
บทความโดย อาทิตยา ไสยพร
Active Learning เป็นวิธีการสอนที่มีเป้าหมายให้คุณครูออกแบบการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้หลากหลายแนวคิดเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ที่นักเรียนตื่นตัวทั้งพฤติกรรมและความคิด เช่น การเรียนรู้โดยเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้แบบสืบสอบ การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ และการเรียนรู้เชิงรุกกับการมีส่วนร่วมของนักเรียนเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้จากภายในตัวของผู้เรียนเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความสนใจและผลักดันให้เกิดขึ้นในห้องเรียนไทยมานาน
แล้วคุณครูเคยสงสัยกันหรือไม่ว่าแบบใดจึงเรียกว่าการสอนที่นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การจัดกิจกรรมที่นักเรียนได้เล่นและทำงานร่วมกันแบบนั้นใช่ Active learning แล้วหรือยัง มาไขข้อสงสัยและความเชื่อผิดเกี่ยวกับ Active Learning ว่าเรายังจัดการสอนแบบนี้อยู่หรือไม่
นักเรียนมีส่วนร่วมนอกเหนือจากการฟังครูบรรยายเป็น Active learning แล้ว
หากใครยังจัดห้องเรียนด้วยแนวคิดนี้ถือว่ายังไม่ถูกต้องทั้งหมด คุณครูหลายท่านอาจคิดว่าการใช้เทคโนโลยีมาส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วม เช่น การตอบคำถามผ่าน Application หรือการเล่นบอร์ดเกมจะช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมและเป็น Active Learning แต่กิจกรรมการตอบคำถามผ่านโทรศัพท์หรือเกมต่าง ๆ เหล่านี้นับเป็นแค่เครื่องมือเพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจ แต่ยังไม่อาจบอกได้เป็น “การเรียนรู้” อย่างแท้จริง
การสอนแบบ Active Learning มีหลักแนวคิดอะไรบ้าง
ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า การสอนแบบ Active Learning คือการออกแบบโดยใช้การเรียนรู้หลากหลายแนวคิด เป้าหมายเพื่อเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้จากภายในตัวของผู้เรียนเอง ตัวอย่างแนวคิดที่นิยมใช้ เช่น
Thinking-based Learning การตั้งปัญหาเพื่อให้นักเรียนเรียนได้วิเคราะห์เชื่อมโยงจากสิ่งที่เคยเรียนรู้มา ด้วยการหาหลักฐานข้อมูลแหล่งอ้างอิงเพื่อนำมาสนับสนุนคำตอบของตัวเอง จากนั้นนำสิ่งที่ได้มาสรุป และสะท้อนสิ่งที่นักเรียนได้ค้นพบ
Learning by Doing การให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริงเพื่อให้ได้รับประสบการณ์โดยตรงจากการลงมือทำด้วยตนเอง
Cooperative Learning การเน้นการมีส่วนร่วม ด้วยการกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ถาม-ตอบในชั้นเรียนซึ่งไม่เพียงช่วยในการเรียนรู้จากการแก้ปัญหาแต่ยังช่วยในการพัฒนาด้านสังคมให้นักเรียนในห้องเรียนมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น
Inquiry-based Learning การเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้หาความรู้ผ่าน 5 ขั้นตอน ได้แก่ การสร้างความสนใจ (Engagement) การสํารวจและค้นหา (Exploration) การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) การขยายความรู้ (Elaboration) และการประเมินผล (Evaluation) แนวคิดนี้เป็นการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เนื่องจากนักเรียนจะเป็นผู้มีบทบาทในการเรียนรู้ทุกขั้นตอนโดยที่คุณครูจะไม่ได้เป็นผู้กำหนดหัวข้อหรือนำกระบวนการเรียนรู้ให้
ตัวอย่างกิจกรรมหรือรูปแบบการสอนแบบ Active Leaning
การสอนแบบ Active Learning ใช้ได้ทั้งรูปแบบงานเดี่ยวและงานกลุ่ม เช่น
การโต้วาที (Debating) เป็นกิจกรรมใช้ได้กับรูปแบบการสอนหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการระดมสมอง (Brainstorming) การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning) การเรียนรู้โดยใช้คำถามเป็นฐาน (Question-based learning) ทั้งการใช้แบบสอบถาม การถามคำถามปลายเปิดเพื่อหาข้อสนับสนุนในประเด็นที่จะต้องอภิปรายในการโต้วาที สิ่งที่นักเรียนจะได้รับคือการได้ฝึกทักษะการคิดขั้นสูง ได้ค้นคว้าสืบค้นหาข้อมูลมาเพื่อโต้แย้ง นอกจากนี้ยังได้ทักษะการฟังความคิดเห็นจากมุมมองฝ่ายตรงข้ามด้วย ช่วยพัฒนาด้านการจับประเด็น คิดวิเคราะห์และการนำเสนอในกิจกรรมเดียว
การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) เป็นการให้นักเรียนได้สมมติบทบาทตัวเองเป็นตัวละครที่กำหนด โดยทักษะที่นักเรียนจะได้คือการวิเคราะห์ตัวละครจากโจทย์ที่ได้รับวิเคราะห์สถานการณ์ การถ่ายทอดหรือนำเสนอตัวละครที่จะให้ผู้อื่นได้เข้าใจเรื่องราว นักเรียนจะได้ทักษะมากมายทั้งการวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ จากการทำกิจกรรมนี้
การเรียนรู้จากการเขียนบันทึก (Keeping journals or logs) เป็นการให้นักเรียนได้จดบันทึกเรื่องราวผ่านสิ่งที่ได้พบเจอหรือสิ่งที่อยากบอกเล่า และให้สรุปเหตุการณ์ในแต่ละวันออกมา สิ่งที่นักเรียนจะได้รับคือการเรียบเรียงเหตุการณ์ในแต่ละวันที่เกิดขึ้น การสะท้อนและสรุปในสิ่งที่ได้พบเจอในแต่ละวัน
Active Learning จะประสบความสำเร็จและสมบูรณ์ได้นักเรียนจะต้องได้ใช้ทักษะมากกว่าเพียงการเข้าร่วมกิจกรรมหรือแค่มีส่วนร่วม ดังนั้นการออกแบบการจัดการเรียนการสอน Active Learning คุณครูจะต้องไม่ลืมกำหนดเป้าหมายที่แน่ชัดในเรื่องของทักษะที่นักเรียนจะได้รับและติดตัวไปใช้ในการพัฒนาตนเองในด้านอื่น ๆ ในอนาคต
อ้างอิง
D-PREP International School. (2566, 2 มีนาคม). Active Learning การเรียนรู้แบบลงมือทำคืออะไร และทางโรงเรียนมีวิธีการส่งเสริมอย่างไร. https://www.dprep.ac.th/th/what-is-active-learning/
ณัฐนรี บัวขม. (2566, 19 สิงหาคม). Inquiry-Based Learning: สนใจ – สงสัย – สืบเสาะ กระบวนการเรียนรู้ที่เปิดให้ผู้เรียนค้นคว้าคำตอบได้ด้วยตนเอง. Mappa Learning. https://mappalearning.co/inquiry-based-learning/
นฤมล ทับปาน. (2564, 5 มกราคม). วิธีสมุดบันทึก: การเรียนรู้บนสมุดไร้เส้น ชวนเด็กคิด อ่าน เขียนอย่างอิสระกับครูใหญ่สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ‘มกุฏ อรฤดี’. The Potential. https://thepotential.org/creative-learning/diary-thinking-reading-writing-skills/
นิภาพร กุลสมบูรณ์ และสุวิมล ว่องวานิช. (2565). Active Learning: จากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สู่ปรัชญาและทฤษฎีรากฐาน ตั้งทิศให้ถูก เพื่อไม่ทิ้งครูให้หลงทางอีกต่อไป. คุุรุุสภาวิทยาจารย์, 3(2), 1-17. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. (ม.ป.ป.). การเรียนการสอนแบบ Active Learning. https://edu.yru.ac.th/knowledge/files/Ex_CoP1.pdf
