M191_สพฐ. ตั้งเป้า พฤษภาคม 2565ดึงเด็กตกหล่นเข้าระบบ
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนประชุมทางไกลชี้แจงแนวทางการติดตามค้นหาเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศเข้าร่วม ซึ่งการตามเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาถือเป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ต้องการลดความเหลื่อล้ำทางการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้เด็กเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน
ขณะนี้ฐานข้อมูลเด็กหลุดจากระบบการศึกษา มี 2 ฐาน คือ ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) หน้าที่ของ สพท.และโรงเรียนคือ นำข้อมูลทั้ง 2 มารวมกัน หากพบข้อมูลซ้ำซ้อนแสดงว่าเป็นข้อมูลของนักเรียนคนเดียวกัน แต่หากพบข้อมูลที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน ถือเป็นข้อมูลใหม่ จากนั้นให้ สพท.และโรงเรียน ติดตาม ปักหมุดเด็กเหล่านี้ตามที่อยู่ที่ระบบไว้ในฐานะข้อมูล
เมื่อติดตามแล้วพบเด็ก ต้องหาวิธีการให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา เช่น อาจจะมาอยู่ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แต่ถ้าเด็กอยากเรียนอาชีวะ หรืออยากเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ก็ส่งเสริมให้เด็กเข้าไปเรียนตามความต้องการ และในกรณีเมื่อลงไปติดตามเด็กแล้วไม่พบตัวเด็ก ต้องหาข้อมูลว่า เด็กย้ายถิ่นฐานหรือไม่ และย้ายไปอยู่ที่ใด เมื่อได้ที่อยู่ชัดเจนให้ประสานกับ สพท.และจังหวัดปลายทางที่เด็กอยู่ ให้ทำการติดตามเด็กกลับเข้าระบบการศึกษาต่อไป และหากแต่ละพื้นที่พบเด็กต่างจังหวัดเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ของตน ให้เข้าไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เช่น อายุเท่าไหร่ มีภูมิลำเนาที่ไหน ได้เรียนหรือไม่ หากยังไม่ได้เรียนต้องจัดการให้เด็กเข้ามาเรียนในระบบ พร้อมกับประสานไปยังจังหวัดภูมิลำเนาของเด็กให้ทราบข้อมูลว่าเด็กได้เข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว
“เราต้องติดตามเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด สพฐ.มีเป้าหมายว่าจะเก็บข้อมูลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาทั่วประเทศให้เสร็จภายในเมษายน 2565 และจะส่งเด็กเหล่านี้เข้าสู่ระบบการศึกษาภายในเดือนพฤษภาคม 2565 หรือให้ทันการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จากนั้นจะเฝ้าติดตามเด็กเหล่านี้ ผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยดูปัญหาเด็กแต่ละคนว่ามีข้อจำกัดอย่างไรและจะแก้ไขช่วยเหลือได้อย่างไร ซึ่งสพฐ.ได้ร่วมมือกับ 11 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กและการจัดการศึกษา ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้จะเข้ามาช่วยสนับสนุน ช่วยเหลือเด็กอีกไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษาทางหนึ่ง เพราะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และสพฐ. ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเด็กได้ทุกเรื่อง ดังนั้นการทำงานต้องบูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กทุกคน”
ที่มา ; มติชนออนไลน์
สรุปสาระสำคัญ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งขับเคลื่อนการติดตามค้นหาเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยกำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และโรงเรียนบูรณาการฐานข้อมูลเด็กหลุดจากระบบ 2 แหล่ง ได้แก่ ฐานข้อมูลของ สพฐ. และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อตรวจสอบข้อมูลซ้ำซ้อนและค้นหาข้อมูลใหม่ จากนั้นลงพื้นที่ติดตาม ปักหมุด และค้นหาเด็กตามข้อมูลที่อยู่
เมื่อพบตัวเด็ก ให้จัดแนวทางส่งเข้าสู่การศึกษาตามความเหมาะสมและความต้องการ ไม่จำกัดเฉพาะโรงเรียนในสังกัด สพฐ. แต่รวมถึงอาชีวศึกษาและการศึกษานอกระบบ (กศน.) หากไม่พบตัวเด็ก ต้องสืบค้นการย้ายถิ่นฐานและประสาน สพท. และจังหวัดปลายทางเพื่อดำเนินการต่อ รวมถึงกรณีเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้าพื้นที่ ต้องสอบถามและจัดให้เข้าสู่ระบบพร้อมแจ้งจังหวัดภูมิลำเนา
สพฐ. ตั้งเป้ารวบรวมข้อมูลเด็กตกหล่นทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายในเมษายน 2565 และส่งเด็กกลับเข้าสู่ระบบทันเปิดภาคเรียนที่ 1/2565 พร้อมติดตามช่วยเหลือรายบุคคลผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยบูรณาการความร่วมมือกับ 11 หน่วยงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบซ้ำ
ข้อสอบ
ข้อ 1 เหตุผลหลักที่ต้องบูรณาการฐานข้อมูลของ สพฐ. และ กสศ. คือข้อใด
ก. เพื่อลดภาระงานของโรงเรียน
ข. เพื่อคัดกรองข้อมูลซ้ำซ้อนและค้นหาเด็กตกหล่นที่แท้จริง
ค. เพื่อจัดสรรงบประมาณรายหัว
ง. เพื่อจัดลำดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ข้อ 2 หากลงพื้นที่แล้วไม่พบตัวเด็ก แนวปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. ตัดชื่อออกจากฐานข้อมูล
ข. รอให้ผู้ปกครองติดต่อกลับ
ค. สอบถามโรงเรียนเดิมเพียงอย่างเดียว
ง. ตรวจสอบการย้ายถิ่นและประสานพื้นที่ปลายทาง
ข้อ 3 แนวคิดสำคัญในการส่งเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาคือข้อใด
ก. ต้องเรียนในโรงเรียน สพฐ. เท่านั้น
ข. เลือกสถานศึกษาตามความพร้อมของโรงเรียน
ค. จัดการศึกษาให้สอดคล้องความต้องการและบริบทของเด็ก
ง. เน้นการกลับเข้าเรียนสายสามัญเป็นหลัก
ข้อ 4 การติดตามเด็กหลังกลับเข้าสู่ระบบผ่าน “ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน” มีเป้าหมายใด
ก. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการเท่านั้น
ข. ป้องกันการหลุดซ้ำโดยแก้ปัญหาเฉพาะราย
ค. ตรวจสอบวินัยนักเรียน
ง. จัดอันดับโรงเรียน
ข้อ 5 บทเรียนเชิงนโยบายสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาจากบทความนี้คือข้อใด
ก. การแก้ปัญหาเด็กตกหล่นเป็นหน้าที่โรงเรียนเพียงฝ่ายเดียว
ข. การใช้ฐานข้อมูลเพียงแหล่งเดียวเพียงพอ
ค. การแก้ปัญหาต้องเร่งด่วนแต่ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่อง
ง. การบูรณาการหลายหน่วยงานคือหัวใจของความยั่งยืน
คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม