
ความคืบหน้าล่าสุด กรณีนางสาวเพชรรัตน์ หรือ "ครูเพชร" ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่ออกมาแฉเรื่องของการทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน และการใช้เงินของโรงเรียนในทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งวันนี้หลังจากที่เข้าร้องต่อ ปปช.ภาค 5 แล้ว ตอนแรกจะไปร้องที่ ปปท.เชียงใหม่ต่อ แต่ก็ได้ยกเลิกไปเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการร้องที่ซ้ำซ้อนกับระหว่าง 2 หน่วยงาน ทั้งนี้ในส่วนของคู่กรณีก็ได้เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงดาวแล้ว รวมทั้งเด็กและผู้ปกครองก็ได้เข้าให้ปากคำเช่นกัน
และล่าสุดในส่วนเรื่องของการทำงาน ครูเพชร ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางนายเรืองยศ ปันศิริ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 ได้มีหนังสือคำสั่งออกมาให้ตนเองให้มาช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจนแล้วเสร็จ ซึ่งอาจจะเปิดช่องให้ตนเองสามารถย้ายออกจากพื้นที่ได้ ซึ่งในส่วนตัวแล้วมองว่าเหมือนกับตนเองถูกลงโทษให้ถูกย้ายออกจากพื้นที่ฝ่ายเดียว ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นผู้ออกมาเปิดเผยเรื่องของการกระทำผิด แต่ฝั่งคู่กรณีกลับยังได้ทำงานในที่เดิมเหมือนปกติไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ตามความเป็นธรรมแล้วก็ควรที่จะต้องย้ายคู่กรณีออกจากพื้นที่ด้วย จนกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจนแล้วเสร็จ จึงมองว่าการย้ายครั้งนี้ดูจะไม่เป็นธรรมกับตนเอง
ทั้งนี้ทีมข่าวได้สอบถามไปยัง นายเรืองยศ ปันศิริ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้ออกหนังสือคำสั่งให้ นางสาวเพชรรัตน์ หรือ "ครูเพชร" ได้มาช่วยราชการที่สำนักงานเขต 3 จริง แต่ให้มาช่วยราชการไม่ได้เป็นคำสั่งย้ายหรือเป็นบทลงโทษ แต่เป็นการช่วยเหลือให้เกิดความปลอดภัยกับครูเพชร เนื่องด้วยคู่กรณีมีการใช้ความรุนแรงเกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัยขึ้นได้ในพื้นที่ แต่ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือครูเพชร ต้องการที่จะย้ายไปทำงานในพื้นที่อื่นด้วยเหตุผลเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย
โดยในส่วนที่มีความผิดชัดเจนแล้วคือครูอัตราจ้างที่ก่อเหตุทำร้ายนักเรียนนั้น เป็นครูที่จ้างด้วยงบประมาณของโรงเรียน เป็นเงินของโรงเรียน แต่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 ก็มีอำนาจสั่งการให้ทางโรงเรียนได้เลิกจ้างแล้วในขณะนี้ รอเอกสารเลิกจ้างอย่างเป็นทางการจากโรงเรียนมา เนื่องจากมีความผิดร้ายแรงที่ชัดเจน ส่วนการดำเนินคดีหากเด็กนักเรียนและผู้ปกครองแจ้งความก็เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย ส่วน ผอ. และรอง ผอ. ที่ถูกร้องด้วยก็ต้องให้ความเป็นธรรมซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสอบสวนเรื่องนี้แล้ว หากผลการสอบสวนเป็นอย่างไรก็ต้องว่ากันไปตามความถูกต้องและตามขั้นตอน
"ครูเพชร" ที่ออกมาแฉพฤติกรรมไม่เหมาะสมของ ผอ.และครูร่วมโรงเรียน ล่าสุด ผู้อำนวยการเขตการศึกษาที่ 3 ได้ออกคำสั่งให้มาช่วยราชการที่เขต 3 แล้ว ส่วนครูที่ทำร้ายเด็กถูกเลิกจ้าง
ที่มา ; ONE31
เกี่ยวข้องกัน
นักเรียนไม่ทน! ครูด่ากราดหยาบคายเล่นถึงโคตรเหง้าเจออัดคลิปลงโซเชียล
นักเรียนมัธยมโรงเรียนดัง อ.ประโคนชัย บุรีรัมย์ นำคลิปเสียงครูด่านักเรียนขณะกำลังสอน ด้วยความเมามัน และเจ็บปวด นักเรียนยอมรับ ทนไม่ไหวต่อพฤติกรรมของครูหลายบทบาท ขณะ ผอ.โรงเรียนแจง เคยเตือนครูในที่ประชุมแล้ว ว่าให้ระวังการเรียนการสอนใจยุคนี้ หลังจากนี้คงต้องมีมาตรการมากกว่านี้
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นักเรียนโรงเรียนชื่อดัง อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้นำคลิปเสียงของครูผู้สอน มาเผยแพร่ทางโลกโซเชียล ซึ่งเป็นเสียงครูกำลังด่านักเรียนทั้งห้อง แต่เต็มไปด้วยคำหยาบคาย ทำให้ชาวเน็ต ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง บางคนไม่เชื่อว่าเป็นครู หรืออาจจะมีการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้น
จากการตรวจสอบ พบนักเรียนชั้นระดับมัธยม ของโรงเรียน ต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เป็นเรื่องจริง” นอกจากจะด่าเด็กสารพัดแล้ว ยังด่าถึงโครตเหง้า ทำให้นักเรียนหลายคนต่างไม่พอใจ บางคนไม่อยากจะเรียนกับครูท่านนี้เพราะเกรงว่าจะเป็นเหยื่อปากของครู
สอบถามนายวัชราบูรณ์ บุญชู ผอ.โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม ได้รับคำตอบว่า ได้ยินเสียงรู้ทันทีว่าเป็นครูท่านไหน เป็นครูที่เพิ่งย้ายมาจากจังหวัดสระแก้ว สิ่งที่ตนยังแปลกใจคือ การประชุมคณะครูทุกครั้ง มักจะเตือนอยู่เสมอถึงการทำหน้าที่ครู ซึ่งต้องทำด้วยความเหมาะสม เพราะการเรียนการสอนปัจจุบันมันเปลี่ยนไป ความรุนแรงต่างๆ ไม่สามารถสื่อออกไปให้เด็กได้รับรู้ หรือเป็นแบบอย่างให้กับเด็ก โดยเฉพาะโลกโซเชียลทุกวันนี้มันเร็วทันใจ ยอมรับในความผิด หลังจากนี้คงจะมีมาตรการและบทลงโทษที่ชัดเจนกว่านี้ และจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาดในโรงเรียน
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 3 มิถุนายน 2566
ข่าวเกี่ยวกัน
‘ตรีนุช’ สั่ง ตรวจสอบข้อเท็จจริง ม.3 โดดเสาสัญญาณดับ หากพบครูทำเกินเหตุ มีโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาด
กรณี น.ร.กระโดดเสาสัญญาณเสียชีวิตเมื่อกลางดึกวันที่ 6 มิ.ย. เช้าวันถัดมา มีคนพบสภาพร่างกายอยู่ในชุดพละ ร.ร. แห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พ่อผู้เสียชีวิตระบุว่า ลูกถูกกดดันจากครูสั่งให้แก้ทรงผมถึง 3 รอบ หากไม่แก้ทรงผมก็ต้องย้าย ร.ร. นั้น
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งนี้ ศธ.เน้นในเรื่องของความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยเน้นย้ำให้ครูดูแลเด็กด้วยความเหมาะสม แม้จะมีการทำผิดระเบียบไปบ้าง แต่ก็จะได้ไม่ใช้ความรุนแรงกับเด็ก กรณีที่ครูทำเกินกว่าเหตุ ก็จะมีการลงโทษทางวินัยอย่างสูงสุดแน่นอน
“อยากให้สบายใจ หากเรื่องนี้เป็นกรณีที่ครูทำเกินกว่าเหตุจริง ๆ ศธ. จะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ศธ. ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องทรงผมนักเรียนซึ่งที่ผ่านมาได้ออกระเบียบปลดล็อกเรื่องดังกล่าว โดยกระจายอำนาจให้โรงเรียน กรรมการสถานศึกษา และนักเรียนสามารถกำหนดทรงผมของโรงเรียนได้ เพื่อให้การดำเนินการมีความยืดหยุ่น
อย่างไรก็ตาม เรื่องสำคัญ ที่เป็นห่วงขณะนี้คือความรู้สึกของคนในครอบครัว จึงได้ประสานกรมสุขภาพจิต เพื่อให้เข้าไปดูแลสภาพจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย และเด็กๆ ที่อยู่ในโรงเรียน กรณีนี้คงต้องเห็นใจทุกฝ่าย รวมถึงครูผู้สอนที่ทำหน้าที่หนักอย่างมาก เรื่องของความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กเกิดขึ้นได้ในทุกมิติ ทั้งโซเชียล เกม สภาพแวดล้อม เพราะฉะนั้น นอกจากครูแล้ว ครอบครัวก็มีส่วนสำคัญในการดูแลเด็กซึ่งทุกฝ่ายต้องทำงาน เพื่อดูแลสภาพจิตใจของเด็ก” น.ส.ตรีนุช กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 9 มิถุนายน 2566
เกี่ยวข้องกัน
ครูยอมรับอารมณ์ชั่ววูบ ถีบเด็ก ม.3 เผยปรับความเข้าใจกันแล้ว ผู้ปกครองไม่เอาเรื่อง
จากกรณีเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6 เผยคลิปที่ปรากฏครูชายรายหนึ่งถีบเด็กนักเรียนชาย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการถีบเล่น หรือถีบจริงจัง รวมทั้งเสียงที่บอกว่า “อย่ามาเล่น” หมายความว่าอะไร อยากรู้ต้นสายปลายเหตุนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ โรงเรียนสุวรรณภูมิวิทยาลัย อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ปรากฏว่ามีคนมากันหน้าประตูเข้าโรงเรียน แจ้งว่าผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพด้านใน อีกทั้ง ผอ.ไม่อยู่โรงเรียน กลับออกไปตั้งแต่บ่าย 2 แล้ว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตรงป้อมยามบอกว่า ผอ.รับทราบเหตุการณ์ในคลิปแล้วและสั่งห้ามเข้าไป ส่วนครูคนอื่นก็ไม่อนุญาตให้ตอบ ต้องรอคำชี้แจงจาก ผอ.เท่านั้น
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านนักเรียนชายที่ถูกครูถีบ พบกับ ผู้ปกครอง อายุ 48 ปี ได้รับการเปิดเผยว่า ลูกชายเรียนอยู่ชั้น ม.3 มาเล่าให้ฟังเมื่อวานนี้ว่าถูกครูที่โรงเรียนถีบ ตนก็พูดไปว่าดื้อมากครูจึงถีบหรือไม่ โดยเป็นการพูดเล่นกับลูกไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง ยอมรับว่าลูกเป็นคนดื้อตามประสาเด็กผู้ชายในวัยนี้ แต่พอเห็นคลิปก็รับไม่ได้ คิดว่าโรงเรียนจะเป็นสถานที่ปลอดภัย แต่ลูกกลับถูกครูทำร้ายเสียเอง