ลีอาห์ เหงียน. (2566, 29 กันยายน). การเรียนรู้ด้วยการถามคำถาม | 5 เคล็ดลับที่เป็นนวัตกรรมเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน. Ahaslide. https://ahaslides.com/th/blog/inquiry-based-learning/
ที่มา ; EDUCATHAI
เกี่ยวข้องกัน
ห้องเรียนแบบใดที่เรียกว่า Active learning
Active Learning เป็นหลักการสอน ที่มีเป้าหมายให้คุณครูออกแบบการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้หลากหลายแนวคิด เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ที่นักเรียนตื่นตัวทั้งพฤติกรรมและความคิด เช่น
· การเรียนรู้โดยเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
· การเรียนรู้แบบสืบสอบ
· การเรียนรู้เชิงประสบการณ์
· การเรียนรู้เชิงรุกกับการมีส่วนร่วมของนักเรียน
เป้าหมาย Active Learning เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้จากภายในตัวของผู้เรียนเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความสนใจและผลักดันให้เกิดขึ้นในห้องเรียนไทยมานาน
คุณครูเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า..."แบบใดจึงเรียกว่า การสอนที่นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง"
· การจัดกิจกรรมที่นักเรียนได้เล่นและทำงานร่วมกันแบบนั้นใช่ Active learning แล้วหรือยัง
· มาไขข้อสงสัยและความเชื่อผิดเกี่ยวกับ Active Learning ว่าเรายังจัดการสอนแบบนี้อยู่หรือไม่
· นักเรียนมีส่วนร่วมนอกเหนือจากการฟังครูบรรยายเป็น Active learning แล้ว...หากใครยังจัดห้องเรียนด้วยแนวคิดนี้ถือว่ายังไม่ถูกต้องทั้งหมด
คุณครูหลายท่านอาจคิดว่า...การใช้เทคโนโลยีมาส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วม เช่น
· การตอบคำถามผ่าน Application
· การเล่นบอร์ดเกมจะช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมและเป็น Active Learning
· แต่กิจกรรมการตอบคำถามผ่านโทรศัพท์ หรือเกมต่าง ๆ เหล่านี้
· นับเป็นแค่เครื่องมือเพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจ
· แต่...ยังไม่อาจบอกได้เป็น “การเรียนรู้” อย่างแท้จริง
การสอนแบบ Active Learning มีหลักแนวคิดอะไรบ้าง
"การสอนแบบ Active Learning คือ การออกแบบโดยใช้การเรียนรู้หลากหลายแนวคิด เป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้จากภายในตัวของผู้เรียนเอง" ตัวอย่าง แนวคิดที่นิยมใช้ เช่น
· Thinking-based Learning การตั้งปัญหาเพื่อให้นักเรียนเรียนได้วิเคราะห์เชื่อมโยงจากสิ่งที่เคยเรียนรู้มา ด้วยการหาหลักฐานข้อมูลแหล่งอ้างอิงเพื่อนำมาสนับสนุนคำตอบของตัวเอง จากนั้นนำสิ่งที่ได้มาสรุป และสะท้อนสิ่งที่นักเรียนได้ค้นพบ
· Learning by Doing การให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง เพื่อให้ได้รับประสบการณ์โดยตรงจากการลงมือทำด้วยตนเอง
· Cooperative Learning การเน้นการมีส่วนร่วม ด้วยการกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ถาม-ตอบในชั้นเรียน ซึ่งไม่เพียงช่วยในการเรียนรู้จากการแก้ปัญหา แต่ยังช่วยในการพัฒนาด้านสังคมให้นักเรียนในห้องเรียนมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น
