
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี แสดงปาฐกถา เรื่อง การเสริมสร้างระบบการเรียนรู้แบบไฮบริดให้มีประสิทธิภาพสำหรับช่วงหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 (Creating an Effective Hybrid Learning for the Post-Pandemic World) ในงานประชุมสัมมนาวิชาการระดับอุดมศึกษา Education NEXT Forum 2021 จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และสมาคมดิจิทัลไทย (DUGA) ภายใต้แนวคิดหลัก The Next Normal Education: Accelerating Research & Innovation for New Skills ซึ่งเป็นเวทียกระดับการพัฒนาศักยภาพ แลกเปลี่ยนแนวคิดผลักดันให้ระบบอุดมศึกษาไทยสามารถเพิ่มคุณภาพหลักสูตรและการเรียนการสอนให้เทียบเท่าระดับนานาชาติ โดยมีผู้นำทางการศึกษาจากทั่วประเทศร่วมงานผ่านระบบออนไลน์
รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การสร้างระบบการเรียนรู้แบบไฮบริด หรือ Hybrid Learning เป็นการออกแบบและจัดการเรียนรู้ผสมผสานระหว่างชั้นเรียนแบบรักษาระยะห่างในแคมปัสกับการเรียนรู้ทางไกลผ่านออนไลน์ กลายเป็นกระแสความนิยมใหม่ที่เกิดขึ้น หลังการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่ทำให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกและในประเทศไทยต่างต้องหยุดการเรียนการสอนในห้องเรียนและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนอย่างฉับพลันทันที โดยการเตรียมแพลตฟอร์มรองรับ ผู้สอนต้องปรับ Mindset เปลี่ยนกลยุทธ์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ใหม่ ด้านผู้เรียนต้องปรับตัวในการเรียนรู้วิถีใหม่และใช้อุปกรณ์ IoT ต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งการมีส่วนร่วมและแสดงข้อคิดเห็นในชั้นเรียน
ปัจจุบันคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำแนวคิด Hybrid Learning เข้ามาแก้ปัญหาวิกฤติจากโควิด-19 และพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาในอนาคตเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตไปพร้อมกัน โดยจัดการเรียนการสอนในหลายรูปแบบที่สามารถปรับยืดหยุ่นผสมผสานให้เหมาะกับพื้นที่ ผู้เรียน และเนื้อหาวิชา อาทิเช่น
การเรียนดังกล่าว ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และช่วยแก้ไขปัญหาพัฒนาการเรียนให้เกิดประสิทธิภาพ เหล่านี้ถือเป็นการบริหารจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ของวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผสมผสานการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกันด้วยเทคโนโลยีและเครือข่ายโทรคมนาคม สามารถเรียนในห้องเรียนก็ได้ ออนไลน์ก็ได้ คนละที่หรือที่เดียวกันก็ได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและการเรียนรู้
ส่วนการวัดประเมินผลการเรียนการสอนแบบไฮบริด (Hybrid Learning) สามารถทำได้หลายด้าน เช่น
โลกการศึกษาในยุคดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่เพียงแต่นำแนวคิดและพัฒนา Hybrid Learning เข้ามาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยโดยยึดหลักการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนมากที่สุดเท่านั้น แต่ยังดำเนินการพร้อมไปกับการยกระดับคุณค่าและคุณภาพทุกหลักสูตรของคณะวิศวะมหิดลให้เทียบเท่ามหาวิทยาลัยระดับโลก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการบ่มเพาะและผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงานของโลกโดยสอดรับกับทิศทางในการพัฒนาของประเทศไทยและประชาคมโลก โดยขณะนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นโมเดลแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยได้นำทุกหลักสูตรกำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการรับรองมาตรฐานการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ระดับโลก ABET (Accreditation Board for Engineering and Technology) จากคณะกรรมการ The Engineers' Council for Professional Development (ECPD) ประเทศสหรัฐอเมริกา ครบเกือบทุกด้าน
ทั้งนี้ ประโยชน์ที่คนไทยและประเทศไทยจะได้รับจาก ABET คือ
1.สร้างเสริมคุณค่าความเป็นระดับโลก หลักสูตรการศึกษาที่ได้รับการยอมรับว่ามีมาตรฐานคุณภาพ ABETเทียบเคียงกับนานาชาตินั้น จะสามารถขยายความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการโอนหน่วยกิตระหว่างสถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานระดับสากลเช่นกัน ส่งเสริมโอกาสในการเข้าศึกษาต่อของนักศึกษาในนานาประเทศที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานคุณภาพการศึกษาภายใต้ข้อตกลงในระดับนานาชาติร่วมกันทั้งในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก และที่สำคัญคือ ผู้จบการศึกษาได้รับการยอมรับในคุณภาพมาตรฐานสู่ตลาดแรงงานทั่วโลกโดยสามารถทำงานในประเทศไทยและในนานาประเทศได้
