
สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2565 ที่ โรงแรมอีโค่อินน์ จ.ตรัง นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายยุทธนา วิมลเมือง เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต ชำนาญการพิเศษ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงข่าว จากกรณีสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.ตรัง ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหา นายวุฒิชัย สุนทรนนท์ นายกเทศมนตรี ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นำรถยนต์ส่วนกลางของเทศบาล ต.ย่านตาขาว ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน กค 5093 ตรัง ไปใช้ในภารกิจส่วนตัวและนำรถยนต์ไปจอดที่บ้านพัก แต่ได้เบิกน้ำมันและค่าซ่อมบำรุงจากเทศบาล ต.ย่านตาขาว
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุม ครั้งที่ 104/2565 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 7 เสียง เห็นชอบว่า นายวุฒิชัย สุนทรนนท์ ผู้ถูกกล่าวหา ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2547 จนถึงปัจจุบัน มีหน้าที่กำหนดนโยบายโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย และรับผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติ และนโยบาย สั่ง อนุญาต และอนุมัติเกี่ยวกับราชการของเทศบาล และปฏิบัติงานอื่นตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 และเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ใช้รถยนต์ส่วนกลาง อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนกลางไปเก็บรักษาที่อื่นเป็นการชั่วคราวหรือเป็นครั้งคราวและเป็นผู้อนุมัติจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ส่วนกลางของเทศบาล ต.ย่านตาขาว ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548
กลับนำรถยนต์ หมายเลขทะเบียน กค 5093 ตรัง ซึ่งเป็นรถยนต์ส่วนกลางของเทศบาล ค.ย่านตาขาว ใช้เป็นยานพาหนะในการเดินทางไป – กลับ ระหว่างบ้านพักเลขที่ 2/1 หมู่ที่ 1 ซอยนรินทร์ประสิทธิ์ ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง กับสำนักงานเทศบาล ต.ย่านตาขาวเป็นประจำ และนำรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดที่สมาคมชาวย่านตาขาว (หลังเก่า) ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านพัก ทั้งที่เทศบาล ต.ย่านตาขาวมีสถานที่จอดรถยนต์อยู่แล้วและไม่มีเหตุจำเป็นหรือเร่งด่วนและไม่มีการขออนุญาตนำรถยนต์ไปจอดที่อื่นแต่อย่างใด ใช้เดินทางไปร่วมงานสังคมต่างๆ เช่น งานศพ งานบวช งานแต่งงาน และงานประเพณีต่างๆ ใช้เดินทางไปดูแลบ่อนไก่ของตน ซึ่งเป็นธุรกิจ และใช้เดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน โดยไม่มีสมุดบันทึกการใช้รถส่วนกลาง อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 ข้อ 12 ข้อ 14และข้อ 19
พฤติการณ์ดังกล่าวข้างต้นแสดงออกโดยชัดแจ้งว่านายวุฒิชัย สุนทรนนท์ กระทำไปเพื่อประโยชน์และความสะดวกของตนในการใช้รถยนต์ส่วนกลางของเทศบาล ต.ย่านตาขาวในลักษณะเป็นส่วนตัว เสมือนว่าเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถยนต์ของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายแก่ทางราชการ การกระทำจึงมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
มีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบมาตรา 192 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และมีมูลเป็นการปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย หรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.ตรัง ได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารหลักฐาน พร้อมความเห็นไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับนายวุฒิชัย สุนทรนนท์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
และให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนนายวุฒิชัย สุนทรนนท์ พิจารณาโทษตามฐานความผิดที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติ โดยไม่ต้องแต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวนอีก หากผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนหรือผู้ใดไม่ดำเนินการตามมาตรา 98 โดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายหรือกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ประกอบกับเพื่อให้สอดคล้องกับหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0804.3/ว 711 ลงวันที่ 7 เมษายน 2564 ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป
จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบว่าระยะทางที่ขับขี่ หรือเลขไมล์ที่ใช้งานอยู่ที่ 521,878 กิโลเมตร และมีการเบิกค่าน้ำมันจากทางราชการเป็นความเสียหายทั้งหมด 965,189 บาท
อย่างไรก็ดี การไต่สวนคดีอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