· Inquiry-based Learning การเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้หาความรู้ผ่าน 5 ขั้นตอน ได้แก่ การสร้างความสนใจ (Engagement) การสํารวจและค้นหา (Exploration) การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) การขยายความรู้ (Elaboration) และการประเมินผล (Evaluation) แนวคิดนี้เป็นการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เนื่องจากนักเรียนจะเป็นผู้มีบทบาทในการเรียนรู้ทุกขั้นตอนโดยที่คุณครูจะไม่ได้เป็นผู้กำหนดหัวข้อหรือนำกระบวนการเรียนรู้ให้
ตัวอย่าง กิจกรรมหรือรูปแบบการสอนแบบ Active Leaning
"การสอนแบบ Active Learning ใช้ได้ทั้งรูปแบบงานเดี่ยวและงานกลุ่ม" เช่น
· การโต้วาที (Debating) เป็นกิจกรรมใช้ได้กับรูปแบบการสอนหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการระดมสมอง (Brainstorming) การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning) การเรียนรู้โดยใช้คำถามเป็นฐาน (Question-based learning) ทั้งการใช้แบบสอบถาม การถามคำถามปลายเปิดเพื่อหาข้อสนับสนุนในประเด็นที่จะต้องอภิปรายในการโต้วาที สิ่งที่นักเรียนจะได้รับคือการได้ฝึกทักษะการคิดขั้นสูง ได้ค้นคว้าสืบค้นหาข้อมูลมาเพื่อโต้แย้ง นอกจากนี้ยังได้ทักษะการฟังความคิดเห็นจากมุมมองฝ่ายตรงข้ามด้วย ช่วยพัฒนาด้านการจับประเด็น คิดวิเคราะห์และการนำเสนอในกิจกรรมเดียว
· การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) เป็นการให้นักเรียนได้สมมติบทบาทตัวเอง เป็นตัวละครที่กำหนด โดยทักษะที่นักเรียนจะได้คือ การวิเคราะห์ตัวละครจากโจทย์ที่ได้รับ วิเคราะห์สถานการณ์ การถ่ายทอดหรือนำเสนอตัวละครที่จะให้ผู้อื่นได้เข้าใจเรื่องราว นักเรียนจะได้ทักษะมากมาย ทั้งการวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์
· การเรียนรู้จากการเขียนบันทึก (Keeping journals or logs) เป็นการให้นักเรียนได้จดบันทึกเรื่องราวผ่านสิ่งที่ได้พบเจอหรือสิ่งที่อยากบอกเล่า และให้สรุปเหตุการณ์ในแต่ละวันออกมา สิ่งที่นักเรียนจะได้รับคือ การเรียบเรียงเหตุการณ์ในแต่ละวันที่เกิดขึ้น การสะท้อนและสรุปในสิ่งที่ได้พบเจอในแต่ละวัน
Active Learning จะประสบความสำเร็จและสมบูรณ์ได้นักเรียนจะต้องได้ใช้ทักษะมากกว่าเพียงการเข้าร่วมกิจกรรมหรือแค่มีส่วนร่วม ดังนั้น การออกแบบการจัดการเรียนการสอน Active Learning คุณครูจะต้องไม่ลืมกำหนดเป้าหมายที่แน่ชัดในเรื่องของทักษะที่นักเรียนจะได้รับและติดตัวไปใช้ในการพัฒนาตนเองในด้านอื่น ๆ ในอนาคต
ที่มา ; EDUCA
เกี่ยวข้องกัน
ทำโดยการลอกความคิดของคนเก่งที่สุดในโลก
นี้เป็นแนวคิดดีๆที่ได้จากหนังสือ "ขโมยความคิดของคนเก่งที่สุดในโลก" มาดูกัน
1. การที่จะประสบความสำเร็จ ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จำเป็นที่สุดคือต้องมีความรักในสิ่งที่ทำ
2. คนที่ประสบความสำเร็จจะเรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง และแสวงหาความรู้ใหม่ๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อพัฒนา
ตัวเองอยู่เสมอ
3. ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเราไม่กล้าเสี่ยง เพราะทุกสิ่งที่เราทำย่อมมีความเสี่ยง แต่รางวัลที่จะได้รับจากความเสี่ยงคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
4. เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้คนเราจนหรือรวยคือ ความเชื่อ จงเริ่มด้วยความเชื่อที่จะสร้างพลังอันยิ่งใหญ่ว่า
