สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ข้อเสนอแนวทาง 5 Big Rocks พัฒนาการศึกษาแบบก้าวกระโดด

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสภาการศึกษา นำเรื่องนโยบายและแนวทางในการยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน (Learning Outcome) ด้วย 5 Big Rocks เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาไทยอย่างก้าวกระโดดเทียบเท่ามาตรฐานสากล นำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษา ครั้งที่ 2/2568 ในวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 นี้

รศ.ดร.ประวิต กล่าวรายละเอียดเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยจุดเน้นที่สำคัญ คือ การยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานและองค์การระหว่างประเทศที่ดำเนินงานด้านการศึกษาจำนวนมาก เช่น UNESCO, OECD, UNICEF, และ WEF กำหนดเป้าหมายในการจัดการศึกษาเพื่อให้ประเทศสมาชิกใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายทางการศึกษาของประเทศ พบว่า ทุกเป้าหมายทางการศึกษานำไปสู่การทำให้ผู้เรียนมีผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่ง 5 Big Rocks จะเป็นหนึ่งในแนวทางในการช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวกระโดดเทียบเท่ามาตรฐานสากล

5 Big Rocks ประกอบด้วย

1. ประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษา พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา จัดหาสื่อและอุปกรณ์ดิจิทัลที่มีคุณภาพ พัฒนาทักษะ AI ให้แก่ ผู้เรียน ครู และผู้บริหาร บูรณาการสู่หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน

2. พัฒนาครูอย่างรอบด้าน เพิ่มทักษะให้ครูสามารถสอนเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ลดภาระงานของครู แก้ไขปัญหาหนี้สินครู ให้ครูมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งเสริมธรรมาภิบาลในการบรรจุแต่งตั้งและโยกย้ายครู

3. ทดสอบและประเมินผลทางการศึกษา ยกระดับผลการทดสอบ PISA พัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษา ผ่านดัชนี IMD พัฒนาการประเมินผลผู้เรียนให้มีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับความต้องการ และปรับปรุงหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้รองรับการเปลี่ยนแปลง

4. บริหารจัดการทางการเงินเพื่อการศึกษา ปรับแนวทางการจัดสรรงบประมาณให้แก่สถานศึกษาที่ไม่ผูกพันกับจำนวนผู้เรียน ปรับปรุงโครงสร้างรายการเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียน รวมทั้งจัดหาทุนการศึกษาให้ทั่วถึง 5. จัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ พัฒนาระบบการคัดกรองเด็กที่มีความสามารถพิเศษตั้งแต่ระดับปฐมวัย ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนรูปแบบพหุปัญญา ปรับปรุงระบบการประเมินผลให้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ รับประกันอาชีพแก่เด็กที่มีความสามารถพิเศษ

กระทรวงศึกษาธิการพร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการจัดการศึกษาปี 2030 ภายใต้แนวคิด การศึกษาไทย 2030 : เข็มทิศการเรียนรู้สู่การอยู่ดีมีสุข ประกอบด้วย การเรียนรู้อย่างมีคุณภาพและเปี่ยมสุข การสอนที่สร้างสุขและมีคุณค่า การมีงานทำอย่างมั่นคงและแข่งขันได้ และการมีชีวิตอย่างมีคุณธรรมและสมดุล เพื่อทำให้ผู้เรียนในปี 2030 มีผลลัพธ์การเรียนรู้ที่เพียงพอในการดำรงชีวิตและมีงานทำควบคู่กับการมีชีวิตที่ดี 

ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

เกี่ยวข้องกัน

ศธ. เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล 

วันที่ 4 มิถุนายน 2568 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้รายงานพัฒนาการศึกษาไทยรอบทศวรรษ (ปี 2012-2024) เปรียบเทียบภาพรวมการศึกษาไทยในระดับสากล 5 มิติ ได้แก่

  • มิติที่ 1 คุณภาพการศึกษา วัดจากคุณภาพผู้เรียนใช้ผลการทดสอบ PISA วิชาคณิตศาสตร์เป็นตัวชี้วัด มีแนวโน้มคงที่มาโดยตลอด สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปถึงที่คาดหวังไว้ได้ 
  • มิติที่ 2 การเข้าถึงระบบการศึกษา ใช้อัตราการเข้าเรียนสุทธิระดับมัธยมศึกษาเป็นตัวชี้วัด มีแนวโน้มดีขึ้นมาโดยตลอด โดยในปี 2024 มีค่าอยู่ที่ร้อยละ 93 ถือว่าเป็นความสำเร็จของการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยด้านหนึ่งเลยทีเดียว   
  • มิติที่ 3 ความเท่าเทียมทางการศึกษา ใช้ปีการศึกษาที่คาดหวังเป็นตัวชี้วัด ถือเป็นค่าสถิติที่ประเทศไทยดีขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดที่สะท้อนให้เห็นถึงความเท่าเทียมในการคงอยู่ในระดับการศึกษาของประชากรไทย โดยในปี 2024 มีค่าอยู่ที่ 15.6 ปี ซึ่งเป็นความสำเร็จในการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยในอีกด้านหนึ่ง
  • มิติที่ 4 ประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา  ใช้ตัวชี้วัดสัดส่วนของงบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาต่อ GDP ต่อคะแนนเฉลี่ยการทดสอบ PISA เป็นตัวชี้วัด มีแนวโน้มไม่เพิ่มขึ้นและอยู่ในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นมิติที่ประเทศไทยต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน
  • มิติที่ 5 การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง (Relevancy) ใช้สัดส่วนของประชากรอายุ 25 -34 ปีที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นตัวชี้วัด พบว่า อัตราการจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชี้ให้เห็นถึงกำลังคนระดับสูงที่สามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดี ซึ่งประเทศไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2024 มีค่าอยู่ที่ร้อยละ 36 ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีทางการศึกษา

รศ.ดร.ประวิต กล่าวต่อไปว่า จากมิติคุณภาพการศึกษาไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังและประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาของประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ  พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. จึงเร่งให้สกศ. ขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่มาตรฐานสากลด้วย 5 Big Rocks ได้แก่ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษา  การพัฒนาครูอย่างรอบด้าน  การทดสอบและประเมินผลทางการศึกษา  การบริหารจัดการทางการเงินเพื่อการศึกษาและการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ จุดเน้นที่สำคัญ คือ การยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ภายใต้แนวคิด การศึกษาไทย 2030 : เข็มทิศการเรียนรู้สู่การอยู่ดีมีสุข 

ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

สรุปสาระสำคัญ 
นโยบายยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน (Learning Outcomes) ของกระทรวงศึกษาธิการมุ่งขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล ภายใต้กรอบ “5 Big Rocks” โดยมีสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการเสนอและผลักดันนโยบาย จุดเน้นหลักคือการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการแข่งขันในอนาคต สอดคล้องกับแนวทางขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น UNESCO, OECD และ UNICEF

5 Big Rocks ประกอบด้วย (1) การประยุกต์ใช้ AI และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (2) การพัฒนาครูทั้งด้านทักษะวิชาชีพ ภาษา คุณภาพชีวิต และธรรมาภิบาล (3) การยกระดับการวัดและประเมินผล เช่น PISA และการปรับหลักสูตรให้ยืดหยุ่น (4) การบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม และ (5) การพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษอย่างเต็มศักยภาพ

ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปีสะท้อนว่า ไทยมีพัฒนาการด้านการเข้าถึงและความเท่าเทียมดีขึ้น แต่คุณภาพผู้เรียนและประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรยังต่ำ จึงต้องเร่งปฏิรูป โดยตั้งเป้าการศึกษาไทยปี 2030 ให้ผู้เรียน “เรียนดี มีสุข มีงานทำ และมีคุณธรรม” เพื่อสร้างความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 นโยบาย 5 Big Rocks มุ่งเน้นหลักด้านใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มงบประมาณ
ข. การยกระดับผลลัพธ์ผู้เรียน
ค. การขยายโรงเรียน
ง. การลดเวลาเรียน
ตอบ: ข
เหตุผล: จุดเน้นหลักคือ Learning Outcomes ของผู้เรียน

ข้อ 2 เหตุผลสำคัญที่ต้องใช้ 5 Big Rocks คือข้อใด
ก. ครูมีจำนวนน้อย
ข. คุณภาพผู้เรียนไม่ถึงเป้าหมาย
ค. โรงเรียนขาดอาคาร
ง. หลักสูตรไม่มีวิชาใหม่
ตอบ: ข
เหตุผล: PISA และคุณภาพการศึกษายังไม่เป็นไปตามคาด

ข้อ 3 ข้อใดสะท้อน “Relevancy” ได้ดีที่สุด
ก. คะแนนสอบสูง
ข. จำนวนครูเพิ่ม
ค. การมีงานทำของบัณฑิต
ง. งบประมาณสูง
ตอบ: ค
เหตุผล: เชื่อมโยงกับความสามารถในการปรับตัวและทำงาน

ข้อ 4 ผู้บริหารควรดำเนินการใดสอดคล้อง Big Rock ด้าน AI
ก. เพิ่มการบ้าน
ข. จัดซื้ออุปกรณ์ดิจิทัล
ค. ลดวิชาเรียน
ง. เพิ่มกิจกรรมกีฬา
ตอบ: ข
เหตุผล: โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นหัวใจ

ข้อ 5 การลดภาระงานครูส่งผลอย่างไร
ก. ครูมีรายได้เพิ่ม
ข. ครูมีเวลาสอนมากขึ้น
ค. นักเรียนลดลง
ง. งบประมาณลด
ตอบ: ข
เหตุผล: เพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนรู้

ข้อ 6 แนวทางใดช่วยยกระดับ PISA
ก. เพิ่มสอบปลายภาค
ข. เน้นท่องจำ
ค. พัฒนาการคิดวิเคราะห์
ง. ลดเวลาเรียน
ตอบ: ค
เหตุผล: PISA เน้นทักษะคิดขั้นสูง

ข้อ 7 การจัดสรรงบไม่ผูกกับจำนวนนักเรียนช่วยเรื่องใด
ก. ลดครู
ข. เพิ่มความเหลื่อมล้ำ
ค. ความเป็นธรรม
ง. ลดคุณภาพ
ตอบ: ค
เหตุผล: สนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก

ข้อ 8 การพัฒนาเด็กเก่งควรเริ่มเมื่อใด
ก. มัธยม
ข. ประถม
ค. ปฐมวัย
ง. มหาวิทยาลัย
ตอบ: ค
เหตุผล: คัดกรองตั้งแต่ต้นเพื่อพัฒนาเต็มศักยภาพ

ข้อ 9 จุดอ่อนสำคัญของระบบการศึกษาไทยคือ
ก. การเข้าถึง
ข. ความเท่าเทียม
ค. ประสิทธิภาพ
ง. จำนวนโรงเรียน
ตอบ: ค
เหตุผล: ใช้งบแต่ผลลัพธ์ยังต่ำ

ข้อ 10 เป้าหมายการศึกษาไทย 2030 คือข้อใด
ก. เน้นแข่งขันอย่างเดียว
ข. เน้นสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ค. สมดุลชีวิต งาน และคุณธรรม
ง. เพิ่มจำนวนครู
ตอบ: ค
เหตุผล: มุ่ง “เรียนดี มีสุข มีงานทำ มีคุณธรรม”