สมาชิกเข้าสู่ระบบ

Credit Bank ระบบการศึกษาในศตวรรษที่ 21

แนวคิดนี้ มุ่งหวังให้ผู้เรียนหรือผู้ปฏิบัติงาน มีโอกาสเชื่อมโยงการเรียนรู้ กับ ประสบการณ์การทำงาน ได้เป็นเนื้อเดียวกัน เพิ่มโอกาสในการพัฒนาตัวเอง พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

วิทยานิพนธ์ ระบบธนาคารสะสมผลการเรียนรู้สำหรับการศึกษาตลอดชีวิตของประเทศไทย” โดย อรุณี ตระการไพโรจน์ สะท้อนว่าสาธารณรัฐเกาหลีหรือประเทศเกาหลีใต้ ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างประเทศหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนากำลังคน แรงงาน และพัฒนาประเทศ ด้วยการจัดการศึกษาตลอดชีวิต เปิดโอกาสการเรียนรู้ให้ประชาชนอย่างกว้างขวางด้วยการใช้ ระบบธนาคารหน่วยกิต” วางแผนการเรียนรู้ได้ตามความต้องการของผู้เรียน ตามเวลา สถานที่ที่เหมาะสมกับสภาพและความสนใจ ส่งเสริมการเรียนรู้แบบตลอดชีวิตของประชาชนได้โดยตลอด ตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมและระบบมหาวิทยาลัยตามปกติไม่สามารถให้ได้ 

สำหรับประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับการสะสมหน่วยการเรียนรู้ในด้านของการเทียบโอนความรู้ และประสบการณ์อย่างชัดเจน เมื่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 15 ได้บัญญัติว่า การจัดการการศึกษามีสามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือจากประสบการณ์การทำงาน” 

มหาวิทยาลัยในเมืองไทยหลายแห่งเริ่มนำระบบเครดิตแบงก์ไปบรรจุไว้ในการเรียนการสอน โดยนักศึกษาไม่จำเป็นต้องเรียนต่อเนื่องครบ 4 ปี หากเรียนไปแล้วสักพักอยากออกไปทำงาน ไปสร้างธุรกิจแล้วค่อยกลับมาเรียน มหาวิทยาลัยก็จะเก็บหน่วยกิตไว้ให้ จะกลับมาเรียนเมื่อไรก็ได้ โดยผลการเรียนยังคงอยู่

เมื่อ “งาน” กับ “เรียน” เป็นเรื่องเดียวกัน 

ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) กล่าวถึงการศึกษายุคใหม่ว่า เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าสถาบันการศึกษาถูกดิสรัปต์ชั่นโดยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โครงสร้างใหม่ คือตอนนี้ไม่ได้ต่อสู้ว่าสถาบันไหนเก่งกว่าสถาบันไหน แต่ต่อสู้กันระหว่างสถาบันการศึกษากับยูทูป รวมถึงแพลตฟอร์มการศึกษาออนไลน์ที่เกิดขึ้นนับไม่ถ้วน ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้ใหม่ที่เปิดกว้างและมีชุดความรู้แทบทุกแขนงอยู่ในนั้น ที่สำคัญคือไม่มีค่าใช้จ่ายหรือถ้ามีก็ถือว่าราคาถูกมาก ถ้าเทียบกับความรู้ที่คุณจะได้รับกลับมา

สถาบันกับทัศนคติมโนทัศน์ใหม่ของเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องการใบปริญญา แต่ต้องการเรียนรู้ทักษะที่จะสามารถทำให้พวกเขาเหล่านั้นนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง พร้อมสร้างรายได้กลับมาให้แก่ตนเอง” ดร.อภิชาต กล่าว

ประธาน EEC HDC กล่าวอีกว่านี่คือโลกที่เปลี่ยนแปลง เมื่อโลกเปลี่ยนไป หากเรายังอยู่กับความคิดเดิมๆ กฎเกณฑ์กติกาเดิมๆ ก็ขับเคลื่อนลำบาก  

ยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ที่เปิดให้คนเรียนจบแล้วมาลงทะเบียนเรียนหลักสูตรระยะสั้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเปิดระบบเครดิตแบงก์ จะเรียน 8 ปี 9 ปีจบเป็นเรื่องของผู้เรียน เนื่องจากส่วนใหญ่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ถ้ามีงานมากก็หยุดเรียนไปก่อน 1-2 ปี แล้วค่อยกลับมาเรียน ซึ่งโมเดลนี้ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในพื้นที่ EEC เช่นเด็กเรียนจบอาชีวะด้วยทุนของบริษัทแห่งหนึ่ง ทำงาน 1 ปีอยากเรียนต่อปวส. ถ้าเป็นระบบเก่าต้องลาออกไปเรียน เพราะสถาบันไม่มีระบบเครดิตแบงก์ บริษัทที่จ่ายทุนให้ก็เสียหาย เพราะจ่ายค่าเรียน 2 ปี แต่ทำงานปีเดียวแล้วไป แต่ระบบเครดิตแบงก์เปิดโอกาสให้เรียนได้” 