เราเกิดมาเพื่อรวย และจงมุ่งมั่นต่อสู้พยายามและอุตสาหะ สักวันเราจะเอาชนะโชคชะตาได้สำเร็จ
5. คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ ในตัวเอง เราต้องไม่ดูถูกตัวเอง และเชื่อมั่นในคุณค่าความสามารถและความพยายามของเราทำสิ่งที่เราทำอยู่ให้ดีที่สุด จะทำให้เราได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ
ในชีวิตได้ ขอเพียงเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเองเท่านั้น
6. ความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แต่มันจะมีค่ามากถ้าเราเรียนรู้และจดจำไว้เป็นบทเรียนสอนตัวเองบนเส้นทางที่เดินต่อไปข้างหน้า แม้ในวันที่เราประสบความสำเร็จ
7. การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนิสัยที่แย่ๆ แม้จะเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ก็ยังดีกว่าการไม่พยายาม อย่างน้อยที่สุด เราจะเป็นคนที่พัฒนาขึ้นทุกวันและในที่สุดการสร้างนิสัยใหม่ที่ดีขึ้นจะกลายเป็นผลสำเร็จและดึงผลลัพธ์ที่ดีกว่าเข้ามาในชีวิต
8. ความสำเร็จของคนเราย่อมเกิดมาจากความคิด และความคิดแรกในจุดเริ่มต้น ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพราะเป็นตัวกำหนดเป้าหมายสูงสุดที่เราจะไปถึง ความคิดใหญ่จะทำให้เรามีพลัง มีความทะเยอทะยานและไม่ยอมแพ้
9. เมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงคำดูถูกได้ ต้องมองในแง่บวกเพื่อใช้เป็นแรงกระตุ้นตัวเองให้พยายามมากขึ้น พัฒนาขึ้นและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น
10. การจะทำสิ่งหนึ่งให้สำเร็จได้ต้องใช้พลัง ถ้าปราศจากความชอบและความหลงใหล ในงานย่อมไม่มีพลังที่จะสร้างผลงานที่ดีที่สุด ได้ความสำเร็จเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการทำงาน ซึ่งเกิดจากการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ และการพัฒนาตัวเอง
11. เลิกคิดที่จะทำตามคนอื่น แล้วค้นหาตัวเองและทำในสิ่งที่แตกต่าง แล้วเราจะประสบความสำเร็จ
12. คนรวยจะใช้เวลากับการคิด วางแผนและลงมือทำ เพราะบางสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปทันทีถ้าลงมือทำ
เป็นการขยับตัวไม่ใช่ขยับปากด้วยการบ่น แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง
ที่มา ; FB Beaver Osamu
Active Learning คือแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากภายใน ผ่านการออกแบบกิจกรรมที่กระตุ้นทั้งการคิดและการลงมือทำ โดยอาศัยแนวคิดหลากหลาย เช่น การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้แบบสืบสอบ การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ และการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนคือการคิดว่าเพียงให้นักเรียนทำกิจกรรม เล่นเกม หรือใช้เทคโนโลยีถือเป็น Active Learning ทั้งหมด ซึ่งแท้จริงแล้วสิ่งเหล่านี้เป็นเพียง “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “การเรียนรู้” หากขาดกระบวนการคิด วิเคราะห์ และสะท้อนผล
Active Learning ที่แท้ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะขั้นสูง เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยมีรูปแบบสำคัญ เช่น Thinking-based Learning, Learning by Doing, Cooperative Learning และ Inquiry-based Learning (5 ขั้นตอน) รวมถึงกิจกรรมอย่างการโต้วาที การแสดงบทบาทสมมติ และการเขียนบันทึก ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะรอบด้าน
