
กรณีศึกษา 1 เปลี่ยนสัญญาเช่าบ้านเพื่อให้เกิดสิทธิ์เบิกค่าเช่าบ้านขณะที่สัญญายังไม่สิ้นสุดได้หรือไม่
ข้อเท็จจริง ; พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2561 กำหนดอัตราค่าเช่าบ้านสูงสุดถึง 6,000 บาท
1.บุคลากร 38 ค (2) ที่มีสิทธิ์ฯ ให้ใช้อัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนเป็นฐานเบิกจ่าย
-ระดับชำนาญการ เงินเดือน 24,680 ขึ้นไป สิทธิสูงสุดถึง 6,000 บาท
-ระดับชำนาญการพิเศษ, ชำนาญงานพิเศษ เงินเดือน 24,270 ขึ้นไป สิทธิสูงสุดถึง 6,000 บาท
ข้อสงสัย ; เมษายน (2564) ที่ผ่านมา เงินเดือนถึงเกณฑ์ จะเบิกได้ 6,000 บาทหรือไม่อย่างไร?
-จะเบิกได้ 6,000 ก็ต่อเมื่อ สัญญาเช่าบ้านที่ทำก่อนหน้านั้น มีอัตราค่าเช่าต่อเดือน 6,000 บาทขึ้นไปอยู่แล้ว (จะเปลี่ยนสัญญากลางคันเพื่อให้เกิดสิทธิ์สูงสุดไม่ได้ หากสัญญาหมดอายุค่อยทำใหม่ถึงเกิดสิทธิ์)
- จะเบิกได้ 6,000 ก็ต่อเมื่อ สัญญาเช่าชื้อ (กู้เงินธนาคาร) มีอัตราผ่อนชำระรายเดือน 6,000 บาทขึ้นไปอยู่แล้ว


2.ข้าราชการครู(ครู ศน.ผู้บริหารฯ) ที่มีสิทธิ์ฯและให้ใช้อัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเบิกจ่าย
- อันดับ ค.ศ.2 เงินเดือน ขั้นที่ 17 ขึ้นไป สิทธิสูงสุดถึง 6,000 บาท
- อันดับ ค.ศ.3 เงินเดือน ขั้นที่ 12 ขึ้นไป สิทธิสูงสุดถึง 6,000 บาท
- อันดับ ค.ศ.4 เงินเดือน ขั้นที่ 7 ขึ้นไป สิทธิสูงสุดถึง 6,000 บาท
ข้อสงสัย1 ; เมษายน (2564) ที่ผ่านมา เงินเดือนถึงเกณฑ์ จะเบิกได้ 6,000 บาทหรือไม่อย่างไร?
- จะเบิกได้ 6,000 ก็ต่อเมื่อ สัญญาเช่าบ้าน สัญญาเช่าซื้อฯ เหมือนบุคลากร 38 ค (2)
ข้อสงสัย2 ; ข้าราชการครูอื่น เงินเดือนตามกฎ ก.ค.ศ. ไม่เป็นขั้นที่...แล้ว แต่อัตราเบิกฯเป็นไปตามขั้นเงินเดือน จะเทียบอย่างไร?
