สมาชิกเข้าสู่ระบบ

อินเดียเตรียมเปลี่ยนชื่อประเทศจากอินเดียเป็น ‘ภารัต’ (Bharat)

วันนี้ (5 กันยายน 2023) สำนักข่าว Times Now ได้รายงานว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ของอินเดียเตรียมที่จะเปลี่ยนชื่อประเทศของอินเดียเป็น ‘ภารัต’ (Bharat) ผ่านการลงมติในการประชุมพิเศษของรัฐสภาอินเดียที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-22 กันยายนนี้

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากสมาชิกระดับสูงของรัฐบาลอินเดียหลายคน รวมถึงในการประชุม G20 ที่จะจัดขึ้นที่อินเดียในอีกไม่กี่วันนี้ คำเชิญร่วมรับประทานอาหารค่ำจากประธานาธิบดีอินเดียที่ส่งไปถึงผู้นำของ G20 จะมีการระบุว่ามาจากประธานาธิบดีแห่งภารัต (President of Bharat) ไม่ใช่ประธานาธิบดีแห่งอินเดีย

ในรัฐธรรมนูญอินเดียมาตรา 1 ก็ได้ระบุว่า อินเดียซึ่งก็คือภารัต จะเป็นสหภาพแห่งรัฐ (India, that is Bharat, shall be a Union of States)

ส่วนเหตุผลที่นำไปสู่การเปลี่ยนชื่ออินเดียเป็นภารัต ก็เนื่องจากมองว่า อินเดียเป็นชื่อที่ถูกตั้งโดยชาวตะวันตก และสื่อถึงความเป็นทาสในยุคอาณานิคม คำว่าอินเดียจึงสมควรที่จะถูกลบออกจากรัฐธรรมนูญอินเดีย

ขณะที่ภารัตเป็นชื่อภาษาสันสกฤตของอินเดีย ภารัตมีความหมายถึงประเทศของท้าวภรต (พา-ระ-ตะ) กษัตริย์ในตำนานของอินเดียในมหากาพย์เรื่องมหาภารตะ เพราะชาวอินเดียเชื่อว่าพวกเขาคือลูกหลานของท้าวภรต ชาวอินเดียต่างก็เรียกประเทศของพวกเขาว่าภารัตเป็นเวลาช้านาน ดังนั้นชื่อภารัตจึงสะท้อนถึงอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ของอินเดียอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามเรื่องที่อินเดียอาจจะเปลี่ยนชื่อเป็นภารัต ก็ถูกกลุ่มการเมืองบางกลุ่มในอินเดียวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน อย่างเช่นอาวิน เกจริวัล (Arvind Kejriwaj) หัวหน้าพรรคอามอาทมี (AAP) และหัวหน้าคณะรัฐมนตรีของกรุงเดลีก็ได้กล่าวว่า อินเดียเป็นประเทศของคน 1,400 ล้านคนไม่ใช่แค่กับพรรคภารตียชนตาหรือ BJP ของนายกโมดีเพียงอย่างเดียว

 

References

• The Economic Times. India to be renamed 'Bharat'? Govt may bring resolution in Parliament's special. https://bitly.ws/TXKc

• The Guardian. Bharat G20 invitation fuels rumours India may change name. https://bitly.ws/TXKu

#HistofunDeluxe

สรุปสาระสำคัญ

สื่อ Times Now รายงานว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย เตรียมเสนอเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “อินเดีย” เป็น “ภารัต (Bharat)” ในการประชุมรัฐสภาพิเศษช่วงวันที่ 18–22 กันยายน 2023 โดยมีการยืนยันจากสมาชิกระดับสูงของรัฐบาลอินเดีย และมีแนวโน้มว่าจะใช้ชื่อ “ภารัต” ในเวทีระหว่างประเทศ เช่น การประชุม G20 ผ่านเอกสารเชิญที่ระบุ “ประธานาธิบดีแห่งภารัต” แทน “ประธานาธิบดีแห่งอินเดีย”

ตามรัฐธรรมนูญอินเดียมาตรา 1 ระบุอยู่แล้วว่า “India, that is Bharat” แสดงว่าทั้งสองชื่อมีสถานะทางกฎหมายร่วมกัน แนวคิดการเปลี่ยนชื่อมีเหตุผลจากการมองว่า “อินเดีย” เป็นชื่อที่มีรากจากอาณานิคมตะวันตกและสะท้อนความเป็นอดีตยุคถูกครอบงำ ขณะที่ “ภารัต” เป็นชื่อภาษาสันสกฤต มีรากจากตำนานกษัตริย์ภรตในมหากาพย์มหาภารตะ สะท้อนอัตลักษณ์และความเป็นเจ้าของทางวัฒนธรรมของชาวอินเดีย

อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากบางพรรคการเมือง เช่น พรรค AAP โดยมองว่าอาจเป็นการผูกขาดอัตลักษณ์ชาติ และไม่ควรเป็นการตัดสินใจของพรรคการเมืองใดเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากอินเดียเป็นประเทศของประชาชนกว่า 1,400 ล้านคน การเปลี่ยนชื่อจึงเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการเมือง ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ชาติอย่างลึกซึ้ง

