
"...ขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศรับมือกับ COVID-19 คนในพื้นที่เหล่านั้นยังต้องทนทุกข์กับสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดในโลก แม้สถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อฝนมา แต่อีกไม่กี่เดือนความเลวร้ายก็จะกลับมาอีก จะต้องแก้ปัญหาที่สมุฏฐานแบบคิดนอกกรอบ กล้าหาญ เช่น กำหนดภายใน 10 ปีรถยนต์บนถนนต้องเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด หรือการกำหนดนโยบายปลูกพืชอุตสาหกรรมบางชนิดใหม่ทั้งระบบ..."
จนถึงวันที่ COVID-19 พาเพื่อน The Great Depression มาเยือน ผมไม่คิดอีกต่อไปว่าการปฏิรูปตามแผนปฏิรูปประเทศแบบเดิมประเภท 11 ด้านมีรวมกันเป็นร้อย ๆ แผนและกำหนดให้ทำพร้อมกันไปจะประสบความสำเร็จแม้เพียงแค่เบื้องต้นภายในปี 2566 อันเป็นเวลาครบ 5 ปีที่แผนการปฏิรูปประเทศประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคัดเลือกประเด็น
ออกมาทำโดยเร่งด่วน ภายในเวลาที่เหลืออยู่อีกไม่เต็ม 3 ปีจะทำอย่างไรให้การปฏิรูปประเทศเห็นผล
การเลือก Big Rock ที่รัฐบาลชุดนี้มีดำริไว้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2562 จึงควรเป็นเรื่องใหญ่ประเภท ‘หัวกระสุน’ หรือ ‘หัวรถจักร’ ที่เมื่อเดินหน้าไปแล้วจะเป็นการลากจูงขบวนรถโดยสารการปฏิรูปประเด็นอื่นตาม ๆ ไปด้วยโดยอัตโนมัติ
ข้อเสนอนี้ตั้งใจจะใช้นำเสนอในที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อถึงวาระคณะรัฐมนตรีรายงานผลการปฏิรูปประเทศรอบ 3 เดือนและรอบ 1 ปี แต่เมื่อ COVID-19 แตะปุ่ม ff- fast forward ให้ปัญหาและการเปลี่ยนแปลงเร็วจี๋เช่นนี้ จะมัวแต่รอวันเวลานั้นอีกเดือนเศษ ๆ หาได้ไม่ ขอนำเสนอต่อสาธารณะ ณ ที่นี้ก่อน
การปฏิรูปใหญ่ที่จะเป็น ‘หัวรถจักร’ ได้ในมุมมองล่าสุดของผมมีดังนี้...
1. กลไกพิเศษเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาความยากจน
2. กลไกพิเศษเพื่อยกเลิกกฎมหมายที่ล้าสมัยหมดความจำเป็นและสร้างภาระแก่การใช้ชีวิตหรือประกอบอาชีพของประชาชน (Regulatory Guillotine)
3. ปฏิรูปตำรวจ
4. ปฏิรูปการศึกษา
5. การแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าและมลพิษ PM 2.5
ประเด็นที่ 1 เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่สุดดังที่เคยเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว
ประเด็นที่ 2 หลักการของ Regulatory Guillotine คือกลไกและกระบวนการพิจารณากฎหมายจำนวนมากในครั้งเดียว เพื่อยกเลิกกฎหมายที่ไม่จำเป็น ล้าสมัย หรือปรับแก้ให้สะดวกต่อการปฏิบัติตาม โดยใช้วิธีที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กฎหมายใดที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของประชาชนให้ยกเลิกพร้อมกันทันที ส่วนกฎหมายที่จำเป็นแต่ไม่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตโดยทั่วไปจะถูกปรับทอนความยุ่งยากซับซ้อนลง วิธีการนี้ดำเนินการประสบความสำเร็จมาแล้วในสวีเดน เกาหลีใต้ เม็กซิโก และเวียดนาม เป็นอาทิ ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายลำดับพระราชบัญญัติเกือบ 1,400 ฉบับ กฎหมายลำดับรองอีกกว่า 100,000 ฉบับ ระเบียบ กฎเกณฑ์ และแนวปฏิบัติภาครัฐส่วนใหญ่ไม่ยืดหยุ่น ก่อให้เกิดภาระในการบังคับใช้ต่อภาครัฐเองและสร้างภาระต่อประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการในการปฏิบัติตาม การทบทวนและปรับปรุงโดยกลไกและกระบวนการพิเศษจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเร่งด่วน และจะปล่อยให้อยู่ในการตัดสินใจของภาครัฐฝ่ายเดียวไม่ได้