2. ABETเพิ่มคุณค่าแก่สถาบันการศึกษา เนื่องด้วยการได้รับรองจาก ABET เป็นการทำให้ผู้เรียน เครือข่ายพันธมิตรและคนในวิชาชีพได้ตระหนักว่า สถาบันการศึกษานั้นได้รับการยอมรับระดับนานาชาติแล้ว มีการส่งเสริมการดำเนินงานที่ดี (Best Practices) ทั้งยังกระตุ้นให้คณะและทีมงานเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษามุ่งมั่นการประเมินตนเองและดำเนินกระบวนการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับ "ผลลัพธ์ของการเรียนรู้" มากกว่า "การสอนแบบป้อน" ตลอดจนผู้เรียนสามารถโอนเครดิตการเรียนได้อย่างง่ายดาย นับเป็นการส่งเสริมการศึกษาที่เชื่อมต่อสู่โลกกว้างของการเรียนรู้ในนานาประเทศอย่างแท้จริง
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์
การเรียนรู้แบบไฮบริด (Hybrid Learning) เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่ผสมผสานการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมุ่งสร้างความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ รองรับบริบทผู้เรียนที่แตกต่างกัน และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเครือข่ายสื่อสารเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการเรียนการสอน
แนวคิดนี้ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนทั้งผู้สอนและผู้เรียน โดยผู้สอนต้องปรับวิธีคิดและออกแบบสื่อการเรียนรู้ใหม่ ส่วนผู้เรียนต้องปรับตัวในการเรียนรู้ด้วยตนเองและใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ รูปแบบการจัดการเรียนมีความหลากหลาย เช่น เรียนในห้องเรียนทั้งหมด เรียนออนไลน์แล้วปฏิบัติจริง เรียนแบบสลับกลุ่ม หรือเรียนผ่าน Live Streaming และวิดีโอ
การประเมินผลแบบไฮบริดใช้ข้อมูลหลายด้าน เช่น สถิติแพลตฟอร์ม ความก้าวหน้าการเรียน ความพึงพอใจของผู้เรียนและครู รวมถึงคุณภาพการเข้าถึงการเรียนรู้ แนวทางนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษาและสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ในระดับอุดมศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้พัฒนาระบบไฮบริดควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานหลักสูตรสู่ระดับสากล เช่น ABET เพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษา การยอมรับระดับโลก และเพิ่มโอกาสการทำงานในตลาดแรงงานสากลอย่างยั่งยืน
Hybrid Learning มีลักษณะสำคัญอย่างไร
ก. เรียนออนไลน์เท่านั้น
ข. เรียนในห้องเรียนเท่านั้น
ค. ผสมผสานการเรียนในห้องเรียนและออนไลน์
ง. เรียนผ่านเอกสารอย่างเดียว
เฉลย: ค
เหตุผล: ไฮบริดคือการผสมผสานการเรียนหลายรูปแบบ ไม่ใช่รูปแบบเดียว
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด Hybrid Learning อย่างแพร่หลายคืออะไร
ก. นโยบายลดงบประมาณ
ข. โควิด-19
ค. การเพิ่มครู
ง. การลดนักเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: การแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนรูปแบบการเรียน
บทบาทสำคัญของผู้สอนในระบบไฮบริดคืออะไร
ก. ใช้ตำราเดิมเท่านั้น
ข. ปรับ Mindset และออกแบบสื่อใหม่
ค. ลดการสอนทั้งหมด
ง. เน้นการสอบเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้สอนต้องปรับวิธีคิดและออกแบบการเรียนรู้ใหม่
ข้อใดเป็นรูปแบบการเรียนไฮบริด
ก. เรียนในห้องเรียนอย่างเดียว
ข. เรียนออนไลน์ทั้งหมด
ค. Live Streaming ควบคู่เรียนที่บ้าน
ง. อ่านหนังสือเอง
เฉลย: ค
เหตุผล: Live Streaming + เรียนที่บ้านเป็นรูปแบบไฮบริดชัดเจน
ผู้เรียนในระบบไฮบริดต้องพัฒนาอะไรสำคัญที่สุด
ก. การท่องจำ
ข. การใช้เทคโนโลยีและการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ค. การเขียนรายงาน
ง. การแข่งขัน
เฉลย: ข
เหตุผล: ไฮบริดเน้น self-learning และทักษะดิจิทัล
การประเมินผลแบบไฮบริดควรใช้ข้อมูลใด
ก. คะแนนสอบปลายภาคอย่างเดียว
ข. ความเห็นครูเท่านั้น
ค. หลายมิติ เช่น สถิติแพลตฟอร์มและความพึงพอใจ
ง. การจำชื่อบทเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: การประเมินต้องครอบคลุมหลายมิติ ไม่ใช่แค่คะแนนสอบ
จุดมุ่งหมายสำคัญของ Hybrid Learning คืออะไร
ก. ลดจำนวนครู
ข. เพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการเรียนรู้
ค. ลดเวลาการเรียน
ง. เพิ่มการสอบ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการเรียน
ABET มีความสำคัญอย่างไรต่อสถาบันการศึกษา
ก. ลดมาตรฐานการเรียน
ข. ทำให้หลักสูตรได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ
ค. ลดวิชาเรียน
ง. ลดค่าใช้จ่าย
เฉลย: ข
เหตุผล: ABET คือมาตรฐานรับรองคุณภาพระดับโลก
ประโยชน์ของ ABET ต่อผู้เรียนคืออะไร
ก. เรียนง่ายขึ้น
ข. จบเร็วขึ้น
ค. ได้รับการยอมรับในตลาดแรงงานโลก
ง. ไม่ต้องสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: เพิ่มโอกาสการทำงานระดับสากล
แนวคิดสำคัญของการศึกษายุคดิจิทัลคืออะไร
ก. การสอนแบบเดิม
ข. Digital Transformation และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. ลดเทคโนโลยี
ง. จำกัดการเรียนออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลและ lifelong learning