สมาชิกเข้าสู่ระบบ

5 มาตรฐานการศึกษาเวียดนามที่โลกควรรู้

เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำของโรงเรียน’ (Fundamental School Quality Level: FSQL) คือเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อสร้างความเสมอภาค โดยธนาคารโลก (World Bank) ส่งเสริมและสนับสนุนให้นำไปปรับใช้กับโรงเรียนต่างๆ ในประเทศกำลังพัฒนา 

ประเทศเวียดนามเป็นหนึ่งตัวอย่างที่ได้นำนวัตกรรม FSQL ไปใช้ในการกระจายทรัพยากรและงบประมาณอย่างเสมอภาค ทำให้การพัฒนาคุณภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำของโรงเรียน’ (Fundamental School Quality Level: FSQL) คือเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเวียดนาม

 

ที่มา ; สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) 

ข่าวเกี่ยวข้อง

จุดเปลี่ยนการศึกษาเวียดนาม สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยระบบประเมินคุณภาพ FSQL

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวียดนามถือเป็นประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาสูงกว่ากลุ่มประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจใกล้เคียงอย่างโดดเด่น ทั้งที่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นเวลานาน แต่ภายใน 10 ปีหลังจากเริ่มปฏิรูปการศึกษาโดยการสนับสนุนจากธนาคารโลก (World Bank) เวียดนามสามารถทำคะแนน PISA ติด 1 ใน 10 อันดับแรกของกลุ่มประเทศ OECD ภายในปีแรกที่เข้าร่วมการประเมิน (2015) 

เกิดอะไรขึ้นในช่วง 10 ปีแห่งการปฏิรูปนั้น และเราสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาพัฒนาการศึกษาไทยได้หรือไม่

ประวัติศาสตร์กำหนดการศึกษา

ก่อนจะไปสู่วิธีการ เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจบริบทของการพัฒนาประเทศเชิงประวัติศาสตร์เสียก่อน เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งที่มีอิทธิพลในการหล่อหลอมระบบการศึกษาของเวียดนามอย่างมาก

สังคมเวียดนามในสมัยโบราณเป็นสังคมที่เคารพนับถืออาชีพครู โดยครูมีสถานะสูงเป็นรองแค่กษัตริย์เท่านั้น และบ้านที่มีฐานะมักนิยมจ้างครูมาอาศัยที่บ้านเพื่อสอนลูกหลานของตนให้สอบเข้ารับราชการได้ 

ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 เมื่อเวียดนามตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส มีการวางระบบการศึกษาใหม่ที่ใช้ทั้งภาษาฝรั่งเศสและเวียดนามควบคู่กัน โดยการศึกษาระดับสูงจะใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อผลิตทรัพยากรบุคคลมาตอบสนองระบอบอาณานิคมนั่นเอง

ต่อมาในช่วง 1945-1954 เป็นช่วงที่เวียดนามต่อสู้เพื่อประกาศอิสรภาพและเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาที่จะช่วยฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม จึงพยายามพัฒนาพลเมืองให้เป็นผู้มีการศึกษาให้ได้มากที่สุดตามนโยบายของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ที่ว่า “ต่อต้านความยากจน การไม่มีการศึกษา และผู้รุกราน” โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี ในการสร้างห้องเรียน 75,000 แห่ง และครูเกือบ 96,000 คน เพื่อให้ประชาชนกว่า 2.5 ล้านคน หลุดจากสภาวะไร้การศึกษา 

ปี 1955-1975 เวียดนามอยู่ในภาวะสงครามอีกครั้ง แต่รัฐยังไม่ละทิ้งการศึกษาแต่อย่างใด ยังคงวางเป้าหมายที่แน่วแน่ในการพัฒนาประชากรให้มีความรู้รอบด้านและเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ เน้นการสนับสนุนเยาวชนและแรงงานหนุ่มสาว โดยมีหลักสูตรที่เชื่อมโยงการศึกษากับชีวิตจริง ด้วยปัจจัยของสภาวะสงครามที่ทุกคนต้องเอาตัวรอด ครูและนักเรียนเริ่มมีฐานะเสมอภาคกันมากขึ้น

ปี 1975-1985 เป็นช่วงเวลา 10 ปี ก่อนการปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยที่รัฐบาลเวียดนามพยายามผลิตสื่อการเรียนและนโยบายที่สอดแทรกแนวคิดเพื่อตอบสนองระบอบสังคมนิยม ปรับแผนการเรียนเป็นหลักสูตรภาคบังคับ 12 ปี ส่งเสริมให้ประชากรวัยเรียนเข้าถึงการศึกษาให้ได้มากที่สุด ซึ่งทำได้มากถึง 94.14 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้จะประสบปัญหาขาดแคลนทรัพยากรและลงทุนในการศึกษาได้น้อย เพราะวิกฤติเศรษฐกิจหลังสงคราม แต่ด้วยรากฐานด้านการศึกษาที่ถูกปลูกฝังมานาน ทำให้ผู้คนตระหนักว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญและต้องการให้ลูกหลานของตนได้รับการสนับสนุนมากขึ้น