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

เหตุผลสำคัญของฝ่ายสนับสนุนการเปลี่ยนชื่อ “อินเดีย” เป็น “ภารัต” คือข้อใด
ก. เพื่อเพิ่มอำนาจทางเศรษฐกิจ
ข. เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อในเวที G20
ค. เพื่อลดความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน
ง. เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์และลดอิทธิพลอาณานิคม

เฉลย: ง
เหตุผลหลักคือการฟื้นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและลดภาพลักษณ์อาณานิคม ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

 

ข้อ 2

คำว่า “India, that is Bharat” ในรัฐธรรมนูญอินเดียมีความหมายว่าอย่างไร
ก. ใช้ชื่อได้เพียงชื่อเดียว
ข. อินเดียและภารัตมีสถานะเท่ากัน
ค. ภารัตใช้เฉพาะในพิธีกรรม
ง. อินเดียเป็นชื่อไม่เป็นทางการ

เฉลย: ข
รัฐธรรมนูญยอมรับทั้งสองชื่ออย่างเป็นทางการ

 

ข้อ 3

ข้อใดเป็นผลกระทบเชิงการเมืองจากแนวคิดเปลี่ยนชื่อประเทศ
ก. ลดงบประมาณประเทศ
ข. เพิ่มการลงทุนต่างชาติทันที
ค. เกิดการถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศ
ง. ทำให้รัฐธรรมนูญใช้ไม่ได้

เฉลย: ค
เกิดความเห็นต่างจากหลายฝ่ายทางการเมือง

 

ข้อ 4

ชื่อ “ภารัต” มีรากมาจากสิ่งใด
ก. ภาษาอังกฤษสมัยใหม่
ข. ภาษาสันสกฤตและตำนานกษัตริย์
ค. ภาษาเปอร์เซีย
ง. ภาษาจีนโบราณ

เฉลย: ข
มีรากจากสันสกฤตและตำนานมหาภารตะ

 

ข้อ 5

ข้อใดสะท้อนมุมมองของฝ่ายคัดค้านมากที่สุด
ก. ประเทศควรมีชื่อเดียวเพื่อความชัดเจน
ข. การเปลี่ยนชื่อจะเพิ่มรายได้
ค. ประเทศเป็นของประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ใช่พรรคใดพรรคหนึ่ง
ง. ภารัตเป็นชื่อที่ทันสมัยกว่า

เฉลย: ค
เน้นการเป็นเจ้าของร่วมของประชาชนทั้งหมด

 

ข้อ 6

การใช้ชื่อ “ประธานาธิบดีแห่งภารัต” ในเอกสาร G20 มีนัยสำคัญอย่างไร
ก. เป็นการเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการแล้ว
ข. เป็นสัญญาณการใช้ชื่อใหม่ในเวทีสากล
ค. เป็นเอกสารผิดพลาด
ง. ไม่มีความหมายทางการเมือง

เฉลย: ข
เป็นสัญญาณเชิงสื่อสารต่อประชาคมโลก

 

ข้อ 7

ประเด็นหลักของการถกเถียงเรื่องการเปลี่ยนชื่อประเทศคืออะไร
ก. เศรษฐกิจและการค้า
ข. กีฬาและวัฒนธรรม
ค. อัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และการเมือง
ง. เทคโนโลยี

เฉลย: ค
เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์เป็นหลัก

 

ข้อ 8

รัฐธรรมนูญอินเดียมาตรา 1 สะท้อนแนวคิดใด
ก. การแบ่งแยกรัฐ
ข. การยอมรับความหลากหลายของชื่อประเทศ
ค. การใช้ชื่อภารัตแทนอินเดียเท่านั้น
ง. การยกเลิกรัฐธรรมนูญเดิม

เฉลย: ข
ยอมรับสองชื่อควบคู่กัน

 

ข้อ 9

เหตุใดชื่อ “อินเดีย” จึงถูกมองว่าเป็นปัญหาโดยบางฝ่าย
ก. ฟังไม่ไพเราะ
ข. เป็นชื่อที่มาจากยุคอาณานิคมตะวันตก
ค. ใช้ยากในภาษาท้องถิ่น
ง. ไม่มีความหมาย

เฉลย: ข
เกี่ยวข้องกับอิทธิพลอาณานิคม

 

ข้อ 10

หากผู้บริหารการศึกษาจะใช้กรณีนี้เป็นบทเรียน ควรเน้นประเด็นใด
ก. การท่องจำชื่อประเทศ
ข. การวิเคราะห์อัตลักษณ์และการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย
ค. การคัดลอกข่าว
ง. การใช้ภาษาอังกฤษ

เฉลย: ข
เน้นการคิดวิเคราะห์เชิงนโยบายและอัตลักษณ์ชาติ

 
 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น