
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำลังปรับปรุงพัฒนาการศึกษาในหลายประเด็น ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพิจารณา โดยแผนพัฒนาการศึกษาจะเชื่อมโยงกับแผนปฏิรูปประเทศในอนาคต โดยจะเริ่มตั้งแต่แผนพัฒนาการศึกษาปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และ อุดมศึกษา
ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เร่งให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปรับแผนพัฒนาการศึกษาให้เร็วและชัดเจน เพื่อที่จะดูว่าการขับเคลื่อนการศึกษาแนวทางไหนจะสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด ซึ่งตนจะให้ความสำคัญกับภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ...ที่มีการปรับปรุงใหม่ จะเริ่มการเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับการศึกษาปฐมวัย ซึ่งเตรียมจะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเร็วๆนี้
ทั้งนี้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การเรียนรู้เปลี่ยนไป จึงต้องมาทบทวนและเปลี่ยนแปลงในกฎหมายการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเรื่องภาษาอังกฤษเป็นจุดอ่อนของประเทศ ดังนั้นการเรียนภาษาอังกฤษควรจะเริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัยให้เด็กเรียนรู้ทักษะภาษาการสื่อสารเบื้องต้น ซึ่งจะทำให้เด็กซึมซับภาษาได้อย่างดี
ที่มา ; ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ธ.ค. 2563
สรุปสาระสำคัญ
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งปรับปรุงและพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทุกระดับตั้งแต่ปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเชื่อมโยงกับแผนปฏิรูปประเทศในอนาคต ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้การดำเนินงานมีความรวดเร็ว ชัดเจน และสามารถเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการให้ความสำคัญกับภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนของประเทศ จึงมีแนวคิดปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ให้เริ่มจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับปฐมวัย เพื่อให้เด็กได้พัฒนาทักษะการสื่อสารตั้งแต่ต้น และสามารถซึมซับภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รูปแบบการเรียนรู้เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องปรับกฎหมายและแนวทางการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ เพื่อให้ระบบการศึกษามีความยืดหยุ่น ทันสมัย และสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างแท้จริง
ข้อ 1 การปรับแผนพัฒนาการศึกษาครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. ลดงบประมาณด้านการศึกษา
ข. เชื่อมโยงกับแผนปฏิรูปประเทศ
ค. เพิ่มจำนวนครูต่างชาติ
ง. ยกเลิกหลักสูตรเดิม
ข้อ 2 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระดับการศึกษาที่ได้รับการพัฒนา
ก. เฉพาะอุดมศึกษา
ข. เฉพาะปฐมวัย
ค. ครอบคลุมทุกระดับ
ง. เฉพาะอาชีวศึกษา
ข้อ 3 เหตุผลสำคัญที่ต้องเร่งปรับแผนการศึกษาคือข้อใด
ก. การแข่งขันทางการเมือง
ข. คำสั่งนายกรัฐมนตรี
ค. ความต้องการของครู
ง. การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
ข้อ 4 การให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษมีสาเหตุหลักจากข้อใด
ก. เป็นภาษาราชการโลก
ข. เป็นจุดแข็งของประเทศ
ค. เป็นจุดอ่อนของประเทศ
ง. เป็นภาษาที่เรียนง่าย
ข้อ 5 แนวทางการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษคือข้อใด
ก. เริ่มเรียนในมหาวิทยาลัย
ข. เริ่มเรียนในมัธยม
ค. เริ่มตั้งแต่ปฐมวัย
ง. เรียนเฉพาะผู้สนใจ
ข้อ 6 ผลกระทบของโควิด-19 ต่อการศึกษาคือข้อใด
ก. ลดจำนวนโรงเรียน
ข. เปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้
ค. เพิ่มจำนวนครู
ง. ยกเลิกการสอบ
ข้อ 7 การปรับปรุงกฎหมายการศึกษามีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. เพิ่มบทลงโทษ
ข. ลดเวลาเรียน
ค. รองรับบริบทใหม่
ง. ยกเลิกการเรียนออนไลน์
ข้อ 8 ข้อใดเป็นลักษณะของการพัฒนาที่นายกรัฐมนตรีต้องการ
ก. ล่าช้าแต่รอบคอบ
ข. รวดเร็วและชัดเจน
ค. ทดลองก่อนใช้จริง
ง. ใช้เฉพาะบางพื้นที่
ข้อ 9 การเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ปฐมวัยส่งผลอย่างไร
ก. เด็กเครียด
ข. เด็กจำได้ชั่วคราว
ค. เด็กซึมซับได้ดี
ง. ไม่มีผล
ข้อ 10 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรนำแนวคิดนี้ไปใช้อย่างไร
ก. ลดวิชาภาษาไทย
ข. เพิ่มกิจกรรมภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล
ค. ยกเลิกหลักสูตรเดิมทั้งหมด
ง. เน้นเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์
คลิกเฉลย >>>