ยุคแห่งการปฏิรูปกับนวัตกรรมจากธนาคารโลก

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปี 1986-2005 เมื่อระบบที่วางไว้เริ่มปรากฏความเหลื่อมล้ำในระดับสูง โรงเรียนจำนวนมากยังคงขาดแคลนทรัพยากรและบุคลากร รัฐบาลเวียดนามจึงขอให้ธนาคารโลกทำการศึกษาวิจัยเพื่อหาแนวทางเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาต่างๆ

ธนาคารโลกจึงได้สนับสนุนนวัตกรรมด้านการประเมินผลเรียกว่า ‘มาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำของโรงเรียน’ (Fundamental School Quality Level: FSQL) เป็นนวัตกรรมที่จะช่วยให้เกิดการวางแผนการจัดสรรทรัพยากรด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยกระบวนการที่เป็นวิทยาศาสตร์และเน้นหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งเกณฑ์ของ FSQL จะครอบคลุมมาตรฐานทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการโรงเรียน ความเพียงพอและคุณภาพของครู ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียน และโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure and facilities) 

เวียดนามเริ่มใช้ FSQL เมื่อปี 2005 ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะด้านความเสมอภาค จนยกระดับไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพอใจภายในระยะเวลาไม่นานนัก ต่อมา FSQL จึงถูกขยายไปสู่ประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยที่กำลังศึกษาช่องว่างและวิธีการเพื่อนำมาปรับใช้ในบริบทของการกระจายทรัพยากรสู่โรงเรียนขนาดเล็กด้วย

สำหรับเกณฑ์มาตรฐานของ FSQL ในเวียดนามนั้น จากรายงานการศึกษาเรื่องความสำคัญของโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศไทย (Thailand: Advice on Narrowing the Learning Gaps between Schools) ปี 2020 โดยธนาคารโลก มีตัวอย่างเกณฑ์การประเมิน FSQL ของเวียดนามจาก 5 ด้านที่น่าสนใจ ดังนี้

หนึ่ง – ด้านการบริหารจัดการโรงเรียน: หนึ่งในเกณฑ์ประเมินด้านนี้คือ บุคลากรระดับผู้บริหารทุกคนต้องผ่านการอบรมเรื่องการจัดการโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล แสดงให้เห็นว่ารัฐให้ความสำคัญกับการขยายความรู้ด้านการบริหารสถานศึกษาให้ครอบคลุมกับบริบทของพื้นที่อื่นๆ นอกจากส่วนกลาง

สอง – การพัฒนาบุคลากรครู: ครูทุกคนต้องผ่านการฝึกสอนเด็กหลากหลายรูปแบบรวมถึงเด็กพิการ ควรได้รับการอบรมด้านการเรียนการสอนอย่างน้อย 5 วันต่อปี ในโรงเรียนที่มีกลุ่มเด็กชาติพันธุ์ต้องสามารถจัดการเรียนการสอนภาษาเวียดนามได้ดี

สาม – โครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์การเรียนการสอน: โรงเรียนจะต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเงียบสงบ เหมาะกับการเรียนรู้ และมีโครงสร้างพื้นฐานที่นักเรียนทุกคนรวมถึงนักเรียนพิการสามารถเข้าถึงได้ มีการกำหนดเครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่จำเป็นขั้นต่ำต่อหน่วย 1 ห้อง และครู 1 คน ซึ่งหากมีการกำหนดขั้นต่ำของสิ่งจำเป็นเหล่านี้แล้ว จะทำให้เห็นภาพง่ายขึ้นว่าโรงเรียนใดควรได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรมากขึ้น

สี่ – การดำเนินการตามนโยบายระบอบสังคมนิยม: เน้นการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น และทุกโรงเรียนต้องมีสมาคมผู้ปกครองเพื่อให้ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน โดยกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนต้องมีส่วนเชื่อมโยงกับครอบครัวและชุมชน 

ห้า – ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา: หลักสูตรควรออกแบบโดยเน้นความจำเป็นของนักเรียนเป็นหลัก ให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กเปราะบางที่เข้าถึงโรงเรียนได้ยาก 

จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษา โดยเวียดนามพยายามส่งเสริมด้านความเสมอภาคตั้งแต่ก่อนยุคปฏิรูป รวมถึงแนวคิดทางสังคมและเครื่องมือในการกระจายทรัพยากรอย่าง FSQL ทำให้การพัฒนาคุณภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้จะไม่ใช่การพัฒนาที่ดีที่สุด แต่ระบบที่พัฒนาถูกจุดจะทำให้การพัฒนาขั้นต่อไปเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าการใช้วิธีการแบบเดิม  

อ้างอิง

·  World Bank. (2020). Thailand: Advice on Narrowing the Learning Gaps between Schools, p.65-68

·  Hong Mien Le. (n.d.). EDUCATION IN VIETNAM DEVELOPMENT HISTORY, CHALLENGES AND SOLUTIONS

·   รู้จัก FSQL มาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียน 

ที่มา ; สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.)

