สมาชิกเข้าสู่ระบบ

การเตรียมประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมประชากรสูงวัยแบบสมบูรณ์

“ปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมประชากรสูงวัยแบบสมบูรณ์” คนในวงการศึกษารับรู้และเตรียมพร้อมกันแค่ไหน ขยับหรือยัง ? ขอเริ่มต้นจากผลเล่ามายังเหตุแล้วกัน

ผลกระทบ และควรเตรียมการด้านการศึกษากันอย่างไร

 - จำนวนเด็กลดลง ประกอบกับความเจริญโครงสร้างสำคัญหลายด้าน ส่งผลแน่นอนต่อจำนวนครูต้องลด  ทำให้จำนวนสถานศึกษาทุกระดับ โรงเรียนขั้นพื้นฐานควรลดลง (ยุบหรือควบรวม)  รูปแบบการจัดการเรียนการสอนต้องเปลี่ยนไป รูปแบบการจัดสรรทรัพยากรและรูปแบบการบริหารการศึกษาควรเปลี่ยนไป

  - จำนวนวัยแรงงานลดลงและจะมีจำนวนพอๆกับผู้สูงอายุ อัตราการพึ่งพิงหรือแบกรับของแรงงานต่อผู้สูงอายุจะสูง  ดังนั้นการศึกษา การฝึกอบรม ต้องเน้นสมรรถนะ ประสิทธิภาพของคนงาน ดังนั้นการอุดมศึกษา อาชีวศึกษา กระทรวงแรงงาน ต้องมีย่างก้าวและโฟกัสที่ชัดเจน

 - จำนวนผู้สูงอายุสูงเป็นสัดส่วนที่สูง เพศหญิงมากกว่าชาย  โจทย์จึงตกที่การศึกษานอกโรงเรียน การสาธารณสุข สังคมและความมั่นคงมนุษย์  จัดรูปแบบการศึกษาอบรม การหางานทำ การดำรงชีวิตในสุขบั้นปลาย

นี่คือโจทย์ร่วม ที่ต้องรับรู้ เริ่มขยับ และลงมือทำ เริ่มจากเราตัวเล็กก็ได้? 

นิยามศัพท์ หน่วยงานด้านประชากรศาสตร์และสหประชาชาติให้ไว้

  - ประชากรวัยเด็ก  มีอายุแรกเกิด - 14 ปี

  - ประชากรวัยแรงงาน มีอายุ 15-59 ปี

 - ประชากรผู้สูงอายุ  มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

 - สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society)  ; ประเทศนั้นมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในสัดส่วนเกิน 10% ของประชากรทั้งหมด

- สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ  (Aged Society) ; ประเทศนั้นมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึง 20% ของประชากรทั้งหมด

- ปฐมชรา (Early elderly) ประชากร อายุ 61-64 ปี

- มัชฌิมชราและปัจฉิมชรา (Middle and late elderly) 65 ปีขึ้นไป 

ปรากฎการณ์ โดยคาดการณ์ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ดังนี้

 

1. จำนวนประชากรโดยรวม

    - แนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ; ปี 2563 (66.5 ล้านคน ) ในปี 2571 เป็น (67.2 ล้านคน)

    - จากนั้นจะลดลง  ; อีก 20 ปี คือในปี 2583 (65.4 ล้านคน)

 

2. จำแนกตามกลุ่มประชากรตามวัย

    - วัยเด็ก มีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2563 (11.2 ล้านคน ;ร้อยละ 16.9) และในปี 2583 ลดลงเป็น (8.4 ล้านคน ;ร้อยละ 12.8 ) 

     - วัยแรงงาน มีแนวโน้มลดลง จากปี 2563  (43.26 ล้านคน ;ร้อยละ 65) และในปี 2583  เป็น (36.5 ล้านคน ; ร้อยละ 56)

    - ผู้สูงอายุ ในปี 2563 (12 ล้านคน ; ร้อยละ 18) และในในปี 2583 เพิ่มเป็น (20.42 ล้านคน ;ร้อยละ 31.28)      โดยปี 2562 เป็นปีแรกที่วัยเด็กเท่ากับจำนวนประชากรผู้สูงอายุ จากนั้นจำนวนประชากรวัยเด็กน้อยกว่าผู้สูงอายุ

    -อัตราส่วนของวัยแรงงานต่อผู้สูงอายุก็ลดลง  ในปี 2583 คาดว่าวัยแรงงาน (1.8 คน ต่อผู้สุงอายุ 1 คน)  ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนพึ่งพิงของผู้สูงอายุต่อวัยแรงงานเพิ่มขึ้นเป็น 56.2 ต่อวัยแรงงาน 100 คน

 

3. จำแนกประชากรตามเพศ

    - อายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ในปี 2563 เพศหญิง(80.4 ปี) เพศชาย(73.2 ปี) และในปี 2583 เพศหญิงเพิ่มเป็น (83.2 ปี ) และเพศชายเพิ่มขึ้นเป็น(76.8 ปี)

  - เพศหญิงมีมากกว่าเพศชายเนื่องจากอายุยืนกว่า ในปี 2583 จะมีอัตราส่วนผู้สูงอายุ(เพศชาย 71 คน ต่อเพศหญิง 100 คน) และจะลดลงอีกในกลุ่มผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป (เพศชาย 41 คนต่อเพศหญิง 100 คน) 

