แบ่งเป็นงบอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจัดสรรสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นักเรียนเอกชน) ทำให้ อปท. มีงบประมาณเพิ่มจากปี 2564 จำนวน 823 ล้านบาทเศษ ส่วนที่จัดสรรให้นักเรียนเอกชนประมาณ 32 ล้านบาทเศษ

พร้อมกันนี้ ครม. ยังมีการพิจารณาความสอดคล้อง พ.ร.บ. 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดำเนินการ, ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และร่างที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีการพูดคุยไปเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยทั้ง 3 ร่างนี้ ครม. เห็นชอบส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาในรายละเอียดไปพร้อมๆ กัน ก่อนนำเสนอ ครม.อีกครั้ง

ที่มา ; ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2564

ข่าวเดียวกัน

ครม. เห็นชอบหลักการปรับเพิ่ม ค่าอาหารกลางวันของนักเรียนอีกร้อยละ 5 เป็น 21บาท/คน/วัน สำหรับปีงบประมาณ 2565

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 กุมภาพันธ์  ครม. เห็นชอบหลักการของการปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียนเพิ่มอีกร้อยละ 5 เป็นอัตรา 21 บาท/ คน /วัน ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

สำหรับโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีจำนวนโรงเรียน 49,861 โรงเรียน และจำนวนนักเรียน 5,894,420 คน งบประมาณทั้งสิ้น 25,436,304,000 ล้านบาท 

แบ่งเป็นอุดหนุนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 23,561,921,200 ล้านบาท และจัดสรรให้สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับนักเรียนเอกชนอีก 1,874,382,800 บาท 

ค่าอาหารกลางวันของนักเรียนครั้งนี้ ปรับเพิ่มเฉลี่ยร้อยละ 5 เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่าย และค่าวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่มีราคาสูงขึ้น และคำนึงถึงปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการในการประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียน

ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียนอัตราใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม นี้ และจะทันต่อการเปิดเทอมครั้งที่ 2 ในปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้

ที่มา  ; มติชน

สรุปสาระสำคัญ

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันนักเรียนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เป็น 21 บาทต่อคนต่อวัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5) โดยเริ่มใช้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และยกระดับคุณค่าทางโภชนาการของอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนกว่า 5.89 ล้านคน ในโรงเรียนประมาณ 49,861 แห่ง ใช้งบประมาณรวมกว่า 25,436 ล้านบาท แบ่งเป็นงบอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นหลัก และส่วนหนึ่งจัดสรรให้สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการสำหรับนักเรียนเอกชน

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบให้ส่งร่างกฎหมายด้านการศึกษา 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และร่างกฎหมายที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอ ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณารายละเอียดก่อนเสนอ ครม. อีกครั้ง สะท้อนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติคุณภาพชีวิตผู้เรียนและการพัฒนากรอบกฎหมายการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง

ข้อสอบ

ข้อ 1 เหตุผลหลักของการปรับค่าอาหารกลางวันคือข้อใด
ก. ลดภาระงบประมาณรัฐ
ข. รองรับจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น
ค. สอดคล้องภาวะเศรษฐกิจและราคาวัตถุดิบ
ง. เพิ่มรายได้โรงเรียน

ข้อ 2 การปรับค่าอาหารกลางวันเป็น 21 บาท คิดเป็นการเพิ่มประมาณร้อยละเท่าใด
ก. 3
ข. 5
ค. 10
ง. 15

ข้อ 3 กลุ่มเป้าหมายของโครงการคือข้อใด
ก. มัธยมศึกษาตอนปลาย
ข. อาชีวศึกษา
ค. อนุบาล–ประถมศึกษาปีที่ 6
ง. ทุกระดับชั้น

ข้อ 4 หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณหลักคือข้อใด
ก. สพฐ.
ข. อปท.
ค. กรมบัญชีกลาง
ง. เอกชน

ข้อ 5 การปรับงบประมาณครั้งนี้สะท้อนหลักการใดมากที่สุด
ก. ความเท่าเทียม
ข. ประสิทธิภาพ
ค. ความคุ้มค่า
ง. การตอบสนองต่อบริบท

ข้อ 6 การส่งร่างกฎหมายให้กฤษฎีกาตรวจ มีวัตถุประสงค์ใด
ก. ลดเวลาออกกฎหมาย
ข. ตรวจความถูกต้องและความสอดคล้อง
ค. เพิ่มงบประมาณ
ง. ให้ประชาชนลงมติ

ข้อ 7 หากโรงเรียนบริหารงบไม่เหมาะสม ผลกระทบหลักคือข้อใด
ก. งบเหลือ
ข. คุณภาพโภชนาการลดลง
ค. ครูเพิ่มขึ้น
ง. นักเรียนลดลง

ข้อ 8 นโยบายนี้เกี่ยวข้องกับแนวคิดใดในการบริหารการศึกษา
ก. การกระจายอำนาจ
ข. การรวมศูนย์
ค. การแข่งขัน
ง. การแปรรูป

ข้อ 9 ผู้บริหารสถานศึกษาควรดำเนินการใดเพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
ก. ลดคุณภาพอาหาร
ข. ใช้งบตามเดิม
ค. วางแผนเมนูตามโภชนาการและงบ
ง. ยกเลิกโครงการ

ข้อ 10 การผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับ สะท้อนแนวโน้มใด
ก. ลดบทบาทรัฐ
ข. พัฒนาระบบการศึกษาเชิงโครงสร้าง
ค. เพิ่มภาระครู
ง. ลดงบประมาณ

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม