สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M247_“วิษณุ” ยัน ยังไม่เปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า หลักสูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2551 ฉบับปรับปรุงปี 2560 ซึ่งจะใช้หลักสูตรนี้ต่อไปจนกว่าคิดว่าจะมีการปรับปรุง ยืนยันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรดังกล่าว แต่อาจปรับปรุงบางจุดได้ โดยเฉพาะจังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 8 จังหวัด ประกอบด้วย ระยอง ศรีสะเกษ เชียงใหม่ กาญจนบุรี สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พื้นที่เหล่านี้อนุญาตให้ใช้หลักสูตรที่มีอยู่มาต่อยอดบางเรื่องได้ และเหตุผลที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงหลักสูตรเพราะจะกระทบการจัดพิมพ์ตำรา และเป็นภาระแก่ผู้ปกครองในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ก็จะต้องไปอบรมอะไรมากมาย 

ดร.วิษณุ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้การจะเตรียมการเพื่ออนาคตสามารถทำได้อย่างน้อยหลักสูตรที่ว่ามานี้มาก่อนโควิด เมื่อมีโควิดอาจจะต้องเพิ่มเนื้อหาบางเรื่องเข้าไป จึงจำเป็นต้องเพิ่มเนื้อหาบางอย่างแต่ไม่ใช่การเปลี่ยนหลักสูตร ส่วนตัวไม่อยากให้เรียกว่าหลักสูตรฐานสมรรถนะอะไรทั้งนั้น ให้เรียกตามชื่อเดิมที่มีอยู่ แต่จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่มีการพูดคุยกันในปัจจุบันคือการเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน โดยนำวิธีการจัดการเรียนการสอนโดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมและเป็นผู้กระทำมากกว่า และเพิ่มนวัตกรรมการศึกษาที่ครูและนักเรียนช่วยกันผลิตขึ้นมา กระทรวงศึกษาเคยจัดแสดงนวัตกรรมเหล่านี้มาแล้ว ถ้าไประดมหาคงได้หลายหมื่นชิ้น ตนได้หารือเรื่องนี้กับ รมว.ศึกษาธิการ แล้ว หารือกับคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาของประเทศด้วย และได้นำความกราบเรียนนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ส่วนที่มีความสับสนเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษานั้นเป็นเพราะต่างคนต่างพูดและอยู่ในชั้นอนุกรรมการ ไม่ใช่ชั้นกรรมการ 

ที่มา ; เดลินิวส์ 5 พฤษภาคม 2565 

ข่าวเกี่ยวกัน

นายกฯ เบรก ศธ.ใช้หลักสูตรอื่นแทนหลักสูตรแกนกลางฯ 

ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาที่จะขับเคลื่อนจะยึดตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 258 จ (4) ซึ่งนำไปสู่การกำหนดแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ฉบับปรับปรุง 2564) โดยกำหนดให้โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ในปัจจุบัน ซึ่งได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะ เจตคติ คุณลักษณะ และสมรรถนะไว้อย่างสมบูรณ์แล้วเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และผลงานจากการเรียนรู้ที่มีคุณค่า โดยให้เพิ่มพูนศักยภาพในการจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ และการวัดผลประเมินผลเพื่อการพัฒนาผู้เรียนให้เหมาะสม สอดคล้อง ตอบสนองต่อหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) 

รองนายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับโรงเรียนในเขตพื้นที่นวัตกรรม สามารถพัฒนาเพิ่มเติมเนื้อหาสาระการเรียนรู้ ทักษะ เจตคติ ค่านิยม คุณลักษณะและสมรรถนะที่เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทของชุมชน ท้องถิ่น รวมถึงเหมาะสมกับบริบทแต่ละพื้นที่ของแต่ละสถานศึกษาที่มีความแตกต่างกัน โดยยังคงมีสาระสำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) อย่างครบถ้วน ไม่ขาดหาย ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ทั่วไปยังใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ในปัจจุบันต่อไป เรื่องนี้ตนได้นำเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้ว ท่านก็เห็นด้วยให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ ยังไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้หลักสูตรอื่นเพราะจะกระทบกับการจัดพิมพ์ตำรา ซึ่งจะเป็นภาระของครู ผู้ปกครอง และนักเรียนในยามที่เศรษฐกิจดังเช่นปัจจุบัน ถ้าเปลี่ยนหลักสูตรก็ต้องซื้อตำราใหม่ ครูก็ต้องอบรม ซึ่งจะเป็นภาระเพิ่มขึ้น จึงไม่ประสงค์ให้เกิดภาระดังกล่าวในขณะนี้ 