เซ่นรถหลวงอีกราย! คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูล 'วุฒิชัย สุนทรนนท์' นายกเทศมนตรีย่านตาขาว นักการเมืองคนดังเมืองตรัง ใช้ “ฟอร์จูนเนอร์หลวง" เสมือนรถยนต์ส่วนตัว ขับกลับบ้าน ไปบ่อนไก่ชนเป็นธุรกิจส่วนตัว ยาวนานนับ 16 ปี เลขไมล์ 5 แสนกิโลเมตร เบิกค่าน้ำมันอีกกว่า 9 แสน
ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม 2565
ข่าวเกี่ยวข้อง
ป.ป.ช.ตีตกคดี อดีต รองปลัดฯ สธ.-พวก ใช้รถส่วนกลางมิชอบ
หลังพิจารณารายงานสำนวนไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่ากระทําความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มีมูล ให้ตกไป ขณะที่นายนิทัศน์ แม้จะมีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง แต่เกษียณอายุราชการเกินกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันแล้ว สิทธิดําเนินการทางวินัยกับนายนิทัศน์ ย่อมระงับไป ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากค่าทางด่วน 1,570 บาท พร้อมดอกเบี้ยด้วย
สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ากระทำผิดโดยสรุป เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้กำกับดูแลสถาบันพระบรมราชชนก มีอำนาจหน้าที่ปกครองบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของสถาบันพระบรมราชชนก รวมทั้งปกครองบังคับบัญชาผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการและผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 หัวหน้างานยานพาหนะ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาตให้ใช้รถส่วนกลางของสถาบันพระบรมราชชนกโดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้ให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 หัวหน้างานยานพาหนะ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสถาบันพระบรมราชชนกเป็นผู้เขียนใบขออนุญาตใช้รถส่วนกลางของสถาบันพระบรมราชชนก โดยมีผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการเป็นผู้อนุญาตให้ใช้รถส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ฮธ 267 กรุงเทพมหานคร หมายเลขทะเบียน กต 3290 อุดรธานี หมายเลขทะเบียน นข 3537 ขอนแก่น หมายเลขทะเบียน ฮธ 266 กรุงเทพมหานคร หมายเลขทะเบียน นค 7108 ชลบุรี หมายเลขทะเบียน ฮจ 7025 กรุงเทพมหานคร เพื่อรับ - ส่ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ไปปฏิบัติภารกิจตามสถานที่ต่าง ๆ นับตั้งแต่ที่ได้รับมอบรถส่วนกลางหมายเลขทะเบียน กต 3290 อุดรธานี จากโรงพยาบาลอุดรธานี ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2555 จนกระทั่งสถาบันพระบรมราชชนก ส่งมอบรถส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน กต 3290 อุดรธานี ให้แก่สำนักตรวจและประเมินผล ในวันที่ 25 ธันวาคม 2555 จำนวน 26 ครั้ง รวมเป็นเงิน 15,295 บาท ซึ่งแบ่งออกเป็นค่าผ่านทางพิเศษ จำนวน 2,845 บาท และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 12,450 บาท
ทั้งที่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้มีบันทึกข้อความ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ สธ 0201.014/10 ลงวันที่ 16 มกราคม 2555 นำเรียน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขออนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งประจำปีงบประมาณ 2555 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไป ในอัตราค่าตอบแทน 31,800 บาท/คน/เดือน (1 ตุลาคม 2554 - 30 กันยายน 2555 รวมเป็นเงิน 381,600 บาท) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงไม่มีสิทธินำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้อีก อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่เงินหรือทรัพย์สินของสถาบันพระบรมราชชนก สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นเงินจำนวน 15,295 บาท
ผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. สรุปข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวน ดังนี้
1. จากการไต่สวนข้อกล่าวหายังฟังไม่ได้ว่า การกระทำของนายนิทัศน์ รายยวา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นางสุพรรณ กาญจนเจตนี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนางสุกัญญา แสงรุ่งเรือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
2. การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละเว้นการกระทำหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 82 หรือฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 83 อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบข้อ 23 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณากรณีดังกล่าวแล้วว่าไม่มีอำนาจดำเนินการทางวินัยกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ต่อไปได้ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้เกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 และนับจากวันเกษียณอายุราชการเกินกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันแล้ว ปลัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา จึงไม่มีอำนาจดำเนินการทางวินัยกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เสมือนว่ายังมิได้ออกจากราชการได้ ตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น กรณีดังกล่าวจึงไม่สามารถดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ต่อไปได้เสมือนว่าผู้นั้นยังมิได้ออกจากราชการตามนัยมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
3. สำหรับความเสียหายในส่วนของค่าผ่านทางพิเศษที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ใช้รถส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ฮธ 267 กรุงเทพมหานคร หมายเลขทะเบียน นข 3537 ขอนแก่น หมายเลขทะเบียน ฮธ 266 กรุงเทพมหานคร หมายเลขทะเบียน นค 7108 ชลบุรี หมายเลขทะเบียน ฮจ 7025 กรุงเทพมหานคร รวมเป็นเงินจำนวน 1,570 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิด ซึ่งความเสียหายในส่วนนี้ยังไม่ระงับไป เห็นควรมีหนังสือแจ้งให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเบิกจ่ายค่าผ่านทางพิเศษ รวมเป็นเงินจำนวน 1,570 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดต่อไป
ผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 5 เสียง เห็นว่า จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่า นายนิทัศน์ รายยวา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้กระทําการอันมีมูลความผิดอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
แต่การกระทําของนายนิทัศน์รายยวา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 82 (2) ประกอบมาตรา 84 แต่ด้วยเหตุที่นายนิทัศน์ รายยวา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้เกษียณอายุราชการไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 และนับจากวันเกษียณอายุราชการเกินกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันแล้ว ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา จึงไม่มีอํานาจดําเนินการทางวินัย ดําเนินการสืบสวนหรือพิจารณากับนายนิทัศน์ รายยวา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เสมือนว่านายนิทัศน์ รายยวา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ยังมิได้ออกจากราชการได้ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 100 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น สิทธิดําเนินการทางวินัยกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ย่อมระงับไป ดังนั้น จึงไม่ต้องส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดําเนินการทางวินัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
การกระทําของนางสุพรรณ กาญจนเจตนี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนางสุกัญญา แสงรุ่งเรือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่จะฟังได้ว่า นางสุพรรณ กาญจนเจตนี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนางสุกัญญา แสงรุ่งเรือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้กระทําความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ทั้งนี้ เนื่องจากนายนิทัศน์ รายยวา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้เกษียณอายุราชการไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 จึงมิให้มีหนังสือแจ้งให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขดําเนินการให้นายนิทัศน์ รายยวา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเบิกจ่ายค่าผ่านทางพิเศษ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 เสียงเอกฉันท์ตีตกข้อกล่าวหา นายนิทัศน์ รายยวา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และพวก คือ นางสุพรรณ กาญจนเจตนี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ สถาบันพระบรมราชชนก นางสุกัญญา แสงรุ่งเรือง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน หัวหน้างานยานพาหนะ สถาบันพระบรมราชชนก นำรถส่วนกลางของสถาบันพระบรมราชชนกไปใช้โดยมิชอบ ทั้งที่ ได้เลือกรับเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งแล้ว จึงไม่มีสิทธินำรถส่วนกลางไปใช้อีก
แพร่มติ ป.ป.ช.เสียงเอกฉันท์ตีตกข้อกล่าวหา 'นิทัศน์ รายยวา' อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข-พวก คดีนำรถส่วนกลางสถาบันพระบรมราชชนกไปใช้โดยมิชอบ หลังพิจารณารายงานสำนวนไต่สวนเบื้องต้นไม่ปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอฟังได้ว่ากระทําความผิดทางอาญา ส่วนวินัยโดนชี้ไม่ร้ายแรง แต่รอดเนื่องจากเกษียณอายุราชการไปแล้ว ไม่ต้องชดใช้ค่าทางด่วน 1,570 บาท พร้อมดอกเบี้ยด้วย
ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567