สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เทคนิควิธีจดจำหนังสือทุกเล่มที่คุณอ่าน

ลองจินตนาการดูสิครับ หากคุณหยิบหนังสือเล่มใดก็ได้ขึ้นมา อ่านจบ แล้วจำได้แทบทุกอย่าง มันฟังดูเหมือนเรื่องในนิยายวิทยาศาสตร์ใช่ไหมล่ะ? แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีคนที่มีพรสวรรค์พิเศษในการจดจำข้อมูลได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ

เป็นข้อมูลที่น่าสนใจจาก Ryan Holiday นักเขียนหนังสือขายดีระดับโลก ผู้เขียนหนังสือดีๆ อย่าง “The Obstacle Is the Way” และ “Ego Is the Enemy” Ryan เขาอ่านหนังสือมาแล้วกว่า 3,000 เล่ม และมีความสามารถในการจดจำเนื้อหาได้อย่างแม่นยำ

Ryan ก็เคยคิดว่าตัวเองไม่มีทางจดจำหนังสือได้มากมายขนาดนั้น เขาอ่านหนังสือมาแล้วหลายพันเล่ม ทั้งหนังสือ บล็อก และ Newsletter แต่ความสามารถในการจำเนื้อหาเหล่านั้นของเขานั้นแย่เอามาก ๆ จนในที่สุดเขาได้ตัดสินใจที่จะศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเรียนรู้วิธีการจดจำข้อมูลของคนที่ฉลาดที่สุดในโลก และค้นหาระบบเพื่อนำมาใช้กับตัวเอง

Ryan เล่าให้ฟังว่า “ผมเริ่มต้นในวงการสิ่งพิมพ์ในฐานะผู้ช่วยวิจัย ผมทำงานให้กับนักเขียนที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งชื่อ Robert Greene เขาสอนวิธีการอ่านที่ผมยังคงปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งผมคิดว่าอาจเป็นประโยชน์” 

Ryan อธิบายระบบการอ่านของเขา ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก:

1.  จดบันทึกขณะที่อ่าน

2.  ทบทวนและแก้ไขบันทึกเมื่ออ่านจบ

3.  จัดหมวดหมู่และเก็บบันทึก

ฟังดูง่าย แต่ทำไมระบบนี้ถึงมีประสิทธิภาพในการช่วยให้เราจดจำสิ่งที่อ่านได้มากขึ้น? คำตอบอยู่ที่วิธีการทำงานของสมองเรานั่นเอง 

สมองของเรามีกระบวนการคัดกรองที่ช่วยกำหนดว่าข้อมูลใดควรเก็บไว้ในความทรงจำระยะยาว กระบวนการนี้เรียกว่า “การประมวลผลความจำแบบฮิวริสติก (heuristic memory processing)” ซึ่งจะให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ใช้บ่อย ใช้เมื่อเร็วๆ นี้ หรือมีแนวโน้มที่จะต้องใช้ในการตัดสินใจ 

ดังนั้น การเป็นผู้เรียนรู้ที่ดีขึ้นจึงเป็นเรื่องของการลงมือทำ อ่าน จดบันทึก ศึกษา และใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่คุณได้รับ ซึ่งก็คือสิ่งที่ระบบของ Ryan ช่วยให้เราทำได้นั่นเอง 

Ryan ตัดสินใจทดลองใช้ระบบของเขา โดยเริ่มจากหนังสือเล่มล่าสุดของเขา “Courage Is Calling” โดยเขาได้ตั้งใจอ่านและจดบันทึกอย่างละเอียดตลอดทั้งเล่ม แม้ว่าจะทำให้เขาอ่านช้าลงไปอีกประมาณ 30-40% แต่เขาก็หวังว่าวิธีนี้จะช่วยให้ความทรงจำและความคิดเหล่านี้ดีขึ้น