ดร.อภิชาต กล่าวอีกว่า โลกวันนี้เป็นโลกยุคศตวรรษที่ 21 ที่อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว คลื่นของการพึ่งพาเทคโนโลยี คลื่นความเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย ได้ขับเคลื่อนเกือบทุกกิจกรรมควบคู่ไปกับทุกความเคลื่อนไหวของชีวิตมนุษย์ และมีความสำคัญต่อการกำหนดคุณภาพชีวิตอย่างมาก 

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ต้องเน้นความสำคัญในเรื่องความรู้ ความเข้าใจการเปลี่ยนแปลง และทักษะที่สามารถเพิ่มคุณภาพในการดำรงชีวิตและการทำงานในโลกยุคใหม่ได้ เนื่องจากการงานอาชีพแบบเดิมๆ จะหายไป การงานและอาชีพยุคใหม่เกิดขึ้นมาแทนที่ ภายใต้สิ่งแวดล้อมแบบใหม่ ความเคลื่อนไหวของการงานแบบใหม่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาการศึกษาเพื่อทำให้ความท้าทายที่เกิดขึ้น เปิดทางสร้างโอกาสให้กับการดำรงชีวิตในยุคใหม่ และนี่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้” 

ประธาน EEC HDC ยังกล่าวถึงการศึกษาแบบเจาะลึกว่า โลกของการศึกษาในยุคใหม่ต้องการความรู้พื้นฐานชุดใหม่ที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 

·      หนึ่ง เรื่องของการเข้าใจการสื่อสารและสภาพแวดล้อมใหม่ที่ต้องอาศัยทักษะ ยุทธศาสตร์ และอุปนิสัยที่ต่างไปจากเดิม ในการที่จะใช้ประโยชน์จากโลกแวดล้อมยุคใหม่ให้เกิดประสิทธิผล

·      สอง พื้นฐานความรู้ในการสร้างมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ในฐานะพลเมืองและปัจเจกชนในสังคมโลกาภิวัตน์

·      สาม การเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและสามารถใช้เทคโนโลยี–นวัตกรรม ที่ปรับเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา

·      สี่ ความรู้ความเข้าใจใหม่ในด้านรูปแบบและทักษะอาชีพที่ผู้คนสามารถเรียนรู้ พัฒนา และต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง

 

EEC Model ความสำเร็จแบบเครดิตแบงก์

ดร.อภิชาตยังกล่าวถึงการศึกษารูปแบบ EEC Model ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ว่า เป็นการปรับสถานศึกษาให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ ที่จะต้องพัฒนาความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน มีการลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างประสบการณ์ในการพัฒนาทักษะและเรียนรู้วิชาชีพต่างๆ ที่จำเป็นในการทำงานและอาชีพในโลกยุคใหม่ 

การเรียนการสอนต้องพัฒนาความร่วมมือด้านการใช้เทคโนโลยี โดยต้องคำนึงถึงความซับซ้อนของความเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงและต่อเนื่อง สร้างการเรียนรู้จากภาคปฏิบัติ และที่สำคัญคือต้องสร้างแรงจูงใจที่เป็นต้นธารแห่งการเปลี่ยนแปลงการรับรู้ คือการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ของตัวเอง” 

วันนี้ความเคลื่อนไหวในการจัดการศึกษาแบบ EEC Model ไปไกลและเชื่อมโยงให้เกิด ชุมชนการเรียนรู้ทางอาชีพ’ ได้ลึกกว่ามาก กล่าวคือมีการจัดการภูมิทัศน์และการบริหารจัดการศึกษาใหม่ให้เข้ากับโลกแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งสามารถแบ่งปันและใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถาบันได้ ในขณะที่ครูเป็นผู้ปรับสร้างการเรียนรู้แบบโค้ช (Coaching) ที่ลงมือปฏิบัติงานและร่วมกับสถานประกอบการ สร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นตรงตามสายงานที่ศึกษา ร่วมกับการปรับและจัดหลักสูตรเป็นแบบ โมดูล (Module) ที่เชื่อมต่อจากการศึกษาพื้นฐานผ่านการศึกษาอาชีวะไปจนถึงระดับปริญญาและสูงกว่า (ในกรณีที่ผู้เรียนต้องการ) โดยมี หลักสูตรระยะสั้น (Short Course) เป็นกลไกปรับเพิ่มเสริมทักษะ (Upskill, Reskill) รวมทั้งยังมีการพัฒนาการเรียนการสอนออนไลน์ตามความต้องการ และตามสภาพความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคใหม่ 