หัวใจสำคัญคือครูต้องออกแบบการเรียนรู้โดยกำหนด “เป้าหมายทักษะ” ที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการมีส่วนร่วมเชิงกิจกรรม แต่ต้องนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนอย่างยั่งยืนและสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้
ข้อใดสะท้อนความหมายของ Active Learning ได้ถูกต้องที่สุด
ก. การใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน
ข. การให้นักเรียนทำกิจกรรมกลุ่ม
ค. การกระตุ้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง
ง. การลดบทบาทครูให้น้อยที่สุด
เฉลย: ค
เหตุผล: แก่นของ Active Learning คือการเรียนรู้จากภายในและการสร้างองค์ความรู้ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมหรือเครื่องมือ
ครูใช้เกมตอบคำถามผ่านมือถือในชั้นเรียน ถือเป็น Active Learning หรือไม่
ก. ใช่ เพราะนักเรียนสนุก
ข. ใช่ เพราะมีส่วนร่วม
ค. ไม่ใช่ เพราะเป็นเพียงเครื่องมือ
ง. ไม่ใช่ เพราะไม่มีเทคโนโลยีอื่น
เฉลย: ค
เหตุผล: เกมเป็นเพียงเครื่องมือ หากไม่มีการคิดวิเคราะห์จะไม่เกิดการเรียนรู้แท้จริง
แนวคิดใดเน้นการตั้งปัญหาและใช้หลักฐานสนับสนุนคำตอบ
ก. Learning by Doing
ข. Thinking-based Learning
ค. Cooperative Learning
ง. Role Playing
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการคิดวิเคราะห์และใช้ข้อมูลสนับสนุน
Inquiry-based Learning มีขั้นตอนแรกคือข้อใด
ก. Evaluation
ข. Explanation
ค. Engagement
ง. Exploration
เฉลย: ค
เหตุผล: ขั้นแรกคือการสร้างความสนใจ
ครูต้องการพัฒนาทักษะสังคมของผู้เรียน ควรใช้แนวคิดใด
ก. Cooperative Learning
ข. Learning by Doing
ค. Thinking-based Learning
ง. Inquiry-based Learning
เฉลย: ก
เหตุผล: เน้นการทำงานร่วมกันและปฏิสัมพันธ์
กิจกรรมใดพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงและการโต้แย้งมากที่สุด
ก. การจดบันทึก
ข. การโต้วาที
ค. การฟังบรรยาย
ง. การทำแบบฝึกหัด
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องใช้ข้อมูล วิเคราะห์ และโต้แย้ง
ข้อใดคือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Active Learning
ก. ต้องมีการคิดวิเคราะห์
ข. ต้องมีเป้าหมายชัดเจน
ค. แค่มีส่วนร่วมก็เพียงพอ
ง. ต้องกระตุ้นการเรียนรู้ภายใน
เฉลย: ค
เหตุผล: การมีส่วนร่วมอย่างเดียวไม่เพียงพอ
การแสดงบทบาทสมมติช่วยพัฒนาทักษะใดเด่นที่สุด
ก. การจำ
ข. การคำนวณ
ค. การวิเคราะห์และสร้างสรรค์
ง. การท่องจำ
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องตีความสถานการณ์และสร้างบทบาท
หัวใจสำคัญของการออกแบบ Active Learning คือข้อใด
ก. ใช้สื่อหลากหลาย
ข. จัดกิจกรรมสนุก
ค. กำหนดทักษะเป้าหมายชัดเจน
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องชัดเจนว่าผู้เรียนจะได้ทักษะอะไร
หากครูจัดกิจกรรมแต่ผู้เรียนไม่สะท้อนคิด จะเกิดผลอย่างไร
ก. เรียนรู้ครบถ้วน
ข. เกิดความสนุกแต่ไม่ลึกซึ้ง
ค. เกิดทักษะขั้นสูง
ง. เข้าใจเนื้อหาทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: ขาดการสะท้อนคิดทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้เชิงลึก