ผู้ปกครองกล่าวอีกว่า ลูกชายถูกถีบโดนแขน แต่ไม่แรง ปกติแล้วมักจะได้ยินจากนักเรียนคนอื่นๆ หรือนักเรียนที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันนี้ว่าคุณครูเป็นคนปากร้าย ชอบด่านักเรียนอยู่บ่อยๆ แต่เบื้องต้นไม่ติดใจเอาความอะไร ได้พูดคุยกับโรงเรียนและครูฝ่ายปกครองแล้วว่าขอให้คุณครูคนนั้นปรับปรุงตัว อย่าทำเหตุการณ์เช่นนี้กับลูกของตน หรือนักเรียนคนอื่นๆ อีก เพราะเท่าที่ทราบจากนักเรียนในหมู่บ้านที่เรียนอยู่โรงเรียนนี้ก็ทราบว่าครูคนนี้ชอบดุด่านักเรียน บางครั้งก็ใช้คำหยาบคายด้วย
เมื่อเดินทางไปที่บ้าน ครูผู้ก่อเหตุ อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคาบที่ตัวเองสอนอยู่ในห้อง แต่มีเด็กกลุ่มหนึ่งไม่เข้าเรียน ออกมานั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าห้อง พอสอนเสร็จเดินออกมาก็ถามนักเรียนว่าทำไมจึงไม่เข้าห้องเรียน แต่ถูกนักเรียนพูดคล้ายกับล้อเลียนจนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ
ครูบอกอีกว่า ถ้าดูคลิปจบทั้งหมดจะเห็นว่าหลังจากนั้นตนและนักเรียนก็นั่งปรับความเข้าใจกัน นักเรียนก็ยอมรับผิด ตนก็ยอมรับผิด ต่างฝ่ายต่างขอโทษกัน จับมือกันในวันนั้นเลย วันนี้นักเรียนคนดังกล่าวก็มาเรียนตามปกติ เพียงแต่ในวันเกิดเหตุมีคนแอบถ่ายคลิปแล้วนำไปโพสต์ แต่โพสต์ไม่ครบทั้งหมดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ครูกล่าวว่า ยอมรับว่าช่วงนี้มีหลายเรื่องที่ครุ่นคิดจนเครียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอนสัปดาห์ละ 28 ชั่วโมง มีเวลาพักสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ไหนจะงานอื่นอีก รวมทั้งเรื่องในครอบครัว และที่สำคัญเรื่องบิดาเสียชีวิตที่ต่างประเทศเมื่อ 2 เดือนก่อนก็ไม่ได้ไปจัดการเรื่องงานศพ เพราะไม่มีเงิน ต่อไปคงต้องระมัดระวังให้มากขึ้น
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 22 มิถุนายน 2566
เกี่ยวข้องกัน
วิโรจน์ ย้ำ ‘ครู’ ใช้ความรุนแรงกับนักเรียนไม่ได้ ศธ.อย่านิ่ง ฟันโทษให้ได้สัดส่วนกับเรื่องที่ก่อ
จากกรณีที่เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6 ตั้งคำถามถึงการกระทำของครูรายหนึ่งใช้เท้าถีบนักเรียนชายว่าต้นสายปลายเหตุเป็นอย่างไร กระทั่งครูชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคาบที่ตัวเองสอนอยู่ในห้อง แต่มีเด็กกลุ่มหนึ่งไม่เข้าเรียน เมื่อสอนเสร็จได้ถามนักเรียนว่าทำไมไม่เข้าห้องเรียน แต่ถูกนักเรียนพูดคล้ายกับล้อเลียนจนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ทั้งนี้ หากดูคลิปจบทั้งหมดจะเห็นว่าหลังจากนั้นตนและนักเรียนนั่งปรับความเข้าใจกัน ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันแล้ว
ขณะที่ผู้ปกครองเด็กไม่ติดใจเอาความ แต่ขอให้ครูปรับปรุงตัว อย่าทำเหตุการณ์เช่นนี้กับลูกของตน หรือนักเรียนคนอื่นๆ อีก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ว่าเป็นครูจะถีบ หรือใช้ความรุนแรงกับเด็กไม่ได้ แม้ว่าผู้ปกครองจะไม่เอาเรื่อง แต่กระทรวงศึกษาธิการจะนิ่งเฉยไม่ได้ หากไม่ลงโทษให้ได้สัดส่วนกับความผิดที่ก่อ เหตุการณ์แบบนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่จบไม่สิ้น
นอกจากนี้ นายวิโรจน์ยังแสดงความเห็นที่มีผู้ระบุว่า “ผู้ปครองส่วนใหญ่ไม่อยากเอาเรื่อง เพราะไม่อยากมีปัญหากับครูและโรงเรียน” ความว่า พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่กล้าเอาเรื่องกับครูที่ใช้ความรุนแรงกับเด็ก เพราะกลัวว่าลูกจะถูกกลั่นแกล้งจากครูบางคนที่โรงเรียน
ดังนั้น ไม่ว่าพ่อแม่จะเอาเรื่อง หรือไม่เอาเรื่อง กระทรวงศึกษาธิการ โดยเลขาฯ กพฐ. ก็ต้องดำเนินการ จะละเว้น หรือนิ่งเฉย ไม่ได้
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 22 มิถุนายน 2566
เกี่ยวข้องกัน
กทม.เตรียมสางปม ‘ครูโหด ร.ร.ดัง’ ใช้แฟ้มฟาดหัวเด็ก ไลฟ์ใส่ร้ายเจ้าอาวาส ทำชาวบ้านฉุน ลุกฮือไล่
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม เขตคลองสาน เพื่อรับทราบปัญหากรณีผู้ปกครองพร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 100 คน จาก 20 ชุมชนย่านคลองสาน รวมตัวกันตั้งแต่เวลา 10.30 น. เพื่อขับไล่ครูสอนสังคมโรงเรียนดังกล่าว ที่มีพฤติกรรมรุนแรง “ดุด่า-แฟ้มตีหัวเด็ก-ไลฟ์สดกล่าวหาเจ้าอาวาส” จนตำรวจต้องเข้าควบคุมสถานการณ์