รัฐบาลชุดที่แล้วตั้งหลักเรื่อง Regulatory Guillotine อย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2561 และเริ่มงานบางด้านจนมีสัมฤทธิผลเห็นชัดทำให้อันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของธนาคารโลก (Ease of doing business) ของประเทศไทยดีขึ้น 6 อันดับในปี 2562 แต่หลังจากนั้นดูเหมือนงานในภาพรวมสะดุดหยุดลง
ประเด็นที่ 3 งานตำรวจคือข้อโซ่แรกของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด หากยังมีปัญหาจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมประชาชน ส่งผลให้ความขัดแย้งที่เกิดจากความรู้สึกและความเชื่อที่ว่ากลุ่มประชาชน 40 % ล่างได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมบานปลาย
ประเด็นที่ 4 มองในระยะยาวแล้วคือรากฐานของปัญหาทั้งมวล ก่อนหน้านี้อันดับการศึกษาของประเทศไทยก็ตกต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมากแล้ว ยิ่งมาเจอสถานการณ์ COVID-19 ที่จะต้องคิดใหม่ทำใหม่ค่อนข้างมาก หากไม่เร่งปฏิรูปโดยด่วน จะยิ่งถูกทิ้งห่าง
ประเด็นที่ 5 เป็นเรื่องใหญ่ที่จะเกิดขึ้นทุกปี รุนแรงขึ้นทุกปี สร้างความทุกข์ยากให้ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ ขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศรับมือกับ COVID-19 คนในพื้นที่เหล่านั้นยังต้องทนทุกข์กับสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดในโลก แม้สถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อฝนมา แต่อีกไม่กี่เดือนความเลวร้ายก็จะกลับมาอีก จะต้องแก้ปัญหาที่สมุฏฐานแบบคิดนอกกรอบ กล้าหาญ เช่น กำหนดภายใน 10 ปีรถยนต์บนถนนต้องเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด หรือการกำหนดนโยบายปลูกพืชอุตสาหกรรมบางชนิดใหม่ทั้งระบบ
ทั้งนี้ ประเด็นที่ 1, 3 และ 4 สามารถทำโดยรัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ซึ่งจะส่งผลข้างเคียงให้เป็นการเปิดประเด็นทางการเมืองใหม่ ๆ ขึ้นมาคู่ขนานและแซงหน้าประเด็นทางการเมืองเดิม ๆ ได้อีกต่างหาก
ถ้าร่างพระราชบัญญัติเสร็จสมบูรณ์สามารถมีผลบังคับใช้ได้ภายใน 2-3 ปี ก็ถือว่าหัวรถจักรเดินหน้าออกจากสถานี ลากจูงการปฏิรูปด้านอื่นตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ
ส่วนประเด็นที่ 2 และ 5 ในเบื้องต้นสามารถทำได้ทันทีโดยมาตรการทางการบริหาร
คำนูณ สิทธิสมาน
สมาชิกวุฒิสภา
4 พฤษภาคม 2563
ที่มา ; สำนักข่าวอิศรา
บทความนำเสนอว่าการปฏิรูปประเทศแบบเดิมที่มีแผนจำนวนมากหลายร้อยโครงการไม่สามารถบรรลุผลได้ภายในกรอบเวลาเดิมหลังวิกฤตโควิด-19 จึงจำเป็นต้องคัดเลือกประเด็นสำคัญแบบ Big Rock เพื่อเป็นหัวรถจักรขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยเน้น 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) กลไกลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาความยากจน (2) การยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายล้าสมัยผ่านแนวคิด Regulatory Guillotine เพื่อลดภาระประชาชนและธุรกิจ (3) การปฏิรูปตำรวจซึ่งเป็นด่านแรกของกระบวนการยุติธรรม (4) การปฏิรูปการศึกษาซึ่งเป็นรากฐานของประเทศ และ (5) การแก้ปัญหามลพิษ PM2.5 และไฟป่าอย่างเป็นระบบด้วยแนวทางเชิงโครงสร้าง เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า
