
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ได้มีเรื่องนำเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา แต่ในการประชุมสัปดาห์หน้า ตนจะโครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อดำเนินการจัดสรรงบประมาณมาใช้สำหรับขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้มีความต่อเนื่อง เพราะโครงการดังกล่าว เป็นโครงการสำคัญ ที่สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในกลุ่มที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา โดยงบดังกล่าวจะนำมาบริหารจัดการในด้านต่างๆ เช่น สร้างและปรับปรุงอาคารสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นหอพัก อาคารเรียน รวมถึงค่าอาหารของผู้เรียน เป็นต้น
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ก่อนการประชุม ครม. ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไซต์ ที่โรงเรียนบ้านคลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ซึ่งพบว่าครูมีความตั้งใจในการจัดการเรียนการสอน และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างเคร่งครัด นักเรียนและครูปฏิบัติตามมาตการที่กำหนดทำให้สามารถอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี โดยโรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนประถมศึกษา มีเด็กเล็กจำนวนมาก ซึ่งเด็กเหล่านี้จะมีปัญหาเรื่องภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ โดยเฉพาะการอ่านออกเขียนได้
“ได้เน้นย้ำกับครูว่าการจัดการเรียนการสอนในช่วงนี้ ขอให้เน้นเรื่องการเติมสมรรถนะและความรู้กับนักเรียนก่อน โดยส่งเสริมให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน ไม่ใช่ต้องอ่านเก่ง และไม่อยากให้โรงเรียนบังคับหรือสร้างความเครียดให้เด็กอ่านหนังสือแล้วต้องมาย่อความ แต่อยากให้เด็กได้อ่านในเรื่องที่ชอบ เพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความรู้สึกรักการอ่าน และให้เด็กคุ้นเคยกับกระบวนการอ่านออกเขียนได้ก่อน เช่น อาจจะให้เด็กเลือกหนังสือไปอ่านที่บ้าน หรือให้เด็กอ่านหนังสือที่ชอบวันละ 10-15 นาที เป็นต้น” น.ส.ตรีนุช กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 30 พฤษภาคม 2565
สรุปสาระสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” เพื่อจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา โดยใช้งบในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น หอพัก อาคารเรียน และค่าอาหาร เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนและดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม สะท้อนแนวคิดลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสการมีอาชีพในอนาคต
ขณะเดียวกัน รมว.ศธ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนประถมศึกษาแบบไม่แจ้งล่วงหน้า พบว่าครูและนักเรียนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และสามารถจัดการเรียนการสอนออนไซต์ได้อย่างปลอดภัย โดยเน้นย้ำประเด็นภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของเด็กเล็ก โดยเฉพาะทักษะการอ่านออกเขียนได้ จึงเสนอให้ครูปรับบทบาทจากการเร่งเนื้อหา เป็นการเติมสมรรถนะพื้นฐาน สร้างนิสัยรักการอ่าน ลดความกดดันทางวิชาการ เปิดโอกาสให้เด็กอ่านในสิ่งที่สนใจวันละช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนรู้ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระยะยาว
ข้อสอบ
ข้อ 1 เป้าหมายเชิงนโยบายหลักของโครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนนักเรียนอาชีวะในระบบปกติ
ข. ลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของรัฐ
ค. แก้ปัญหาขาดแคลนครูอาชีวศึกษา
ง. สร้างโอกาสให้เยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา
ข้อ 2 การจัดสรรงบประมาณของโครงการดังกล่าว สะท้อนแนวคิดการบริหารจัดการใดเด่นที่สุด
ก. การลงทุนด้านเทคโนโลยีการศึกษา
ข. การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้เรียนแบบองค์รวม
ค. การกระจายอำนาจทางการศึกษา
ง. การแข่งขันเชิงสถาบัน
ข้อ 3 เหตุใด รมว.ศธ. จึงไม่ต้องการให้โรงเรียนบังคับเด็กอ่านแล้วสรุปความในช่วงนี้
ก. เพื่อประหยัดเวลาเรียน
ข. เพื่อหลีกเลี่ยงการประเมินผล
ค. เพื่อลดความเครียดและสร้างแรงจูงใจภายใน
ง. เพื่อให้เด็กอ่านเฉพาะวิชาการ
ข้อ 4 หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวคิดในบทความไปใช้ ควรปรับการจัดการเรียนรู้ในช่วงฟื้นฟูหลังโควิดอย่างไร
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนทุกวิชา
ข. เร่งสอบวัดผลเพื่อชดเชยเวลา
ค. ลดกิจกรรมเสริมทั้งหมด
ง. เน้นสมรรถนะพื้นฐานและบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผ่อนคลาย
ข้อ 5 บทบาทของครูตามมุมมองของ รมว.ศธ. ในบริบทนี้ ควรเป็นลักษณะใด
ก. ผู้ควบคุมวินัยอย่างเข้มงวด
ข. ผู้ถ่ายทอดเนื้อหาตามหลักสูตรเป็นหลัก
ค. ผู้อำนวยความสะดวกและสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้
ง. ผู้ประเมินผลตามตัวชี้วัดเท่านั้น
คลิกเฉลย >>>