- ขณะนี้กรมบัญชีกลางกำลังแก้ไขพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ....) พ.ศ....ให้เป็นช่วงเงินเดือนแทนขั้น
- ใช้อัตราเงินเดือนตามร่างเปรียบเทียบเพื่อคิดค่าเช่าบ้านได้


สรุป จะเปลี่ยนสัญญากลางคันเพื่อให้เกิดสิทธิ์สูงสุดไม่ได้ หากสัญญาหมดอายุค่อยทำใหม่ถึงเกิดสิทธิ์
อ้างอิงหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 04223/29955 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2553 เรื่อง สิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ
กรณีที่ 2 เช่าบ้านอยู่ต่างท้องถิ่นกับสถานที่ปฏิบัติงานจะเบิกค่าเช่าบ้านได้หรือไม่
สิทธิในการเบิกเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการเป็นสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่รัฐให้แก่ข้าราชการโดยพ.ร.ฎ.ค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547 มาตรา 7 กำหนดให้สิทธิแก่ข้าราชการซึ่งได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยอันเนื่องมาจากทางราชการมีคำสั่งให้เดินทางไปปฏิบัติราชการเป็นการประจำในต่างท้องที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ ที่จะไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้
(1) ทางราชการได้จัดที่พักให้อยู่แล้ว
(2) มีเคหสถานอันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรสในท้องที่ไปประจำสำนักงานใหม่โดยไม่มีหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงิน
(3) ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ในท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรกหรือท้องที่ที่กลับเข้ารับราชการใหม่
(4) ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ในต่างท้องที่ตามคำร้องขอของตนเอง
นอกจากนี้ กรณีที่ข้าราชการที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านได้เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านในท้องที่ประจำสำนักงานใหม่ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและได้อาศัยอยู่จริงในบ้านนั้น มาตรา 17 ได้กำหนดให้มีสิทธินำหลักฐานการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้มาเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้ ไม่เกินจำนวนที่กำหนดตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการ
อย่างไรก็ตาม กรณีบ้านที่ข้าราชการเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน แต่บ้านดังกล่าว “#อยู่ต่างท้องที่กับสถานที่ปฏิบัติงาน” จะมีสิทธินำหลักฐานการผ่อนชำระมาเบิกเงินค่าเช่าบ้านตามพ.ร.ฎ.ค่าเช่าบ้านข้าราชการฯ ได้ หรือไม่
เจตนารมณ์ของ พ.ร.ฎ.ค่าเช่าบ้านข้าราชการ
โดยมาตรา 7 เป็นการกำหนดเกี่ยวกับสิทธิของข้าราชการในการขอเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ โดยกำหนดให้ข้าราชการที่ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่มีสิทธิจะได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการได้ ทั้งนี้ เนื่องจากทางราชการต้องการที่จะช่วยเหลือข้าราชการที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยอันเนื่องมาจากทางราชการเป็นเหตุ
ดังนั้น ถ้าหากข้าราชการที่ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่ได้รับความเดือดร้อนต้องมีภาระเพิ่มขึ้นในการเช่าบ้านเพื่ออยู่อาศัยในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในต่างท้องที่ดังกล่าว ข้าราชการผู้นั้นย่อมมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้ แม้ว่าบ้านที่ได้เช่าและใช้พักอาศัยเพื่อเดินทางไปปฏิบัติราชการจะตั้งอยู่ต่างท้องที่กับท้องที่ที่สำนักงานใหม่ตั้งอยู่ก็ตาม และมาตรา 17 ได้กำหนดให้ข้าราชการที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามมาตรา 7 โดยสมบูรณ์แล้ว และได้เช่าซื้อบ้านหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ค้างชำระในท้องที่ที่ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ และได้อาศัยอยู่จริงในบ้านที่เช่าซื้อหรือบ้านที่ผ่อนชำระเงินกู้ ให้มีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้ไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการ ซึ่งเป็นการขยายสิทธิในการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตามมาตรา 7 โดยขยายรวมไปถึงการเช่าซื้อหรือการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ค้างชำระด้วย
ทำให้ข้าราชการที่ประสงค์จะมีบ้านเป็นของตนเองโดยการเช่าซื้อหรือกู้เงินเพื่อชำระราคาบ้านสามารถเบิกเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการเพื่อนำไปชำระค่าเช่าซื้อหรือชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวบางส่วนได้
การตีความ “ท้องที่” ว่าจะต้องเป็นบ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่ปฏิบัติงานด้วยหรือไม่