ประเทศไทยมีกฎหมายจำนวนมากและซับซ้อน ส่งผลให้เกิดภาระต่อประชาชนและภาครัฐ จึงต้องมีกลไกทบทวนกฎหมายที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีส่วนร่วม หากดำเนินการสำเร็จจะทำให้การปฏิรูปด้านอื่น ๆ ถูกขับเคลื่อนต่อเนื่องโดยอัตโนมัติผ่านแนวคิดหัวรถจักร การปฏิรูปทั้งหมดมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระยะยาวที่มีความเร่งด่วนและสำคัญ โดยสามารถใช้ทั้งมาตรการทางกฎหมายและการบริหารร่วมกันเพื่อให้เกิดผลจริงภายในระยะเวลาจำกัดหลังวิกฤตโควิด-19
แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความคือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนแผนปฏิรูปประเทศ
ข. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเศรษฐกิจหลังโควิด
ค. การคัดเลือก “Big Rock” เพื่อเป็นหัวรถจักรปฏิรูป
ง. การลดบทบาทของภาครัฐทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นว่าการปฏิรูปต้องเลือกประเด็นใหญ่ที่เป็น “หัวรถจักร” ขับเคลื่อนระบบทั้งหมด ไม่ใช่ทำทุกเรื่องพร้อมกัน
เหตุผลที่ต้องยกเลิกแผนปฏิรูปจำนวนมากคือข้อใด
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. ระยะเวลาจำกัดและแผนซับซ้อนเกินไป
ค. ไม่มีผู้รับผิดชอบ
ง. ขาดเทคโนโลยีสนับสนุน
เฉลย: ข
เหตุผล: แผนจำนวนมากทำให้ไม่สามารถบรรลุผลภายในกรอบเวลา
“Big Rock” ในบทความหมายถึงอะไร
ก. โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
ข. ประเด็นปฏิรูปสำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อนระบบ
ค. นโยบายเศรษฐกิจระยะสั้น
ง. การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
เฉลย: ข
เหตุผล: Big Rock คือประเด็นใหญ่ที่ส่งผลต่อระบบทั้งหมด
แนวคิด Regulatory Guillotine มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. เพิ่มกฎหมายใหม่
ข. ยกเลิกหรือปรับกฎหมายที่ล้าสมัย
ค. เพิ่มอำนาจหน่วยงานรัฐ
ง. ลดการมีส่วนร่วมประชาชน
เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งลดกฎหมายที่ไม่จำเป็นและลดภาระประชาชน
เหตุใดการปฏิรูปตำรวจจึงสำคัญ
ก. เป็นหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ
ข. เป็นด่านแรกของกระบวนการยุติธรรม
ค. เป็นผู้กำหนดนโยบายประเทศ
ง. เป็นหน่วยงานระหว่างประเทศ
เฉลย: ข
เหตุผล: ตำรวจเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรมที่กระทบประชาชนโดยตรง
การปฏิรูปการศึกษาในบทความเน้นความสำคัญด้านใด
ก. การเพิ่มจำนวนโรงเรียน
ข. การผลิตครูเพิ่ม
ค. รากฐานการพัฒนาประเทศระยะยาว
ง. การลดงบประมาณการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: การศึกษาถูกมองเป็นฐานของปัญหาทั้งระบบ
ปัญหา PM2.5 ถูกมองว่าอย่างไรในบทความ
ก. ปัญหาชั่วคราว
ข. ปัญหาเฉพาะกรุงเทพฯ
ค. ปัญหาเรื้อรังและรุนแรงขึ้นทุกปี
ง. ปัญหาที่แก้ได้ด้วยการรณรงค์
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นปัญหาที่เกิดซ้ำและรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง
ประเทศไทยมีปัญหาด้านกฎหมายอย่างไร
ก. กฎหมายไม่เพียงพอ
ข. กฎหมายมีจำนวนมากและซับซ้อน
ค. ไม่มีกฎหมายด้านเศรษฐกิจ
ง. กฎหมายใช้ได้ดีอยู่แล้ว
เฉลย: ข
เหตุผล: มีกฎหมายจำนวนมากกว่า 1,400 ฉบับและกฎรองจำนวนมาก
ผลลัพธ์หากการปฏิรูป “หัวรถจักร” สำเร็จคืออะไร
ก. ระบบหยุดการเปลี่ยนแปลง
ข. การปฏิรูปด้านอื่นจะตามมาโดยอัตโนมัติ
ค. ลดบทบาทรัฐทั้งหมด
ง. เพิ่มความซับซ้อนของระบบ
เฉลย: ข
เหตุผล: แนวคิดหัวรถจักรจะลากการเปลี่ยนแปลงด้านอื่นตามมา
แนวทางการปฏิรูปที่เหมาะสมตามบทความคือข้อใด
ก. ทำทุกแผนพร้อมกัน
ข. ใช้มาตรการเฉพาะระยะสั้น
ค. เลือกประเด็นสำคัญและใช้ทั้งกฎหมายและบริหารร่วมกัน
ง. ลดการปฏิรูปทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเลือกประเด็นหลักและใช้ทั้งกฎหมาย + การบริหารควบคู่กัน