สำหรับการบริหารจัดการศึกษาในสถาบันการศึกษา จะปรับฐานการบริการการศึกษาเป็นแบบเครดิตแบงก์ที่ให้สะสมหน่วยกิตการเรียนได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เรียนในการที่จะทำงาน พัฒนาทักษะ ประสบการณ์ชีวิต ฯลฯ คู่ขนานไปกับการเรียนการสอน” ดร.อภิชาต กล่าวและว่า ทั้งหมดนี้คือการจัดปรับภูมิทัศน์ทางการศึกษายุคใหม่ตามแนวทางของ EEC HDC ที่ทำให้การศึกษาในพื้นที่ EEC เป็นเนื้อเดียวกับเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทางอาชีพ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะสังคมให้แก่ผู้คนในศตวรรษที่

 

คุณภาพการศึกษาแนวใหม่

ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวถึง ระบบการเรียนรู้แบบเครดิตแบงก์ ว่า สถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งได้ปรับมาใช้โมเดลนี้ โดยการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนไม่ต้องเรียนต่อเนื่องครบ 4 ปี หากต้องการหยุดเรียนเพื่อออกไปทำธุรกิจ ทำงาน หรือเหตุผลอื่นๆ ก็สามารถพักการเรียนได้ โดยมหาวิทยาลัยจะเก็บหน่วยกิตไว้ให้ และจะกลับมาเรียนเมื่อไรก็ได้ ซึ่งเครดิตแบงก์ครอบคลุมทั้งการเรียนแบบเก็บหน่วยกิตปกติ การเรียนออนไลน์ และการเปิดหลักสูตรระยะสั้นที่สามารถเก็บวิชาเหล่านั้นมาเปรียบเทียบเป็นหน่วยกิต ในกรณีที่ต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาได้ ซึ่งเป็นระบบเรียนรูปแบบใหม่ที่ขยายโอกาสทางการศึกษา 

ข้อดีของระบบเครดิตแบงก์คือ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้หลากหลายสาขา/วิชา ใช้เวลาในการเรียนได้ไม่จำกัด สามารถเปลี่ยนทักษะการเรียนรู้ได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มเรียนใหม่ในกรณีที่เรียนรายวิชานั้น  ไปแล้ว” เลขาธิการสกศ. กล่าว 

ที่ผ่านมา สกศ.ได้ศึกษาและเตรียมการเรื่องระบบเครดิตแบงก์มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งคิดว่าถ้าประเทศไทยสามารถทำระบบได้สมบูรณ์ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา จะเป็นประโยชน์อย่างมากในแง่ของการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ สามารถติดตามพฤติกรรมของผู้เรียน พัฒนาการและความสามารถของผู้เรียนได้เป็นรายบุคคลในรูปแบบบิ๊กดาต้า ซึ่งจะทำให้ทราบปัญหาและติดตามตัวเด็กได้ในกรณีที่เด็กลาออกกลางคัน หรือ ตกหล่น ไม่ได้เรียนต่อ  

สิ่งหนึ่งที่ต้องทำสำหรับระบบเครดิตแบงก์ คือเราต้องออกนอกกรอบของการกำหนดระยะเวลาในการเรียนให้ได้ เช่น เด็กอาจจะเรียน ป.1-ป.ภายใน 2 ปีได้  หรือ ระดับอุดมศึกษา อาจใช้เวลาเรียนระดับปริญญาตรี 14-15 ปีก็ได้” เลขาธิการ สกศ. กล่าว

 

ยกเลิกการรีไทร์

การประชุมคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) เมื่อวันที่ 14 ต.ค 63 เป็นอีกครั้งที่เห็นการเปลี่ยนที่สอดคล้องกับนโยบายการศึกษายุคใหม่ โดยมีวาระสำคัญคือ กมอ.ได้มีมติให้ยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในแต่ละระดับปริญญา กรณีกำหนดให้สำเร็จการศึกษาได้ไม่เกินกี่ปีการศึกษา เพื่อให้บัณฑิตมีผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ทันสมัยและสอดคล้องตามมาตรฐานทางวิชาการและวิชาชีพที่เป็นปัจจุบันขณะสำเร็จการศึกษา 

การยกเลิกดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป ในการเรียนรู้องค์ความรู้และทักษะใหม่ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

โดยการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปริญญาตรีที่แต่เดิมหากเรียนไม่จบภายในกำหนดคือ 8 ปีจะถูกรีไทร์ หรือ ถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัย ให้ยกเลิกการรีไทร์ เช่นเดียวกับระดับปริญญาโท ที่ให้กำหนดระยะเวลาเรียนไม่เกิน 5 ปี และ ปริญญาเอก ที่ให้กำหนดระยะเวลาเรียนไม่เกิน 6 ปี โดยให้สามารถเรียนต่อได้เลย หากไม่จบการศึกษาในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ กมอ. จะให้อำนาจสภามหาวิทยาลัยของแต่ละมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน สามารถกำหนดเกณฑ์ระยะเวลาได้เอง ให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางของแต่ละมหาวิทยาลัย 

หลังยกเลิกการกำหนดเกณฑ์แล้ว นักศึกษาสามารถเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วย โดยไม่ต้องพะวงกับการถูกรีไทร์ เพราะการเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยจะช่วยในเรื่องการพัฒนาทักษะ ความชำนาญ ประสบการณ์การทำงาน

อย่างไรก็ตามเนื่องจากการยกเลิกดังกล่าว เป็นการยกเลิกข้อกำหนดในเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร  ดังนั้น ให้หารือคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายว่า กมอ.สามารถพิจารณาโดยใช้อำนาจตามข้อ 17 แห่งเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี และ ข้อ 18 แห่งเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาได้หรือไม่ หรือจะมีแนวทางอื่นใดในการดำเนินการดังกล่าว 

นับเป็นมิติใหม่แห่งการศึกษายุคศตวรรษที่ 21 ที่ยากจะต้านทาน!!! 

การสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Academic Credit Bank : Credit Bank) หรือ ธนาคารหน่วยกิต เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนและประชาชนได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน โดยสามารถนําผลการเรียนรู้ที่ได้จากประสบการณ์การทํางาน อาชีพ หรือการฝึกอบรม ทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สะมไว้มาเทียบโอนกันได้

 

ที่มา ; SALIKA

 

เกี่ยวข้องกัน

ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ก้าวแห่งความสำเร็จปฏิวัติการศึกษาไทย 

เป็นที่น่ายินดีไม่น้อย ที่ในวันนี้ ไอเดียในการจัดตั้ง ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ โดยมีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นเจ้าภาพ นั้น มีความคืบหน้าที่น่าพึงพอใจ ซึ่งถ้าโปรเจกต์นี้ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการ คาดว่าจะสามารถรองรับการพัฒนากำลังคนตลอดทุกช่วงวัย (Lifelong learning) ตามนโยบายของ กระทรวง อว. ที่ต้องการเปิดโอกาสให้คนในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในวัยทำงานและวัยเกษียณสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงได้พัฒนาและเรียนรู้ทักษะใหม่ที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน เพื่อนำไปต่อยอดในการทำงาน พัฒนาตนเอง ตลอดจนสามารถสะสมไว้เพื่อการศึกษาต่อในระดับต่างๆ ได้

โดยแนวคิดของ ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ มาจาก การสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Academic Credit Bank : Credit Bank) ซึ่งเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและประชาชนได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน โดยสามารถนําผลการเรียนรู้ที่ได้จากประสบการณ์การทํางาน อาชีพ หรือการฝึกอบรม ทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สะสมไว้มาเทียบโอนกันได้ 

ที่ผ่านมา มีความพยายามจะนำระบบ Credit Bank มาเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญเพื่อปฏิรูปการศึกษาไทยมาหลายยุค หลายสมัย ทว่า ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนมาในยุค ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ที่มีการเดินหน้าในเรื่องนี้ครบทุกมิติ โดยเฉพาะการทำให้โครงการ ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศอย่าง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งจะเอื้อต่อการที่คนทำงานในพื้นที่จะไปอัปสกิลทักษะจำเป็นในการทำงาน โดยสามารถทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ได้ 

เพื่อทำความเข้าใจจุดเด่นและโอกาสที่จะเกิดการจัดตั้ง ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เราได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการใช้โครงการนี้เป็นกลไกในการปฏิรูปการศึกษายุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 ครั้งนี้มานำเสนอกัน 

ส่องต้นแบบการใช้ Credit Bank พัฒนาในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในต่างประเทศ

สำหรับระบบ การสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Academic Credit Bank : Credit Bank) นับเป็นระบบที่แพร่หลายในต่างประเทศ ทั้งในประเทศฝั่งตะวันตก ยุโรป และในเอเชียเอง เพราะทุกที่ตระหนักตรงกันว่าเป็นวิธีที่ดีในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและกระตุ้นให้พวกเขาไม่หยุดเรียนรู้ แม้จะอยู่ในวัยทำงานแล้วหรือไม่ก็ตาม

 

สหรัฐอเมริกา

การศึกษาในสหรัฐฯ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท นั่นคือ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยมี หลักการและแนวคิดในการปรับเอาระบบเครดิตแบงก์ หรือ ธนาคารหน่วยกิตมาใช้ คือ จะมีระบบการประเมินผลการเรียนรู้เดิม ซึ่งเปนการเทียบโอนประสบการณ์การใช้ชีวิตและการทำงานให้เป็นที่ยอมรับในรูปแบบ หน่วยกิตทางการศึกษา ให้ผลการเรียนอยู่ในระดับที่สูงขึ้น เน้นการเข้าถึงการเรียนของคนทุกกลุ่ม และช่วยตอบสนองความต้องการของผู้กำลังศึกษาได้ตรงยิ่งขึ้น โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้เป็น นักศึกษา ผู้ใหญ่ที่กลับเข้าสู่โรงเรียนหรือกลับเข้าสู่การทำงาน ผู้ว่างงาน และลูกจ้างในสถานประกอบการ 

ส่วนรูปแบบการเทียบโอนและการรับรองการเทียบโอนเพื่อสะสมหน่วยกิต ระบบการเทียบโอนจะครอบคลุมทั้งการศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา เพื่อเชื่อมโยงภาคการศึกษาและการทำงาน และสามารถรับหน่วยกิตจากการเรียนในหลักสูตรการทอดสอบ การฝึกงานและรูปแบบการเรียนรู้แบบอื่นๆ ทั้งการเรียนรู้นอกระบบและการเรียนรู้ตามอัธยาศัย 

ทั้งนี้ มีหน่วยบริหารจัดการและกลไกการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต โดยมีหลายหน่วยงานที่รับเทียบโอน อย่างองค์กรขนาดใหญ่ American Council on Education และ The Council for Adult and Experiential Learning เป็นหน่วยงานหลัก และนโยบายการเทียบโอนหน่วยกิตของมลรัฐ ก็ก่อให้เกิดความคล่องตัวแก่ผู้เรียน การโอนย้ายระหว่างสถาบันการศึกษาหรือหลักสูตรภายในมลรัฐ

 

ออสเตรเลีย

ให้ความสนับสนุนธุรกิจทางการศึกษา จนเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สำคัญของประเทศ โดยระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ระยะเวลาของการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ 13 ปี โดยแบ่งออกเป็น

·      ระดับประถมศึกษา เด็กที่มีอายุระหว่าง 6-12 ปี

·      ระดับมัธยมศึกษา แบ่งเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย

·      ระดับอุดมศึกษา มีทั้ง มหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรืออาชีวศึกษาและการฝึกอบรม 

ทั้งนี้ หลักการและแนวคิดในการปรับเอาระบบเครดิตแบงก์ หรือ ธนาคารหน่วยกิตมาใช้ คือ เน้นการรับรองผลการเรียนรู้เดิม เพื่อให้การรับรองผลการเรียนรู้และทักษะจากการศึกษาในระบบ และจากการทำงาน จากประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตรหรือคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องมานับเป็นหน่วยการเรียนรู้ตามหลักสูตรหรือคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง มีการรับรองสมรรถนะของบุคคลโดยยึดโยงกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และคำนึงถึงการลดความซ้ำซ้อน 

โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น หรือผู้ที่ต้องการนำสมรรถนะในการทำงาน ที่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตโดยการรับรองการเรียนรู้เดิมให้เชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มีระบบเทียบโอนระหว่างสถาบันการศึกษาทั้งในและระหว่างประเทศ และการเทียบโอนหน่วยกิต ผู้เรียนสามารถนำหน่วยกิตจากหลักสูตรอื่นๆที่เคยเรียนมา หรือจากประสบการณ์ทำงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตในหลักสูตรที่กำลังจะเข้าศึกษาใหม่ได้ การประเมินคุณสมบัติของผู้เรียนขึ้นกับผลลัพธ์การเรียนรู้และทักษะในการทำงานรวมถึงความสามารถด้านอื่นๆ 