ล่าสุด นางวันทนีย์เปิดเผยเบื้องต้นว่า ที่ผ่านมาทางเจ้าอาวาสวัดสุทธารามได้ให้ความเมตตา สนับสนุนสงเคราะห์กับทางโรงเรียนมาโดยตลอด ประเด็นที่เกิดขึ้นมาอาจทำให้เกิดความไม่สบายใจกับประชาชนในชุมชน จนทำให้ผู้นำชุมชนในละแวกดังกล่าว กว่า 20 ชุมชน รวมตัวกันลงชื่อเพื่อประสานขอพบผู้บริหารกรุงเทพมหานครเพื่อขอแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งผู้บริหารกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้ประสานงานกับสำนักการศึกษาและสำนักงานเขตคลองสาน ให้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนในชุมชนเพื่อหาข้อสรุปที่จะให้ความเป็นธรรม และเกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกฝ่าย
ขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยมีคณะกรรมการจากสำนักงานเขตคลองสานและทางโรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม เพื่อให้ได้รับทราบข้อเท็จจริง ทางออกของการการแก้ปัญหา พร้อมสรุปผลให้คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกันโดยเร็วที่สุดต่อไป
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเกิดจากการที่ประชาชนกว่า 20 ชุมชน ร้องเรียนครูสอนวิชาสังคมศึกษา โรงเรียนวัดสุทธาราม สังกัดกรุงเทพมหานคร หลังมีพฤติกรรมกระทำรุนแรงต่อเด็ก โดยการดุด่าเกินความเหมาะสม ใช้แฟ้มเอกสารตีศีรษะเด็กจนหัวแตก LIVE กล่าวหาจาบจ้วงเจ้าอาวาสเรื่องเงิน และมีการแจ้งข้อมูลเท็จผ่าน Traffy Fondue กทม.เพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้กับทางโรงเรียน โดยเบื้องต้นทางผู้ปกครอง และชาวบ้าน ต้องการให้ครูคนดังกล่าวหยุดการเรียนการสอนพร้อมกับย้ายออกจากโรงเรียน
กทม.เตรียมสางปม ‘ครูโหด รร.ดัง’ ย่านคลองสาน ใช้แฟ้มฟาดหัวเด็ก-ไลฟ์ใส่ร้ายเจ้าอาวาส-แจ้งข้อมูลเท็จ ทำชาวบ้านนับ 100 ฮือไล่
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 28 มิถุนายน 2566
ข่าวเกี่ยวข้อง
สั่งย้ายครูสาว ตีหลังเด็ก 5 ขวบจนบวมเขียวเข้ากรุ พ่อเด็กแจ้งความเอาผิดแล้ว
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีผู้ปกครอง ร้องครูสาวโรงเรียนวัดคลองใหญ่ ตีลูกชาย วัย 5 ขวบ ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 3 จนแผ่นหลังช้ำบวมเขียว ล่าสุด นายธนพงศ์พันธ์ ฤทธิชนะสิทธิ์ อายุ 38 ปี พ่อเด็กได้เดินทางไปเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ ป่าพะยอม เพื่อดำเนินคดีกับนางสาวศิรินทิพย์ เพ็งสง อายุ 33 ปี หรือครูทราย ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ในขณะที่ น.ส.จิตรลดา ทองคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) พัทลุงเขต 1 เดินทางไปยังโรงเรียนวัดคลองใหญ่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมประชุมหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกับทางโรงเรียน โดยมีตัวแทนของทางอำเภอป่าพะยอม และ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานบ้านพักเด็กและเยาวชนข้าร่วมในการประชุมร่วมแก้ปัญหาในกรณีดังกล่าว ทั้งนี้จากการสอบถามเพื่อนครูในโรงเรียนเบื้องต้น พบว่า ครูทราย ไม่ได้มาโรงเรียน เธอได้ลากิจตั้งแต่วันหลังเกิดเหตุ
น.ส.จิตรลดา กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังได้รับรายงานจาก ทางโรงเรียน ก็ได้มีการสั่งย้ายครู สาว คนดังกล่าวไปช่วยราชการที่เขตพื้นที่ฯ เพื่อลดความขัดแย้ง และความกังวลของผู้ปกครอง และนักเรียนคนอื่นๆในโรงเรียน สำหรับเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว ในความเป็นจริงแล้วทาง สนง.เขตพื้นที่ได้มีการเน้นย้ำไปยังโรงเรียนในสังกัด ไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับเด็กอยู่แล้ว ในส่วนกรณีดังกล่าว ทางสำนักงานเขตได้มีการสอบสวนเรื่องวินัยกับครูสาวคนก่อเหตุด้วย ส่วนเรื่องคดีที่ผู้ปกครองของเด็กประสงค์เข้าแจ้งความดำเนินคดีก็เป็นสิทธิ์ของทางครอบครัว ในขณะล่าสุดบ้านเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง ได้ส่งนักจิตวิทยาข้าไปพูดคุยดูแลสภาพจิตของน้องพีทแล้วทั้งนี้เพื่อประเมินอาการความกังวลของน้องพีทในเบื้องต้น หากน้องมีอาการน่าเป็นห่วงก็จะส่งเข้ารับการฟื้นฟูสภาพจิตใจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงต่อไป