  • หลังจากอ่านจบ เขาก็เริ่มขั้นตอนที่สอง นั่นคือการทบทวนและแก้ไขบันทึก โดยการไล่อ่านหนังสือทั้งเล่มอีกครั้ง และนำบันทึกที่ดีที่สุดทั้งหมดมาเขียนลงในกระดาษสำหรับบันทึก
  • ขั้นตอนสุดท้ายคือการจัดหมวดหมู่และเก็บบันทึก ซึ่งเป็นส่วนที่ท้าทายที่สุด เพราะเขาต้องจัดระบบและจัดระเบียบบันทึกทั้งหมดให้เป็นหมวดหมู่ ประเภท และหัวข้อต่างๆ 
  • ตลอดกระบวนการนี้ เขาได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญ นั่นคือ คุณไม่สามารถจดจำทุกสิ่งที่คุณต้องการได้จริงๆ แต่คุณสามารถเก็บมันไว้นอกสมองของคุณได้ ด้วยการใช้ระบบที่เป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ

Ryan เองก็ยืนยันความสำคัญของการมีระบบ เขาบอกว่า “ผมมีกล่องใส่กระดาษสำหรับบันทึกอย่างน้อยหนึ่งกล่องสำหรับทุกเล่มที่ผมเขียน ตอนนี้ผมมีเจ็ดกล่องในออฟฟิศ ระบบของผมเป็นการผสมผสานระหว่างของ Rob Greene กับของตัวผมเอง และของคุณก็สามารถเป็นเวอร์ชันที่คุณสร้างเองได้” 

แม้ว่าการใช้ระบบแบบนี้อาจดูเป็นงานที่ยุ่งยากและใช้เวลามาก แต่ Ryan เน้นย้ำว่า “การเริ่มต้นแบบนี้ยังดีกว่าการอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ แบบไร้จุดหมาย ระบบของผมพัฒนามาตลอดหลายปี และจะยังคงพัฒนาต่อไป อาจจะมีเวอร์ชันในอนาคตที่เป็นดิจิทัล แต่ตอนนี้นี่คือสิ่งที่ใช้ได้ผลสำหรับผม และสิ่งสำคัญคือผมทำมันอย่างสม่ำเสมอและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ” 

นอกจากนี้ Ryan ยังแบ่งปันมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการอ่านว่า “การอ่านเป็นกิจกรรมที่น่าเพลิดเพลิน ผมชอบทำมัน ในขณะที่ผมอ่านหนังสือ มันเหมือนกับว่าผมกำลังสนทนากับ Ernest Hemingway หรือ Marcus Aurelius หรือ Doris Kearns Goodwin ซึ่งพวกเขาเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลกในสิ่งที่พวกเขาทำ ผมอยากเพลิดเพลินกับมัน ผมจะใช้เวลากับมัน” 

การผจญภัยของ Ryan ในโลกแห่งการจดจำและการเรียนรู้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แม้ว่าอาจจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าระบบนี้จะช่วยพัฒนาความจำของเขาได้ในระยะยาวได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่เขาได้เรียนรู้แน่ๆ ก็คือ การพัฒนาความสามารถในการจดจำไม่ใช่เรื่องของการเป็นอัจฉริยะหรือมีพรสวรรค์พิเศษ แต่เป็นเรื่องของการมีระบบที่ดีและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ 

ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ระบบแบบดั้งเดิมอย่างของ Ryan หรือจดบันทึกในระบบดิจิทัล สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นและทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อคุณเริ่มจัดระบบความคิดและสิ่งที่คุณเรียนรู้ คุณจะพบว่าตัวเองสามารถจดจำและนำความรู้มาใช้ได้มากขึ้นกว่าที่คิด 

ท้ายที่สุดแล้ว การพัฒนาความจำและการเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันว่าใครจะจำได้มากกว่าหรือเร็วกว่า แต่เป็นเรื่องของการเพลิดเพลินไปกับกระบวนการเรียนรู้ และการนำสิ่งที่เราเรียนรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริง เพราะในท้ายที่สุด ความรู้ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณข้อมูลที่เราจดจำได้ แต่อยู่ที่วิธีการที่เรานำความรู้นั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่นได้ในท้ายที่สุดนั่นเองครับผม 