ส่วนหน่วยบริหารจัดการและกลไกการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตมี Department of Education skills and Employment ดูแลการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี Australian Qualification Framework ควบคุมคุณภาพการศึกษา มี Australian skills quality authority ควบคุมการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมของสถาบันต่างๆ และมีการควบคุมมาตรฐานโดย College of Technical and Future Education หรือ TAFE เป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานอีกขั้น

 

เกาหลีใต้

สาธารณรัฐเกาหลีหรือประเทศเกาหลีใต้ ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างประเทศหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนากำลังคน แรงงาน และพัฒนาประเทศ ด้วยการจัดการศึกษาตลอดชีวิต เปิดโอกาสการเรียนรู้ให้ประชาชนอย่างกว้างขวางด้วยการใช้ ระบบธนาคารหน่วยกิต” วางแผนการเรียนรู้ได้ตามความต้องการของผู้เรียน ตามเวลา สถานที่ที่เหมาะสมกับสภาพและความสนใจ ส่งเสริมการเรียนรู้แบบตลอดชีวิตของประชาชนได้โดยตลอด ตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมและระบบมหาวิทยาลัยตามปกติไม่สามารถให้ได้ 

โดยระบบ ธนาคารหน่วยกิต ของ เกาหลีใต้ เรียกว่า Academic Credit Bank System หรือ ACBS ซึ่งยึดหลักเชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และคุณวุฒิวิชาชีพไว้เป็นระบบอย่างชัดเจน มีการรับรองผลการเรียนรู้ที่หลากหลายทั้งจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และจากประสบการณ์การเรียนรู้ 

ทั้งนี้มีหน่วยงานเฉพาะที่มาบริหารจัดการและกลไกการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต คือ กระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งชาติ

เปิดเส้นทางการจัดตั้ง ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ พร้อมรันระบบในพื้นที่ EEC 

สำหรับประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับการสะสมหน่วยการเรียนรู้ในด้านของการเทียบโอนความรู้ และประสบการณ์อย่างชัดเจน เมื่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 15 ได้บัญญัติว่า การจัดการการศึกษามีสามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือจากประสบการณ์การทำงาน” 

มหาวิทยาลัยในเมืองไทยหลายแห่งเริ่มนำระบบเครดิตแบงก์ไปบรรจุไว้ในการเรียนการสอน โดยนักศึกษาไม่จำเป็นต้องเรียนต่อเนื่องครบ 4 ปี หากเรียนไปแล้วสักพักอยากออกไปทำงาน ไปสร้างธุรกิจแล้วค่อยกลับมาเรียน มหาวิทยาลัยก็จะเก็บหน่วยกิตไว้ให้ จะกลับมาเรียนเมื่อไรก็ได้ โดยผลการเรียนยังคงอยู่

ส่วนการขยายแนวคิดของการนำระบบเครดิตแบงก์มาใช้ในระดับชาติก็ได้เกิดขึ้นมาในทุกยุคสมัย จนกระทั่ง ในพื้นที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจอย่าง EEC ได้มีการนำรูปแบบการเรียนการสอนแบบ EEC Model มาใช้ โดย ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) ได้อธิบายถึงการปรับเอา ระบบเครดิตแบงก์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในแบบ EEC Model ว่า 

วันนี้ความเคลื่อนไหวในการจัดการศึกษาแบบ EEC Model ไปไกลและเชื่อมโยงให้เกิด ‘ชุมชนการเรียนรู้ทางอาชีพ’ ได้ลึกกว่ามาก มีการจัดการภูมิทัศน์และการบริหารจัดการศึกษาใหม่ให้เข้ากับโลกแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป” 

โดยสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งสามารถแบ่งปันและใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถาบันได้ ในขณะที่ครูเป็นผู้ปรับสร้างการเรียนรู้แบบโค้ช (Coaching) ที่ลงมือปฏิบัติงานและร่วมกับสถานประกอบการ สร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นตรงตามสายงานที่ศึกษา” 

ร่วมกับการปรับและจัดหลักสูตรเป็นแบบ โมดูล (Module) ที่เชื่อมต่อจากการศึกษาพื้นฐานผ่านการศึกษาอาชีวะไปจนถึงระดับปริญญาและสูงกว่า (ในกรณีที่ผู้เรียนต้องการ) โดยมี หลักสูตรระยะสั้น (Short Course) เป็นกลไกปรับเพิ่มเสริมทักษะ (Upskill, Reskill) รวมทั้งยังมีการพัฒนาการเรียนการสอนออนไลน์ตามความต้องการ และตามสภาพความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคใหม่” 