ข้อมูลดังกล่าว เราแวดวงการศึกษาควรรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ เพราะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพคน วันนี้เราอาจจะเป็นวัยแรงงาน วันหน้าเป็นวัยผู้สูงอายุ เรามาเตรียมการสำหรับเราและสำหรับลูกหลานเรา ให้อยู่เป็น อยู่สุข และอยู่รอดของประเทศกันเถอะ 

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ

สรุปสาระสำคัญ

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2564 โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 20% ส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อระบบการศึกษาอย่างชัดเจน ประการแรก จำนวนเด็กลดลง ทำให้ความต้องการครูลดลงและสถานศึกษาต้องปรับตัว เช่น การยุบรวมโรงเรียน ปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ และการบริหารทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประการที่สอง จำนวนวัยแรงงานลดลง ขณะที่ภาระพึ่งพิงผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องพัฒนาการศึกษาและการฝึกอบรมให้เน้นสมรรถนะและผลิตภาพแรงงาน โดยเฉพาะในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ประการที่สาม จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิง ทำให้ต้องพัฒนาการศึกษาตลอดชีวิต การเรียนรู้นอกระบบ และการเตรียมความพร้อมด้านอาชีพ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตในวัยชรา

แนวโน้มประชากรชี้ว่าจำนวนเด็กและแรงงานลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนแรงงานต่อผู้สูงอายุลดลงเหลือประมาณ 1.8:1 ในอนาคต ภาคการศึกษาจึงต้องเร่งปรับตัวทั้งเชิงนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อพัฒนาคนทุกช่วงวัย รองรับการเปลี่ยนแปลง และสร้างความมั่นคงให้สังคมในระยะยาว

ข้อสอบ

ข้อ 1 ข้อใดเป็นลักษณะของสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ
ก. มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 10%
ข. มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 15%
ค. มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 20%
ง. มีประชากรวัยแรงงานมากที่สุด

เฉลย: ค
เหตุผล: นิยามสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบคือมีผู้สูงอายุเกิน 20%

ข้อ 2 ผลกระทบโดยตรงต่อสถานศึกษาจากจำนวนเด็กลดลงคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนครู
ข. ยุบหรือควบรวมโรงเรียน
ค. เพิ่มหลักสูตรวิชาการ
ง. เพิ่มงบประมาณ

เฉลย: ข
เหตุผล: เด็กลดลงทำให้ต้องปรับโครงสร้างสถานศึกษา

ข้อ 3 แนวทางสำคัญในการพัฒนาวัยแรงงานคือข้อใด
ก. เน้นปริมาณผู้เรียน
ข. ลดระยะเวลาศึกษา
ค. เน้นสมรรถนะและผลิตภาพ
ง. เพิ่มวิชาทฤษฎี

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานเพื่อรองรับภาระพึ่งพิง

ข้อ 4 แนวโน้มใด “ไม่ถูกต้อง”
ก. เด็กลดลง
ข. ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
ค. แรงงานเพิ่มขึ้น
ง. อัตราพึ่งพิงเพิ่มขึ้น

เฉลย: ค
เหตุผล: วัยแรงงานมีแนวโน้มลดลง

ข้อ 5 การเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุส่งผลให้ต้องเน้นการศึกษาแบบใด
ก. การศึกษาในระบบเท่านั้น
ข. การศึกษาตลอดชีวิต
ค. การศึกษาภาคบังคับ
ง. การศึกษาสายสามัญ

เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้สูงอายุต้องการการเรียนรู้ต่อเนื่อง

ข้อ 6 อัตราส่วนแรงงานต่อผู้สูงอายุในอนาคตมีแนวโน้มอย่างไร
ก. เพิ่มขึ้น
ข. คงที่
ค. ลดลง
ง. ไม่เปลี่ยนแปลง

เฉลย: ค
เหตุผล: แรงงานลด ผู้สูงอายุเพิ่ม

ข้อ 7 ข้อใดเป็นผลกระทบเชิงนโยบายต่อการบริหารการศึกษา
ก. ใช้รูปแบบเดิมต่อไป
ข. ปรับรูปแบบการจัดสรรทรัพยากร
ค. ลดคุณภาพการศึกษา
ง. ยกเลิกการประเมิน

เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องจัดทรัพยากรให้เหมาะกับโครงสร้างประชากร

ข้อ 8 กลุ่มใดต้องได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับเศรษฐกิจมากที่สุด
ก. วัยเด็ก
ข. วัยแรงงาน
ค. ผู้สูงอายุ
ง. ทุกวัยเท่ากัน

เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นกำลังหลักทางเศรษฐกิจ

ข้อ 9 ลักษณะประชากรผู้สูงอายุด้านเพศคือข้อใด
ก. ชายมากกว่าหญิง
ข. หญิงมากกว่าชาย
ค. เท่ากัน
ง. ไม่แน่นอน

เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้หญิงมีอายุยืนกว่า

ข้อ 10 แนวคิดสำคัญที่ภาคการศึกษาควรยึดคือข้อใด
ก. รอการเปลี่ยนแปลง
ข. ปรับตัวเชิงรุก
ค. ลดบทบาท
ง. ยึดรูปแบบเดิม

เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องเตรียมพร้อมและปรับตัวล่วงหน้าเพื่อรองรับอนาคต

 
 

ความเห็นของผู้ชม