ส่วนตัวไม่อยากให้เรียกหลักสูตรฐานสมรรถนะ เพราะคำว่าฐานสมรรถนะผมไม่รู้จัก ไม่รู้ความหมาย ที่สำคัญสิ่งที่ได้คุยกันไว้กับ รมว.ศึกษาธิการ ก็คือต้องมีการปรับวิธีจัดการเรียนการสอนโดยนำวิธีการเรียนแบบ Active Learning เข้ามาให้มาก แล้วให้ครูและนักเรียนช่วยกันคิดออกมาเป็นนวัตกรรม ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ก็เคยจัดแสดงนวัตกรรมเหล่านี้มาแล้ว หากไประดมหามาก็จะมีหลายหมื่นชิ้น ซึ่งนั่นก็คือ การปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง เรื่องนี้ได้หารือกับ รมว.ศธ. และประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รวมถึงกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาแล้วก็เห็นพ้องกัน” ดร.วิษณุ กล่าว. 

#At_HeaR

ข่าวเกี่ยวกัน 

อัด ‘วิษณุ’ ไม่เข้าใจปฏิรูปหลักสูตร ปมไม่ใช้ ‘ฐานสมรรถนะ’

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าปัจจุบันกำหนดให้โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) โดยจะใช้หลักสูตรนี้ต่อไปจนกว่าจะมีการปรับปรุง โดยยืนยันจะไม่เปลี่ยนแปลงหลักสูตรดังกล่าว แต่อาจปรับปรุงบางจุดได้ โดยเฉพาะจังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 8 จังหวัด เพราะพื้นที่เหล่านี้อนุญาตให้ใช้หลักสูตรที่มีอยู่มาต่อยอดบางเรื่องได้ และเหตุผลที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงหลักสูตร เพราะจะกระทบการจัดพิมพ์ตำรา และเป็นภาระแก่ผู้ปกครองนั้น มองว่านโยบายดังกล่าว เป็นการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสม สร้างความสับสนให้ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างมาก ที่นายวิษณุออกมาระบุเช่นนี้ น่าจะไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลง และปฏิรูปประเทศมากเท่าที่ควร เพราะการเปลี่ยนแปลงพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ไม่ใช่เรื่องใหม่ 

หลักสูตรฐานสมรรถนะมีพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ผ่านกระบวนการวิพากษ์วิจารณ์ ผ่านการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนมา 3-5 ปีแล้ว แต่เมื่อเกิดความขัดแย้ง มีคนทักท้วง ต่อต้านไม่เอาหลักสูตรฐานสมรรถนะ นายวิษณุก็ออกมาระบุว่าไม่ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะแล้ว ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางเหมือนเดิม แต่ให้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่กล้าเปลี่ยนแปลงอะไร แล้วจะปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการศึกษาได้หรือ” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว 

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า ความขัดแย้ง การเห็นต่างที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องปกติ จะให้ทุกคนคิดเหมือนกันหมดก็เป็นไปไม่ได้ ทุกการเปลี่ยนแปลงจะมีคนไม่เห็นด้วย และออกมาต่อต้านอยู่ตลอด ดังนั้น นายวิษณุไม่ควรเอาเรื่องดังกล่าวมาทำให้การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะชะงัก หรือตัดสินใจไม่ทำต่อแล้ว ปัญหาการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ คือ ศธ.หาคนที่เข้าใจเรื่องหลักสูตรฐานสมรรถนะเข้ามาเป็นผู้ดำเนินงานหรือไม่ ที่สังคมเกิดความสับสน เกิดจากคนที่ดูแลหลักสูตรฐานสมรรถนะไม่เข้าใจดีพอ จึงทำให้การสื่อสาร ชี้แจงทำความเข้าใจ สร้างความสับสนมาโดยตลอด เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข 

