สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M534_ช่วยเพาะ DNA คนรุ่นใหม่ เข้าใจวิถีไทย รับผิดชอบต่อสังคม

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในฐานะนักวิชาการที่ทำงานด้านการพัฒนาทุนมนุษย์เปิดเผยว่า จากปรากฎการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคม ส่งผลให้คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว ตลอดจนเด็กและเยาวชน ทั้งใน และนอกสถานศึกษา หันไปให้ความสำคัญกับโลกดิจิทัล หรือโซเชียลมีเดีย ตลอดจนความเป็นส่วนตัว โดยไม่ค่อยจะให้ความสำคัญ หรือสนใจกับความเป็นไทย ตลอดจนการมีส่วนร่วมกับความรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคมมากนัก จากผลดังกล่าว หากพิจารณาในมิติของผลกระทบ จะพบว่ามีปัญหาตามมาอย่างหลากหลาย 

ผศ.ดร.รัฐพงศ์กล่าวอีกว่า ดังนั้น เพื่อไม่ให้เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติ ต้องก้าวเดินไปในเส้นทางที่สังคมไม่พึงปรารถนา จึงวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาให้ความสำคัญกับมิตินี้อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ที่สำคัญ ถึงแม้ในระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลทุกชุดจะมีนโยบาย และยุทธศาสตร์ สำหรับการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนตระหนัก และให้ความสำคัญกับความเป็นไทย รวมทั้ง ความเป็นผู้มีจิตอาสามาอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่กลับพบว่าการดำเนินการที่ผ่านมา ยังไม่ค่อยจะตอบโจทย์มากนัก 

วันนี้คงจะถึงเวลาที่รัฐบาลโดยกระทรวงหลักอย่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะต้องลงมาให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา ที่ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ตระหนัก และเข้าใจในความเป็นไทย ตลอดจนมิติที่เกี่ยวข้องให้มากกว่าที่ผ่านมา” ผศ.ดร.รัฐพงศ์ กล่าว 

ผศ.ดร.รัฐพงศ์กล่าวต่อว่า ในประเด็น หรือมิติที่ ศธ.และ อว.สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม คือการกำหนดนโยบาย หรือขอความร่วมมือให้สถานศึกษาในสังกัด ยกระดับการจัดการศึกษา หรือจัดกิจกรรมที่สามารถบูรณาการผ่านการเรียนการสอนในรายวิชาที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะการเรียนรู้ในมิติที่สอดคล้องกับวิถีไทย ตลอดจนความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง และสังคม เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนของชาติตระหนัก และพร้อมที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง หรือมีจิตอาสาในการสร้างสรรค์ และพัฒนาสังคมในอนาคตร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การเร่งเพาะพันธุ์ หรือสร้าง DNA ที่ดีงาม ซึ่งสอดคล้องกับปรากฎการณ์ตลอดจนบริบทโลกในปัจจุบัน จึงถือได้ว่าเป็นบทบาทหน้าที่ขององค์กรภาครัฐ โดยเฉพาะ 2 องค์กรหลัก ไม่ว่าจะเป็น ศธ.และ อว.ที่จะต้องผนึกพลังร่วม และก้าวเดินไปด้วยกัน 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 2 พฤษภาคม 2567

 

สรุปสาระสำคัญ

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีทำให้เยาวชนหันไปสนใจโลกดิจิทัลและความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันกลับละเลยความเป็นไทย จิตอาสา และความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งผลให้เกิดปัญหาทางค่านิยมและพฤติกรรมในวงกว้าง จึงเสนอให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง แม้จะมีนโยบายในอดีต แต่ยังไม่สัมฤทธิ์ผลเพียงพอ แนวทางสำคัญคือการยกระดับการจัดการศึกษาและบูรณาการความเป็นไทย ความรับผิดชอบ และจิตอาสาในทุกวิชาและกิจกรรม เพื่อสร้าง “DNA แห่งความเป็นไทย” ในเยาวชนให้มีจิตสำนึกดี เป็นพลังในการพัฒนาชาติให้สอดคล้องกับบริบทโลกปัจจุบัน โดยรัฐต้องเป็นผู้นำในการผนึกกำลังระหว่างสองกระทรวงหลัก เพื่อสร้างความร่วมมืออย่างยั่งยืนในการพัฒนาทุนมนุษย์ของชาติ

ข้อสอบ

  1. จากบทความ แนวทางสำคัญที่ ผศ.ดร.รัฐพงศ์ เสนอให้ดำเนินการคือข้อใด
    ก. จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านวัฒนธรรมในโรงเรียน
    ข. เพิ่มงบประมาณกิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่น
    ค. บูรณาการความเป็นไทยและจิตอาสาในรายวิชาและกิจกรรมการเรียนรู้
    ง. สร้างหลักสูตรใหม่เฉพาะเรื่องความเป็นไทย

  2. ปัญหาหลักที่บทความกล่าวถึงคืออะไร
    ก. เยาวชนไม่สนใจการเรียนหนังสือ
    ข. เยาวชนให้ความสำคัญกับโลกดิจิทัลมากกว่าความเป็นไทย
    ค. ระบบการศึกษาขาดแคลนครูผู้สอน
    ง. รัฐบาลไม่มีนโยบายด้านวัฒนธรรม

  3. “DNA แห่งความเป็นไทย” ที่กล่าวถึง หมายถึงสิ่งใด
    ก. การสร้างจิตสำนึกและค่านิยมที่ดีงามให้เยาวชน
    ข. การอนุรักษ์วัฒนธรรมโดยไม่เปลี่ยนแปลง
    ค. การใช้เทคโนโลยีเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม
    ง. การยกระดับหลักสูตรระดับอุดมศึกษา

  4. หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการดำเนินการตามแนวทางในบทความ ควรทำสิ่งใดก่อน
    ก. จัดทำแผนบูรณาการความเป็นไทยในหลักสูตรสถานศึกษา
    ข. สร้างกิจกรรมเฉพาะกลุ่มสำหรับเด็กที่สนใจเท่านั้น
    ค. ขออนุมัติจากกระทรวงก่อนเริ่มดำเนินการ
    ง. เชิญหน่วยงานภายนอกมาบรรยาย

  5. การผนึกกำลังระหว่าง ศธ. และ อว. สะท้อนแนวคิดด้านการบริหารการศึกษาข้อใด
    ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
    ข. การบริหารเชิงบูรณาการและมีส่วนร่วม
    ค. การบริหารโดยอิงงบประมาณ
    ง. การบริหารแบบเน้นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ

    คลิกเฉลย >>>