สำหรับการบริหารจัดการศึกษาในสถาบันการศึกษา จะปรับฐานการบริการการศึกษาเป็นแบบเครดิตแบงก์ที่ให้สะสมหน่วยกิตการเรียนได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เรียนในการที่จะทำงาน พัฒนาทักษะ ประสบการณ์ชีวิต ฯลฯ คู่ขนานไปกับการเรียนการสอน” 

ความคืบหน้าล่าสุดของ ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ รองรับการพัฒนากำลังคนทุกช่วงวัย

ดังที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่า เป็นที่น่ายินดี ที่โครงการ ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ มีความคืบหน้าแล้ว โดยล่าสุด ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ให้ข้อมูลว่า 

ขณะนี้ อว. กำลังเร่งดำเนินการจัดทำ “ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ” (National Credit Bank) เพื่อรองรับการพัฒนากำลังคนตลอดทุกช่วงวัย (Lifelong learning) ตามนโยบายของตนที่ต้องการเปิดโอกาสให้คนในทุกช่วงวัย” 

โดยเฉพาะในวัยทำงานและวัยเกษียณสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงได้พัฒนาและเรียนรู้ทักษะใหม่ที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน เพื่อเอาไปต่อยอดในการทำงาน พัฒนาตนเอง ตลอดจนสามารถสะสมไว้เพื่อการศึกษาต่อในระดับต่างๆ ได้ โดยตนได้มอบหมายให้สำนักงานปลัด อว. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาตินี้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อรองรับการศึกษาทุกช่วงวัย ที่สอดรับกับการปฏิรูปอุดมศึกษา ที่ตนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง” 

รมว.อว.กล่าวต่อว่า ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาตินี้จะทำหน้าที่ในการรับฝากหน่วยกิตของผู้เรียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่เป็นใครก็ได้ที่เมื่อไปเรียนในหลักสูตรต่างๆ”

ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรประกาศนียบัตร หลักสูตร Non Degree หรือหลักสูตรการฝึกอบรมทั่วไป ก็จะสามารถนำหน่วยกิตมาเก็บสะสมไว้ได้ในธนาคารกลางแห่งนี้ ซึ่งการฝากและสะสมหน่วยกิตนี้ จะเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละมหาวิทยาลัยหรือสถาบันฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองคุณภาพจาก อว. โดยเมื่อสะสมหน่วยกิตได้ถึงระดับหนึ่งจะสามารถได้รับใบประกาศนียบัตรความเชี่ยวชาญ หรือปริญญาบัตร เพื่อแสดงถึงการเป็นผู้มีความรู้และทักษะในด้านต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานและการทำธุรกิจต่อไป” 

อ้างอิง : Presentation เรื่อง ระบบธนาคารหน่วยกิต : ข้อเสนอเชิงนโยบายและกลไกสู่การปฏิบัติ” ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (1 กันยายน 2563) 

ที่มา ; SALIKA

สรุปสาระสำคัญ

แนวคิด “ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)” เป็นระบบการศึกษาตลอดชีวิตที่มุ่งเชื่อมโยงการเรียนรู้กับประสบการณ์การทำงานเข้าด้วยกัน ทำให้ผู้เรียนสามารถสะสมและเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษาในระบบ นอกระบบ การฝึกอบรม และประสบการณ์จริงได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อพัฒนาทักษะและยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ตลอดช่วงชีวิต แนวคิดนี้ได้รับการพิสูจน์ความสำเร็จจากหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ที่ใช้ระบบเครดิตแบงก์ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถกำลังแรงงาน

ประเทศไทยมีฐานกฎหมายรองรับตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และฉบับแก้ไข ที่เปิดให้เทียบโอนผลการเรียนได้หลายรูปแบบ ปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัยเริ่มใช้ระบบดังกล่าว รวมถึงแนวคิดการยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการจบการศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบไม่จำกัดเวลา

ในระดับนโยบาย มีการพัฒนา “ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ” เพื่อรองรับการเรียนรู้ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยทำงานและผู้สูงอายุ ควบคู่กับการปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่ EEC ที่เน้นการเรียนแบบโมดูล การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) และความร่วมมือกับสถานประกอบการ เพื่อให้ “การเรียนและการทำงานเป็นเรื่องเดียวกัน” อย่างแท้จริงในศตวรรษที่ 21