ด้าน นายภัสกร นุ่นปาน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคลองใหญ่ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ทางโรงเรียนได้ตั้งกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อ สอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมมีการประชุมครูภายในโรงเรียนเพื่อเน้นย้ำไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก และหลังจากนี้ทางโรงเรียนจะได้ลงไปเยี่ยมบ้านเด็กนักเรียนเพื่อทำความเข้าใจและแสดงความขอโทษกับผู้ปกครองของเด็กอีกครั้งในส่วนของสภาพจิตใจของเด็กทางโรงเรียนได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ บ้านพักเด็กและเยาวชนเข้าดูแลสภาพจิตใจของเด็กอีกครั้ง
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 29 มิถุนายน 2566
เกี่ยวข้องกัน
เพจดัง ร้องครูร.ร.ในระยอง ทำโทษโหด สั่งวิ่ง-นั่งตากแดด จนกว่าจะพอใจ น.ร.แทบไม่ได้กินข้าว
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ทวิตเตอร์ “นักเรียนเลว” ได้เผยแพร่ข้อความกรณี ครูทำโทษโหด วิ่ง-นั่งตากแดด 3 เวลา จนกว่าจะพอใจ จน นร. แทบไม่ได้กินข้าว โดยระบุว่า ร.ร. แห่งหนึ่งใน อ. เมืองระยอง จ. ระยอง พบครูพละทำโทษ นร. สั่งให้วิ่ง-วิดพื้นท่าเตรียม-นั่งตากแดดจนกว่าครูจะพอใจ โดยเรียก นร. มาทำโทษ 3 เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น พร้อมอบรมสั่งสอน จนเด็กแทบไม่มีเวลากินข้าว-พักผ่อน อ้างเหตุการลงโทษเพราะเด็กไปเที่ยวบ้านเพื่อนดึก-มาสาย-แต่งกายผิดระเบียบ
เมื่อวาน (7 ก.ค.) ผู้ร้องเรียนระบุว่า ช่วงเช้าหลังเลิกแถว ครูผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นครูประจำชั้น ได้เรียกตนและเพื่อนไปพบที่โดมกีฬาเพื่ออบรม เนื่องจากหลายคนทำผิดระเบียบแต่งกาย บ้างมา ร.ร. สาย บ้างได้รับร้องเรียนมาว่าไปเที่ยวบ้านเพื่อนจนดึก บ้างโดดเวรทำความสะอาด จากนั้นจึงถูกสั่งให้วิดพื้นท่าเตรียม ก่อนจะปล่อยให้ขึ้นไปเรียน ซึ่งครูได้กำชับให้มาพบอีกในเวลาเที่ยง
ในเวลาเที่ยง นร. กลุ่มดังกล่าวได้ทานข้าวเพียง 25 นาที จากเวลาพักทั้งหมด 50 นาที เพื่อไปให้ครูอบรมสั่งสอน และสั่งทำโทษโดยการนั่งตากแดด วิ่งรอบศาลาจนกว่าครูจะพอใจ จนหมดเวลาพักกินข้าว
หลังเลิกเรียน นร. กลุ่มนี้ต้องไปพบครูอีกครั้ง เพื่อรับการอบรมครั้งสุดท้าย โดยครูสั่งให้นั่งตากแดดราว 30 นาที และวิดพื้นท่าเตรียมอีกราว 15 นาที จากนั้นจึงปล่อยกลับบ้าน และกำชับว่าหากฝ่าฝืนหรือทำผิดอีกจะอบรมให้หนักกว่านี้
ผู้ร้องเรียนเผยว่า พวกตนรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก ทั้งที่ก็เหนื่อยกับการเรียนอยู่แล้ว ยังต้องมาเจอกับการลงโทษที่ไม่สมเหตุสมผลนี้อีก บางคนแทบไม่ได้กินข้าวเที่ยง และไม่ได้มีเวลาพักผ่อน พร้อมระบุว่า พวกตนยอมรับว่าทำผิดจริง แต่อยากให้ครูแค่ตักเตือนก็พอ เพราะเมื่อรู้ว่าผิด ก็ยอมรับที่จะปรับปรุงตัวอยู่แล้ว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 8 กรกฎาคม 2566
ข่าวเกี่ยวกัน
โรงเรียน จ.ร้อยเอ็ด แจงไม่เคยปิดข่าวครูมีเซ็กซ์กับนักเรียน เพิ่งรู้ตอนมีคนโพสต์ ยืนยันทั้งคู่ลาออกเองไม่ได้ไล่ โต้ปมทำเพื่อแลกเกรด
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง โรงเรียนมัธยมชื่อดังใน อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เพื่อตามข่าวที่แชร์กันทางโซเชียลกรณี นายธนพล ครูรายหนึ่ง มีเพศสัมพันธ์กับ นักเรียนหญิง ม.2 เพื่อแลกเกรด
จากการสอบถาม นักเรียนโรงเรียนดังกล่าว เล่าว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนจริง พฤติกรรมนี้ของครูไม่ได้เกิดขึ้นกับนักเรียนรายดังกล่าวเพียงคนเดียว ยังมีอีกหลายคน โดยไม่เลือกสถานที่ ปัจจุบันทั้งครูและนักเรียนในข่าวไม่อยู่ในโรงเรียนแล้ว โดยครูขอลาออก และนักเรียนคู่กรณีย้ายออกไปจากโรงเรียนในเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อกลางเดือนที่แล้ว
เมื่อขอเข้าพบ ผู้อำนวยการ (ผอ.) โรงเรียน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่ไม่พบเนื่องจากไปราชการ มีเพียง นายเอนก รอง ผอ. ทั้งนี้ นายเอนกยอมรับว่า มีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ครูดังกล่าวชื่อ นายธนพล เป็นครูอัตราจ้าง กินเงินเดือนเดือนละ 18,720 บาท ทำงานได้ประมาณ 1 ปีแล้ว โดยที่ไม่มีใครทราบพฤติกรรมชู้สาวกับนักเรียน เพิ่งรู้ตอนเป็นข่าว ซึ่งเกิดกลางเดือนที่แล้ว