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การตีความคำว่า “ท้องที่” ตามมาตรา 4 ประกอบมาตรา 17 พ.ร.ฎ.ค่าเช่าบ้านข้าราชการ ของผู้ถูกฟ้องคดี ย่อมทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ฟ้องคดี และไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการขยายสิทธิในการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ ให้รวมถึง “การเช่าซื้อหรือการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน” อันเป็นการสนับสนุนให้ข้าราชการได้มีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตนเอง และทำให้ทางราชการรับภาระค่าเช่าบ้านข้าราชการที่ต้องจ่ายให้แก่ข้าราชการผู้นั้นอย่างมีกำหนดเวลา
ดังนั้น เมื่อข้าราชการผู้ใดมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการได้เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ตั้งอยู่ต่างท้องที่กับท้องที่ที่สำนักงานตั้งอยู่ และการเดินทางไปทำงานที่สำนักงานซึ่งได้รับคำสั่งให้ไปประจำไม่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ข้าราชการผู้นั้นก็ย่อมมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้หรือชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้ในทำนองเดียวกันกับการใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการสำหรับบ้านเช่าที่อยู่ต่างท้องที่กับท้องที่ที่สำนักงานตั้งอยู่
เมื่อผู้ฟ้องคดีเป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการสำหรับบ้านเช่าที่ตั้งอยู่ในท้องที่ที่สำนักงานตั้งอยู่ และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการด้วยเงื่อนไขอื่นๆ ตามมาตรา 7 และมาตรา 17 แต่อย่างใด ต่อมาได้นำหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ตนเองใช้เป็นที่อยู่อาศัยซึ่งจ.นนทบุรี เป็นจังหวัดที่มีเขตติดต่อกับกรุงเทพ จึงเป็นท้องที่ใกล้เคียงกับท้องที่ที่ตั้งสำนักงานของผู้ถูกฟ้องคดีตามบัญชีรายชื่อท้องที่ใกล้เคียงกรณีกรุงเทพกับจังหวัดใกล้เคียงท้ายระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2549 และการเดินทางไม่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ดังนั้น แม้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจะตั้งอยู่ “ต่างท้องที่” กับท้องที่ที่สำนักงานตั้งอยู่ ก็หาได้ทำให้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการของผู้ฟ้องคดีที่มีอยู่ต้องสิ้นผลแต่อย่างใด
ผู้ฟ้องคดีจึงมีสิทธินำหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ซื้อมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้นับแต่วันที่ได้เข้าพักอาศัยอยู่จริงตามมาตรา 17 แห่งพ.ร.ฎดังกล่าว
ที่มา ; ศาลปกครอง
เกี่ยวข้องกัน
แนวทางแก้ไขปัญหาบางประการ
สำนักมาตรฐานค่าตอบแทนและสวัสดิการได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างเสนอกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณา โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1. ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือพนักงานตามกฎหมายอื่นที่ได้โอนมาเป็นข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้ไม่มีสิทธิได้รับ ค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้ (แก้ไขเพิ่มเติม ม.7)
2. ให้ข้าราชการผู้มีสิทธิที่ได้เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ตั้งอยู่ในท้องที่ตามหลักเกณฑ์ ที่กระทรวงการคลังกำหนด มีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้ (แก้ไขเพิ่มเติม ม.7)
3. กำหนดข้อยกเว้นที่ทำให้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ กรณีที่ข้าราชการมีเคหสถานอันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง หรือคู่สมรสในท้องที่ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งได้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้จากทางราชการตาม มาตรา 17 โดยไม่มีหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงิน (แก้ไขเพิ่มเติม ม.7)
4. กำหนดข้อยกเว้นที่ทำให้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ กรณีที่ข้าราชการที่ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ ซึ่งเคยใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ตั้งอยู่ในท้องที่ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดมาเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการ โดยไม่มีหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงิน (แก้ไขเพิ่มเติม ม.7)
5. ให้ข้าราชการที่รับราชการประจำหรือได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในท้องที่ใด ซึ่งเคยใช้สิทธินำหลักฐาน การชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ตั้งอยู่ในท้องที่ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด มาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตามมาตรา 17 โดยไม่มีหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงิน และได้โอนกรรมสิทธิ์ในบ้านไปด้วยเหตุใด ก็ไม่ทำให้เกิดสิทธิที่จะได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการในระหว่างรับราชการในท้องที่นั้น (แก้ไขเพิ่มเติม ม.9)
อ้างอิง
1. พระราชกฤษฏีกาว่าด้วยค่าเช่าบ้านราชการ พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมสรุปปสาระสำคัญฯ
3. ร่างแก้ไข พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่...) พ.ศ.....
4. คู่มือการดำเนินงานเกี่ยวกับค่าเช่าบ้านข้าราชการ