สรุปสาระสำคัญ

“เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำของโรงเรียน” (FSQL) เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ธนาคารโลกสนับสนุน เพื่อยกระดับคุณภาพและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ในการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนใน 4–5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการ ครู โครงสร้างพื้นฐาน การมีส่วนร่วมของชุมชน และผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน

เวียดนามเป็นกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ แม้มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ด้วยรากฐานทางวัฒนธรรมที่ให้คุณค่าการศึกษาและการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงปี 1986 เป็นต้นมา ทำให้สามารถลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับผลสัมฤทธิ์ จนมีคะแนน PISA สูงติดอันดับต้นของโลก

FSQL ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2005 เพื่อจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม โดยกำหนด “ขั้นต่ำที่จำเป็น” ของโรงเรียน เช่น ผู้บริหารต้องมีทักษะบริหารพื้นที่ห่างไกล ครูต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนต้องมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมและเข้าถึงได้ทุกคน รวมถึงเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และออกแบบการเรียนรู้ตามความจำเป็นของผู้เรียน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

บทเรียนสำคัญคือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาต้องอาศัยทั้งนโยบาย เครื่องมือที่แม่นยำ และบริบททางสังคมควบคู่กัน ซึ่ง FSQL เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การจัดสรรทรัพยากรมีประสิทธิภาพและลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข้อสอบ

ข้อ 1 จุดมุ่งหมายหลักของ FSQL คือข้อใด
ก. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. สร้างมาตรฐานการเรียนระดับสากล
ค. ลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพขั้นต่ำ
ง. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: FSQL เน้น “ขั้นต่ำที่จำเป็น” เพื่อความเสมอภาค ไม่ใช่การแข่งขันหรือเพิ่มงบโดยตรง

ข้อ 2 ปัจจัยใดทำให้เวียดนามพัฒนาการศึกษาได้ต่อเนื่อง
ก. การลงทุนสูง
ข. วัฒนธรรมให้คุณค่าการศึกษา
ค. เทคโนโลยีทันสมัย
ง. ระบบสอบเข้มงวด
เฉลย: ข
เหตุผล: รากฐานทางวัฒนธรรมมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จ

ข้อ 3 FSQL ใช้หลักการใดในการจัดสรรทรัพยากร
ก. ความพึงพอใจ
ข. การแข่งขัน
ค. หลักฐานเชิงประจักษ์
ง. การเมือง
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการตัดสินใจเชิงข้อมูล (evidence-based)

ข้อ 4 ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของ FSQL
ก. ครู
ข. โครงสร้างพื้นฐาน
ค. รายได้ผู้ปกครอง
ง. การบริหาร
เฉลย: ค
เหตุผล: ไม่ได้ใช้รายได้ครอบครัวเป็นเกณฑ์ตรง

ข้อ 5 การกำหนด “ขั้นต่ำ” มีประโยชน์อย่างไร
ก. ลดการแข่งขัน
ข. เห็นช่องว่างทรัพยากรชัดเจน
ค. ลดคุณภาพ
ง. เพิ่มภาระครู
เฉลย: ข
เหตุผล: ช่วยระบุโรงเรียนที่ต้องได้รับการสนับสนุน

ข้อ 6 นโยบายใดสะท้อนความเสมอภาค
ก. เน้นเด็กเก่ง
ข. ใช้หลักสูตรเดียว
ค. สนับสนุนเด็กเปราะบาง
ง. เพิ่มข้อสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: FSQL เน้นกลุ่มเข้าถึงยาก

ข้อ 7 บทบาทของชุมชนใน FSQL คืออะไร
ก. ระดมทุน
ข. ตรวจสอบครู
ค. มีส่วนร่วมพัฒนาโรงเรียน
ง. ควบคุมหลักสูตร
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นความร่วมมือโรงเรียน-ชุมชน

ข้อ 8 เหตุใดเวียดนามจึงใช้ FSQL
ก. เพิ่มอันดับโลก
ข. แก้ความเหลื่อมล้ำ
ค. ลดครู
ง. ปรับหลักสูตร
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นปัญหาหลักก่อนปฏิรูป

ข้อ 9 หากนำ FSQL มาใช้ในไทย ควรเริ่มจากอะไร
ก. เพิ่มข้อสอบ
ข. กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ
ค. ลดงบ
ง. ปิดโรงเรียนเล็ก
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นหัวใจของแนวคิด

ข้อ 10 ข้อใดสะท้อนการใช้ FSQL อย่างมีประสิทธิภาพ
ก. แจกงบเท่ากัน
ข. ใช้ข้อมูลกำหนดการช่วยเหลือ
ค. เน้นโรงเรียนใหญ่
ง. ลดการประเมิน
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องใช้ข้อมูลเพื่อจัดสรรอย่างเหมาะสม

 
 

ความเห็นของผู้ชม