นายเอนกกล่าวว่า หลังเกิดเรื่องไม่กี่วัน โรงเรียนตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทันที หลังจากนั้นนายธนพลก็ยื่นลาออกปลายเดือนมิถุนายน ต่อมาแม่ของนักเรียนชั้น ม.2 ซึ่งเป็นคู่กรณีก็พาเด็กมาลาออก ทราบว่าไปอยู่กับพ่อที่ จ.อุดรธานี เพื่อเรียนต่อ สรุปว่าตอนนี้ครูและนักเรียนในข่าวไม่อยู่ที่โรงเรียนแล้ว ทั้งนี้ หลังนายธนพลออกไป การตั้งกรรมการสอบจึงจบลง และไม่มีการสอบสวนอะไรต่อ รู้สึกช็อกที่ 2-3 วันก่อนมีการแชร์ข่าวเรื่องนี้อีก ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเรื่องนี้ถึงเป็นข่าวขึ้น ทั้งๆ ที่หลังจากนั้นผู้เกี่ยวข้องทั้งคู่ก็ไม่อยู่ในโรงเรียนแล้ว
นายเอนกกล่าวว่า จากการพยายามค้นหาเพิ่งพบว่านายธนพลสอบบรรจุครูผู้ช่วยได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่เขต 2 จ.ปราจีนบุรี แล้ว จากนั้นจึงเกิดการโพสต์เรื่องราวนี้ เป็นไปได้ว่าอาจมีคนรู้พฤติกรรมนายธนพลระหว่างอยู่โรงเรียนเราจึงเจตนาโพสต์เพื่อไม่อยากให้เป็นครู และห่วงว่าจะไปทำกับนักเรียนคนอื่นที่ปราจีนบุรีอีกหรือไม่
“อยากจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับทางโรงเรียนอีก การคัดค้านการเป็นครู หรืออะไรก็แล้วแต่น่าจะใช้วิธีการที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ใช้วิธีการแบบนี้ สร้างความเสื่อมเสียให้กับโรงเรียน หากจะคัดค้านเขาก็ควรจะเอาเรื่องไปร้องเรียนที่ จ.ปราจีนบุรี น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า” นายเอนกระบุ
กรณีกล่าวหาว่าโรงเรียนปกปิดความจริง หรือไล่ครูและนักเรียนออกนั้น รอง ผอ.กล่าวว่า ไม่ได้เป็นจริงตามนั้น ยืนยันว่าไม่มีการปกปิดข้อเท็จจริงเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในโรงเรียน เพิ่งทราบตอนที่มีคนโพสต์ ยืนยันว่าโรงเรียนไม่ได้ไล่ทั้งคู่ออกเพื่อหนีความจริง แต่ทั้งคู่ล้วนสมัครใจลาออกไปเอง อยากให้ทราบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับโรงเรียนบ้าง
กรณีเซ็กซ์แลกเกรด รอง ผอ.กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่จริง เพราะปีการศึกษานี้ยังไม่มีการคัดเกรด จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่หากเป็นก่อนหน้านั้นตนไม่ทราบและไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะไม่เคยมีเบาะแสเรื่องเช่นนี้มาก่อน โรงเรียนตั้งมากว่า 55 ปี ยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 26 กรกฎาคม 2566
เกี่ยวข้องกัน
น.ร.สอบตกยกชั้น ครูหวดไม้เรียวลงโทษ ใครไม่ยอม ไม่ได้สอบซ่อม
“เมื่อวานซืน (25 กรกฎาคม) พบครูสั่งนักเรียนนอนลงบนโต๊ะ และใช้ไม้เรียวหวดซ้ำ กลางชั้นเรียนวิชาภาษาไทย ใน ร.ร. แห่งหนึ่ง ในเขตสาทร กทม. เหตุ น.ร. สอบตกยกชั้น มีเพียงคนเดียวที่ผ่าน ด้านผู้ปกครอง ยื่นร้องต่อ ผอ. ล่าสุดยังอยู่ในขั้นสอบสวน
ผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ลงโทษดังกล่าวสร้างความสะเทือนขวัญอย่างมาก นักเรียนที่สอบตกถูกสั่งนอนคว่ำบนโต๊ะเรียน และถูกตีด้วยไม้เรียว 4 – 5 ครั้ง จนเป็นรอยแดง ปวด จนตอนนี้ยังไม่หายดี นอนทับแผลแล้วรู้สึกเจ็บ
ขณะที่เพื่อนรอบข้างไม่เห็นด้วยต่อการกระทำดังกล่าว ก่อนที่ครูจะลงโทษ ได้ขอให้ทำโทษด้วยวิธีการอื่นแทน เช่น ลุก-นั่ง สควอตจัมพ์ เป็นต้น แต่ครูขู่ หากไม่ให้ตีจะไม่ให้สอบซ่อม ทุกคนจึงต้องยอมถูกตี
ด้านผู้ปกครองได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเริ่มมีการรวมกลุ่มเพื่อหารือถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุดยังอยู่ในชั้นกรรมการสอบสวน และยังไม่ได้มีความคืบหน้าใด ๆ เพิ่มเติมจากทั้งทางโรงเรียนและครูผู้ก่อเหตุ
อย่างไรก็ดี ศธ. ได้นำการลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีออกไปตั้งแต่ปี 2543 เและ ระเบียบว่าด้วยเรื่องการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาปี 2548 ได้กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจนว่ามีเพียง 1.ว่ากล่าวตักเตือน 2. ทำทัณฑ์บน 3.ตัดคะแนนความประพฤติ 4.ทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรม หากมีการลงโทษนอกเหนือจากนี้ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและสามารถถูกสั่งฟ้องคดีได้เช่นกัน”
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 27 กรกฎาคม 2566
ข่าวเกี่ยวกัน
3 ครู ใช้ไม้เรียว ฟาดเด็ก 9 ขวบ จนก้นเขียว
“เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเพจได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง โอดลูกชาย 9 ขวบโดนครูตีก้นด้วยไม้ไผ่หนา 3 นิ้ว เหตุส่งการบ้านไม่ทัน ชี้ถูกตีซ้ำต่อกัน 3 วัน จากครู 3 คน จนมีอาการฟกเขียว นอนไม่ได้ ต้องนั่งยองกินข้าว โร่แจ้งความ กลับถูก ผอ. โทรถามว่าอยากได้เงินเหรอ?