การชะลอ หรือหยุดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ จะทำให้การศึกษาล้าหลัง และถอยหลังลงคลองอีกครั้ง ทำร้ายเด็กไทยทั้งประเทศ ผมไม่เห็นด้วยกับการชะลอ หรือยกเลิกหลักสูตรนี้ ควรเดินหน้าต่อ โดยอาจนำร่องใน 8 พื้นที่นวัตกรรมก่อน จะอ้างเหตุผลที่ไม่จัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะต่อ เนื่องจากกลัวเป็นภาระผู้ปกครองไม่ได้ เพราะหลักสูตรนี้ยังอยู่ในการทดลองนำร่องเท่านั้น ยังไม่ได้นำไปใช้จริง การเรียนการสอนในปัจจุบันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง หลักสูตรแกนกลางที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2544 แม้จะปรังปรุงเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะๆ แต่หลักสูตรนี้ไม่สอดคล้องกับปัจจุบันแล้ว มีเนื้อหาล้าสมัย มีรายวิชา ตัวบ่งชี้ และตัวชี้วัดจำนวนมาก ทำให้ครูไม่มีเวลาจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning ในส่วนหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่กำลังพัฒนานั้น มีหลักการที่ดี มีเนื้อหาสาระวิชาที่น้อยลง เน้นการสอนให้เด็กมีทักษะ เน้นการเรียนที่เป็นปัจเจกมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อนท่าทีของรัฐบาลต่อการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ต่อไป ยังไม่มีการเปลี่ยนเป็นหลักสูตรใหม่ เนื่องจากเกรงผลกระทบต่อการจัดพิมพ์ตำรา ภาระครู ผู้ปกครอง และนักเรียนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เปิดโอกาสให้พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 8 จังหวัด สามารถต่อยอดหรือปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น โดยยังคงสาระสำคัญของหลักสูตรแกนกลางครบถ้วน 

แนวคิดสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาในช่วงนี้ จึงเน้น “การเปลี่ยนวิธีจัดการเรียนการสอน” มากกว่าการเปลี่ยนหลักสูตร ได้แก่ การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning การคิดขั้นสูง การสร้างนวัตกรรมโดยครูและนักเรียน และการประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียน ด้านหนึ่ง นักวิชาการอย่าง ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ เห็นต่าง โดยมองว่าการชะลอหลักสูตรฐานสมรรถนะสะท้อนความไม่กล้าเปลี่ยนแปลง อาจทำให้การศึกษาล้าหลัง และไม่ตอบโจทย์ทักษะในอนาคต ทั้งนี้ บทความชี้ให้เห็นความท้าทายเชิงนโยบายระหว่างความมั่นคงของระบบเดิมกับความจำเป็นในการปฏิรูปเชิงลึกเพื่อผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 

เหตุผลหลักที่รัฐบาลยังไม่เปลี่ยนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือข้อใด
ก. หลักสูตรเดิมตอบโจทย์ศตวรรษที่ 21 อย่างสมบูรณ์
ข. ครูส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ค. เกรงผลกระทบด้านตำราและภาระของผู้เกี่ยวข้อง
ง. พื้นที่นวัตกรรมยังไม่พร้อมทดลองหลักสูตรใหม่

 

ข้อ 2

 

บทบาทของ “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ตามบทความ มีนัยสำคัญเชิงนโยบายอย่างไร
ก. เป็นพื้นที่ยกเลิกหลักสูตรแกนกลางทั้งหมด
ข. เป็นพื้นที่ทดลองปรับการจัดการเรียนรู้ตามบริบท
ค. เป็นพื้นที่นำหลักสูตรฐานสมรรถนะมาใช้เต็มรูปแบบ
ง. เป็นพื้นที่ลดภาระการประเมินผลผู้เรียน

 

ข้อ 3

 

หากโรงเรียนต้องการสอดคล้องกับแนวคิดของดร.วิษณุ การพัฒนาที่ควรให้ความสำคัญสูงสุดคือข้อใด
ก. การเขียนหลักสูตรสถานศึกษาใหม่ทั้งหมด
ข. การเปลี่ยนชื่อหลักสูตรเป็นฐานสมรรถนะ
ค. การพัฒนาการสอนแบบ Active Learning
ง. การลดจำนวนสาระการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระ

 

ข้อ 4

 

ข้อใดสะท้อนมุมมองของนักวิชาการที่เห็นต่างจากรัฐบาลได้ชัดเจนที่สุด
ก. หลักสูตรเดิมยังเหมาะสมกับเด็กไทย
ข. หลักสูตรฐานสมรรถนะยังไม่ผ่านการพัฒนา
ค. การชะลอหลักสูตรใหม่ทำให้การศึกษาถอยหลัง
ง. ครูยังไม่พร้อมจัดการเรียนรู้เชิงรุก

 

ข้อ 5

 

ในมุมมองผู้บริหารสถานศึกษา การตัดสินใจใดเหมาะสมที่สุดภายใต้บริบทบทความนี้
ก. รอการเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ก่อนปรับการสอน
ข. ปรับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกภายใต้หลักสูตรเดิม
ค. ลดนวัตกรรมการสอนเพื่อลดภาระครู
ง. มุ่งเน้นการสอนเนื้อหาเพื่อสอบเป็นหลัก

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น