References :

I learned a system for remembering everything

https://youtu.be/Rvey9g0VgY0?si=R6Puq9LZBpD1qh3I 

ความทรงจำไร้ขีดจำกัด : เทคนิคจาก Ryan Holiday กับวิธีจดจำหนังสือทุกเล่มที่คุณอ่าน 

ที่มา ; blockdit

เกี่ยวข้องกัน

8 เทคนิคอ่านหนังสือของไอน์สไตน์ 

ใครๆ ก็คงเคยสงสัยว่า อัจฉริยะระดับโลกอย่าง "ไอน์สไตน์" มีวิธีการเรียนรู้ที่ทำให้เขาสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ได้อย่างไร

มาดู 8 เทคนิคอ่านหนังสือที่จะช่วยให้น้อง ๆ ใช้เวลาอ่านน้อยลง แต่ได้ความรู้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด 

1. อ่านเพื่อ "เข้าใจ" ไม่ใช่เพื่อ "ท่องจำ"

แทนที่จะจำทุกอย่าง ลองตั้งคำถามง่ายๆ ว่า "ทำไม?" และ "อย่างไร?" เมื่อเข้าใจความหมายของสิ่งที่อ่าน มันจะอยู่กับเรานานกว่าท่องจำไปสอบ 

2. สร้างความเชื่อมโยง

ไอน์สไตน์เชื่อว่าความรู้แต่ละเรื่องเชื่อมโยงกัน ค่อยๆ อ่านเป็นลำดับ จะทำให้เห็นภาพรวมและความเชื่อมโยงได้ง่าย 

3. อ่านแล้วลงมือ "ทำทันที"

ความรู้ที่อ่านจะติดตัวเราได้ก็ต่อเมื่อเราลองใช้มัน เช่น ฝึกทำแนวข้อสอบดูว่าจุดไหนทำได้แล้ว และจุดไหนต้องปรับปรุง 

4. มีเป้าหมายที่ชัดเจนในแต่ละวัน

แบ่งเวลาสั้นๆ เช่น 20 นาที ตั้งเป้าว่าวันนี้จะอ่านหัวข้ออะไร การทำทีละนิด สม่ำเสมอ จะทำให้ความรู้สะสมจนกลายเป็นความมั่นใจ 

5. ใช้จินตนาการช่วยจำ

วาด Mindmap หรือ ใช้ภาพสีสัน เหมือนช่วย "ขีดเส้นใต้" ให้สมองเห็นภาพ 

6. พักเป็นระยะ

ไอน์สไตน์เคยบอกว่า การพักสมอง ช่วยให้สมองมีเวลาประมวลผลความรู้ที่ได้รับ พักสั้นๆ เช่น ลุกเดิน หรือเปลี่ยนกิจกรรมแล้วค่อยกลับมาอ่านใหม่ 

7. เปิดใจรับแนวคิดใหม่ๆ

อย่ากลัวที่จะผิด ทุกครั้งที่เราลองตั้งคำถาม คือการเรียนรู้ที่นำไปสู่ความสำเร็จ 

8. เลือกหนังสือที่เหมาะกับเป้าหมาย

เลือกหนังสือที่อ่านง่าย ช่วยให้เข้าใจและจับจุดสำคัญได้เร็ว 

สรุป อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยบอกไว้ว่า มันไม่สำคัญว่าคุณเรียนรู้เร็วหรือช้า สิ่งสำคัญคือคุณไม่หยุดเรียนรู้” การอ่านที่ดี = ความรู้ที่จำได้นาน + ใช้ได้จริง 

ที่มา ; สรุปเนื้อหาจากหนังสือ How to Read a Book โดย Mortimer J. Adler ,ชีวประวัติไอน์สไตน์ โดย Walter Isaacson)