ข้อสอบ

ข้อ 1

เป้าหมายสำคัญของระบบธนาคารหน่วยกิตคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา
ข. แยกการเรียนออกจากการทำงาน
ค. เชื่อมโยงการเรียนรู้กับประสบการณ์การทำงาน
ง. ลดบทบาทของสถานศึกษา

เฉลย: ค
เหตุผล: ธนาคารหน่วยกิตมุ่งบูรณาการการเรียนกับประสบการณ์จริงให้เป็นระบบเดียวกัน

ข้อ 2

ข้อใดสะท้อนแนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ได้ดีที่สุด
ก. เรียนจบในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น
ข. เรียนเฉพาะในสถานศึกษา
ค. เรียนรู้ได้ทุกช่วงวัยและทุกสถานที่
ง. จำกัดเฉพาะวัยเด็กและเยาวชน

เฉลย: ค
เหตุผล: Lifelong learning คือการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต

ข้อ 3

ประเทศใดเป็นตัวอย่างความสำเร็จของระบบเครดิตแบงก์
ก. ไทย ญี่ปุ่น จีน
ข. เกาหลีใต้ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย
ค. ลาว เวียดนาม กัมพูชา
ง. อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุ 3 ประเทศนี้เป็นต้นแบบ

ข้อ 4

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติไทยเน้นเรื่องใด
ก. การสอบมาตรฐานเดียว
ข. การเรียนในระบบเท่านั้น
ค. การเทียบโอนผลการเรียน
ง. การลดจำนวนมหาวิทยาลัย

เฉลย: ค
เหตุผล: มาตรา 15 รองรับการเทียบโอนผลการเรียนทุกระบบ

ข้อ 5

แนวคิด “Upskill / Reskill” หมายถึงข้อใด
ก. ลดทักษะเพื่อความเชี่ยวชาญเฉพาะ
ข. เพิ่มและปรับเปลี่ยนทักษะให้ทันสมัย
ค. เรียนเฉพาะทฤษฎี
ง. ยกเลิกการฝึกอาชีพ

เฉลย: ข
เหตุผล: คือการพัฒนาและปรับทักษะให้ทันการเปลี่ยนแปลง

ข้อ 6

บทบาทของ EEC Model คือข้อใด
ก. ลดการใช้เทคโนโลยี
ข. แยกโรงเรียนออกจากสถานประกอบการ
ค. เชื่อมการศึกษาเข้ากับการทำงานจริง
ง. เน้นการเรียนแบบท่องจำ

เฉลย: ค
เหตุผล: EEC เน้นการเรียนเชิงปฏิบัติร่วมกับสถานประกอบการ

ข้อ 7

ข้อใดคือผลของการยกเลิกการกำหนดระยะเวลาจบการศึกษา
ก. ผู้เรียนถูกจำกัดเวลาเรียนมากขึ้น
ข. ผู้เรียนมีความยืดหยุ่นในการเรียนรู้
ค. ลดคุณภาพการศึกษา
ง. ทำให้ไม่สามารถเรียนต่อได้

เฉลย: ข
เหตุผล: เปิดโอกาสเรียนตามความพร้อมของผู้เรียน

ข้อ 8

ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติมีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. สอบวัดผลเพียงอย่างเดียว
ข. รับฝากและสะสมหน่วยกิตจากหลายแหล่ง
ค. ปิดกั้นการเรียนออนไลน์
ง. จำกัดการเทียบโอน

เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นศูนย์กลางสะสมและเทียบโอนหน่วยกิต

ข้อ 9

การเรียนแบบโมดูล (Module) มีลักษณะอย่างไร
ก. เรียนครบทุกวิชาพร้อมกัน
ข. แบ่งการเรียนเป็นหน่วยย่อยเชื่อมต่อกัน
ค. ไม่สามารถเทียบโอนได้
ง. เรียนเฉพาะภาคทฤษฎี

เฉลย: ข
เหตุผล: โมดูลคือการแบ่งหน่วยการเรียนรู้ย่อยที่เชื่อมโยงกัน

ข้อ 10

แนวคิดสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษที่ 21 คือข้อใด
ก. แยกการเรียนออกจากชีวิตจริง
ข. ลดบทบาทเทคโนโลยี
ค. บูรณาการการเรียนรู้กับการทำงานและเทคโนโลยี
ง. จำกัดการเรียนรู้เฉพาะในโรงเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: การศึกษายุคใหม่ต้องเชื่อมกับเทคโนโลยีและการทำงานจริง

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น