วันที่ 12-14 กันยายนที่ผ่านมา ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เกิดเหตุครูลงโทษนักเรียน 9 ขวบ เหตุส่งการบ้านไม่ทัน ทางผู้ปกครองชี้แจงว่า ลูกชายพยายามไล่ทำการบ้านส่งครูทีละวิชา แต่กลับถูกจี้ตามส่งมาเรื่อยๆ จนงานทับถมกัน ไม่ทันที่จะได้ส่งงานให้ครูคนแรก คนที่สองก็ตามงาน ทำให้ถูกลงโทษซ้ำซ้อนด้วยการตีด้วยไม้ไผ่ หนา 3-4 นิ้ว ติดต่อกัน 3 วัน จนมีแผลฟกเขียว
ผู้เป็นพ่อต้องซื้อยาแก้ปวด รักษาตามอาการ ด้านนักเรียนนอนหงายไม่ได้ และต้องนั่งยองกินข้าว ท้วงถามว่าครูทำแบบนี้ถูกต้องแล้วหรือ ส่วนทางแม่ได้เดินทางไป ร.ร. คุยกับ ผอ. มีการต่อเถียงเกิดขึ้น สุดท้าย ร.ร. ย้ำชัดว่าตนไม่ผิด จึงได้ตัดสินใจไปแจ้งความ
ต่อมาถูก ผอ. โทรกลับมาแล้วถามว่า ที่แจ้งความนั้นอยากได้เงินเหรอ? ทางพ่อย้ำชัดว่าไม่อยากได้เงิน แต่สงสัยว่าพวกคุณเป็นครูแบบไหน ถึงตีเด็กขนาดนี้ การลงโทษที่เหมาะสมมีมากมาย แต่ทำไมต้องทำร้ายเด็กให้เจ็บปวดขนาดนี้ด้วย ถามกลับว่าถ้าเป็นลูกครูเอง ครูยอมไหม ทางครูก็ตอบว่าไม่ยอม
“ผมต้องการความเป็นธรรม ว่าการศึกษาเดี๋ยวนี้เขาตีเด็กได้ขนาดนี้เลยรึครับ แล้วไม่ไช่ตีแค่คนเดียว มีเด็กหลายคนที่โดนแบบนี้ แต่เขาเงียบเฉย แต่ตัวผมเองไม่อยู่เฉยแน่นอน ผมแค่ต้องการความเป็นธรรม เด็กที่โดนตีก็ไม่อยากไปเรียน ไม่เข้าใจก็ไม่กล้าถามครู แล้วแบบนี้มันจะทำให้ลูกชายผมเรียนต่ำไปกว่าเดิมอีกแน่นอน ผมคิดว่าครูต้องได้รับโทษมากกว่าลูกชายผม ขอให้คุณได้ในสิ่งที่คุณทำเร็วๆ นี้” พ่อของนักเรียนระบุ
ล่าสุด ทางนักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อได้เดินทางเข้าเรียนที่ ร.ร.แห่งใหม่ เนื่องจากเวลาเห็นหน้าครูที่ก่อเหตุจะรู้สึกหวาดกลัวและวิ่งหนี ทำให้ไม่สามารถเรียน ณ ที่เดิมได้อย่างปกติสุข ขณะที่เรื่องได้ถึงมืออัยการ รอคำสั่งฟ้องต่อศาลในลำดับถัดไป แต่ทางโรงเรียนเดิมยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 21 กันยายน 2566
เกี่ยวข้องกัน
ผอ. แจงคลิป ครูแนะแนวตบ น.ร.จนหน้าหัน สั่งหยุดสอนชั่วคราว-ตั้งกรรมการสอบวินัยแล้ว
จากกรณีครู ร.ร.ดังย่านรามคำแหง ตบนักเรียนจนหน้าหัน แม้เด็กจะยกมือขอโทษ แต่ยังไม่หยุด กลับตบเด็กซ้ำอีกครั้ง สาเหตุอยากให้เรียก ‘แม่’ แต่เด็กตอบกลับมีแม่คนเดียวนั้น
เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายธัชพล ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นประเด็น ชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งช่วงนั้นตนไม่ได้มารับตำแหน่ง ทราบว่าได้ตั้งกรรมการสอบวินัยครูและให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวแล้ว
นายธัชพลกล่าวต่อว่า กระทั่งอาทิตย์ที่แล้ว ทางผู้ปกครองได้มาพบพูดคุยกับตน จึงเรียกมาพูดคุยกันทั้งสองฝ่ายเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เบื้องต้นจึงอยู่ระหว่างรอผลกรรมการสอบวินัยครู พร้อมให้ความมั่นใจว่า จะเร่งรัดผลสอบให้รวดเร็ว เพราะสังคมให้ความสนใจ จะไม่ช้าอย่างแน่นอน ส่วนรายละเอียดในเหตุการณ์ขอไม่พูดถึง
นายธัชพลกล่าวต่อว่า ส่วนบุคลิกของครูที่ตบเด็ก ผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่า ครูมีบุคลิกที่พูดตรง สำหรับสภาพจิตใจเด็กก็เริ่มดีขึ้น เพราะมีเพื่อนๆ ในชั้นเรียนคอยให้กำลังใจ
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 28 กันยายน 2566
เกี่ยวข้องกัน
รุนแรงไปไหม? ครู ร.ร.ดัง ตบนักเรียนจนหน้าหัน หลังเด็กไม่ยอมเรียก ‘แม่’ ขอโทษยังตบซ้ำ
กลายเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ทันที หลังผู้ใช้ทวิตเตอร์ (X) รายหนึ่ง โพสต์คลิป และข้อความระบุว่า
“หลานชายเราโดนครูตบหน้าอย่างแรง ด้วยเหตุผลที่ครูให้เรียกว่า แม่ แต่หลานตอบว่าผมมีแม่คนเดียว หลานได้ขอโทษแล้วครูยังตบซ้ำ มันเกินไปไหมคะ โรงเรียนสาธิตชื่อดังแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง”
ทั้งนี้ “มติชน” ได้รับการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้โพสต์คลิปว่า หลานชายของตนเรียนอยู่ชั้น ม.2 หลังจากที่เกิดเรื่อง โรงเรียนได้เรียกผู้ปกครองไปพูดคุยแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าเขาดำเนินการถึงไหนอย่างไร?
ในคลิป จะเห็นภาพนักเรียนชายคนหนึ่งถูกครูรายหนึ่งดึงแขนมาคุยในพื้นที่หนึ่งของโรงเรียน ซึ่งจากภาพจะเห็นว่าครูผู้หญิงรายนี้ได้พูดคุยอะไรบางอย่างกับนักเรียนก่อนที่จะ “ตบ” นักเรียนคนดังกล่าว จะหน้ากากอนามัยหลุด
หลังจากนักเรียนถูกตบแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่านักเรียนกลัวและเสียใจเหมือนจะร้องไห้ ก่อนที่จะยกมือไหว้ขอโทษครู และพยายามจะเดินหนี แต่ครูยังไม่ปล่อยให้นักเรียนไป ยังได้ดึงตัวเอาไว้ เพื่อพูดคุยต่อ ซึ่งขณะนั้นมีนักเรียนเดินผ่านไปมาด้วย
ก่อนที่ครูรายนี้จะ “ตบ” นักเรียนจนหน้าหันอีกครั้ง และมีครูรายอื่นเข้ามาห้าม ก่อนที่คลิปจะตัดจบไป
หลังจากที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ไป มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มองว่าครูทำรุนแรงเกินไป และไม่ควรที่กระทำรุนแรงกับเด็กแบบนี้
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 27 กันยายน 2566
เกี่ยวข้องกัน
ผอ.สาธิต รามฯ แจงคลิปครูตบเด็กของเก่า ชี้เคยเตือนแล้ว แต่ยังมีพฤติกรรมพูดไม่ดีกับน.ร.
จากกรณีครู ร.ร.ดังย่านรามคำแหง ตบนักเรียนจนหน้าหัน แม้เด็กจะยกมือขอโทษ แต่ยังไม่หยุด กลับตบเด็กซ้ำอีกครั้ง สาเหตุอยากให้เรียก ‘แม่’ แต่เด็กตอบกลับมีแม่คนเดียวนั้น
เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายธัชพล พลรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรามคำแหง ฝ่ายมัธยมศึกษา กล่าวว่า ครูรายดังกล่าว สอนวิชาแนะแนว ที่โรงเรียนสาธิต ม.ราม มานานกว่า 30 ปี โดยทางโรงเรียนได้ส่งข้อมูลทั้งหมด ให้กับ งานวินัย ของม.รามฯ เพื่อดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จริง ส่วนจะได้รับโทษสถานใดนั้น ไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริง ของฝ่ายวินัยก่อน หากเป็นวินัยร้ายแรงก็มีโทษถึงขั้นไล่ออก แต่เบื้องต้นทางโรงเรียนให้ครูรายดังกล่าว หยุดปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงได้มีการเยียวยาเด็กรายดังกล่าว ซึ่งเด็กมีสภาจิตใจค่อนข้างดี ส่วนหนึ่งเพราะได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆ
“จากการสอบถามข้อมูลคลิปดังกล่าว เป็นคลิปเก่า โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2566 ซึ่งขณะนั้นผมยังไม่ได้เข้ามารับตำแหน่ง และทราบว่า ทางผู้บริหารชุดเก่าได้มีการพูดคุย กับครูคนดังกล่าวและผู้ปกครอง รวมถึงได้มีการรตักเตือนด้วยวาจา แต่กลับพบว่ามีการแชร์คลิปนั้นอีกครั้ง ซึ่งไม่ทราบว่าใครเป็นคนโพสต์ และล่าสุด ผู้ปกครองได้พาเด็กนักเรียนในคลิปเข้ามาพบ ตนเองพร้อมบอกว่ารู้สึกไม่สบายใจ เพราะคุณครูที่เคยทำร้ายร่างกายครั้งก่อน ได้ใช้วาจาไม่ดีกับเด็กนักเรียนอีกครั้ง จึงอยากให้ผู้อำนวยการ ช่วยแก้ปัญหา เพราะกลัวว่าจะเกิดการทำร้ายร่างกายขึ้นอีก” นายธัชพล กล่าว
นายธัชพล กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ครูรายดังกล่าวมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงกับนักเรียน มานานหลายปีแล้วนั้น เรื่องนี้ตนคงไม่สามารถบอกได้เพราะเพื่อเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม ดังนั้นคงต้องให้ความเป็นธรรมกับครูรายดังกล่าวด้วย ส่วนมาตรการป้องกันความรุนแรงในโรงเรียนนั้น เร็ว ๆ นี้ตนจะประชุมกับผู้บริหารและครูผู้สอนทุกคน ไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับนักเรียน โดยขอให้ดูกรณีของครูรายดังกล่าว เป็นบทเรียน
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 28 กันยายน 2566