สมาชิกเข้าสู่ระบบ

5 คานงัดในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูฯ

สืบเนื่องจากสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานผลิตครูที่ต้องนำนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่รัฐกำหนดไปปฏิบัติในการผลิตและพัฒนาครูฯ มีหนังสือขอสนับสนุนการกำหนดเกณฑ์การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมติที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย เห็นชอบให้มีการลงนามความร่วมมือข้อตกลง (MOU) ระหว่างสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทยกับสำนักงาน ก.ค.ศ. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

       1) พัฒนาคุณภาพการผลิตครูและผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์

       2) ประเมินผู้ขอรับการประเมินวิทยฐานะ

       3) พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานวิทยฐานะ

       4) พัฒนาเกณฑ์วิทยฐานะ และ 5) เรื่องอื่น ๆ

ประกอบกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดให้สำนักงาน ก.ค.ศ. มีอำนาจและหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานในหน้าที่ของ ก.ค.ศ. ทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และเสนอแนะนโยบาย เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนภารกิจอื่นตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย

ซึ่งขณะนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้มีนโยบายเร่งด่วน (5 คานงัด) ในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย

       1) การกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะใหม่

       2) การปรับระบบการประเมินวิทยฐานะ ควบคู่กับระบบการประเมินเงินเดือน

       3) การปรับระบบการพัฒนาผู้บริหารก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง

       4) การกำหนดเกณฑ์อัตรากำลังของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง

       5) การวางแผนการผลิตและระบบคัดกรองครูที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษา

ในการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ที่จะเกิดขึ้นนี้ ถือเป็นการดำเนินงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน (5 คานงัด) ในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำด้านการศึกษาและวิชาการ ด้านการพัฒนางานวิจัย เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จากสถาบันหรือหน่วยงานทางวิชาการที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากสังคม จะทำให้การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น ความร่วมมือในการพัฒนาระบบการสรรหาที่ต้องมีการเชื่อมโยงกับระบบการผลิตครูการสนับสนุนในการเป็นกรรมการประเมินวิทยฐานะ การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนเข้าสู่ตำแหน่งในรูปแบบใหม่ การออกแบบหลักสูตรที่จะนำมาใช้ในแต่ละด้าน รวมทั้งการสนับสนุนงานวิจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่าเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จึงเห็นชอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. รับการสนับสนุนทางวิชาการและการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจากสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย และเห็นชอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ดำเนินการขอรับการสนับสนุนทางวิชาการและการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภา โดยการจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน

ที่มา ; สำนักงาน ก.ค.ศ.

ข่าวเกี่ยวกัน

ก.ค.ศ.จับมือสถาบันวิชาการวางแผนพัฒนาครู

รมว.ศธ.เผย บอร์ดก.ค.ศ.ไฟเขียมร่วมมือสำนักงานราชบัณฑิตยสภา และสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตครูและผู้บริหารสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงานราชบัณฑิตยสภาและสภาคณบดีคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตครูและผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ประเมินผู้ขอรับการประเมินวิทยฐานะ พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานวิทยฐานะ พัฒนาเกณฑ์วิทยฐานะ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนของ ก.ค.ศ. ได้แก่ การกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะใหม่ การปรับระบบการประเมินวิทยฐานะ ควบคู่กับระบบการประเมินเงินเดือน การปรับระบบการพัฒนาผู้บริหารก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง การกำหนดเกณฑ์อัตรากำลังของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง และการวางแผนการผลิตและระบบคัดกรองครูที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษา

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำด้านการศึกษาและวิชาการ ด้านการพัฒนางานวิจัย เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จากสถาบันหรือหน่วยงานทางวิชาการที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูง จากสังคม จะทำให้การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น ความร่วมมือในการพัฒนาระบบการสรรหาที่ต้องมีการเชื่อมโยงกับระบบการผลิตครูการสนับสนุนในการเป็นกรรมการประเมินวิทยฐานะ การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนเข้าสู่ตำแหน่งในรูปแบบใหม่ การออกแบบหลักสูตรที่จะนำมาใช้ในแต่ละด้าน รวมทั้งการสนับสนุนงานวิจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ด้าน รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เราต้องการเตรียมความพร้อมเรื่องการผลิตและการใช้ครู เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์อัตรากำลังใหม่ที่ ก.ค.ศ.กำหนด และเน้นเรื่องคุณภาพการผลิตให้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังต้องการให้อาจารย์ในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์เข้ามาพัฒนา เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินวิทยฐานะใหม่ เนื่องจาก ก.ค.ศ.ต้องการที่จะเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการประเมินโดยที่เน้นสมรรถนะมากขึ้น ไม่ใช่การประเมินแบบเอกสารวิชาการ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำงานอย่างใกล้ชิด ส่วนความร่วมมือกับสำนักงานราชบัณฑิตยสภา จะเน้นการสนับสนุนเรื่อง งานวิจัย งานวิชาการ การบริหารงานบุคคล และ รมว.ศธ.ยังได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรที่จะเน้นการวิจัยเชิงอนาคตด้วย ว่า ภาพที่จะเปลี่ยนไปของวิชาชีพครูควรจะเป็นอย่างไร และควรจะเตรียมการผลิตอย่างไร

ที่มา ; เดลินิวส์ พฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม 2564

สรุปสาระสำคัญ

บทความนี้กล่าวถึงความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทยกับสำนักงาน ก.ค.ศ. ผ่านการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตและพัฒนาวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของระบบการศึกษาในอนาคต รวมทั้งพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเน้นสมรรถนะมากขึ้น ภายใต้กรอบพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ซึ่งกำหนดบทบาทสำนักงาน ก.ค.ศ. ในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และเสนอแนะนโยบายด้านการบริหารงานบุคคล

สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วน 5 ด้าน ได้แก่ การกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและวิทยฐานะใหม่ การปรับระบบประเมินวิทยฐานะควบคู่การประเมินเงินเดือน การพัฒนาผู้บริหารก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง การกำหนดอัตรากำลังให้เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษา และการวางแผนผลิตและคัดกรองครูคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษา

ความร่วมมือนี้ยังครอบคลุมการสนับสนุนด้านวิชาการ งานวิจัย การพัฒนาหลักสูตร และการใช้ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมประเมิน เพื่อยกระดับคุณภาพครูและเชื่อมโยงการผลิตครูกับการใช้ครูอย่างเป็นระบบในอนาคต

ข้อสอบ

ข้อ 1

วัตถุประสงค์หลักของ MOU ระหว่างสภาคณบดีฯ และสำนักงาน ก.ค.ศ. คือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณโรงเรียน
ข. ลดจำนวนครูในระบบ
ค. ยกระดับการผลิตและพัฒนาวิชาชีพครู
ง. เปลี่ยนหลักสูตรนักเรียนทั้งหมด
ตอบ: ค (ถูกต้อง: ยกระดับการผลิตและพัฒนาวิชาชีพครู)
เหตุผล: MOU มุ่งพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ใช่งบประมาณหรือหลักสูตรนักเรียนโดยตรง

ข้อ 2

พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับบทบาท ก.ค.ศ. คือข้อใด
ก. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ข. พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ พ.ศ. 2547
ค. พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดิน
ง. พ.ร.บ.การอุดมศึกษา
ตอบ: ข (ถูกต้อง: พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ พ.ศ. 2547)
เหตุผล: กำหนดอำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. โดยตรง

ข้อ 3

ข้อใดไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน 5 ด้านของ ก.ค.ศ.
ก. มาตรฐานตำแหน่งใหม่
ข. การประเมินวิทยฐานะ
ค. การสร้างโรงเรียนใหม่ทุกจังหวัด
ง. การวางแผนผลิตครู
ตอบ: ค (ถูกต้อง: การสร้างโรงเรียนใหม่ทุกจังหวัด)
เหตุผล: ไม่ปรากฏใน 5 คานงัด

ข้อ 4

การปรับระบบประเมินวิทยฐานะเน้นแนวคิดใดมากขึ้น
ก. จำนวนเอกสาร
ข. สมรรถนะผู้ปฏิบัติงาน
ค. อายุราชการ
ง. จำนวนชั่วโมงสอน
ตอบ: ข (ถูกต้อง: สมรรถนะผู้ปฏิบัติงาน)
เหตุผล: เปลี่ยนจากเอกสารเป็นสมรรถนะ

ข้อ 5

บทบาทของสภาคณบดีฯ ใน MOU คือข้อใด
ก. จัดสรรงบประมาณ
ข. ผลิตตำราเรียน
ค. สนับสนุนวิชาการและวิจัย
ง. แต่งตั้งผู้บริหารโรงเรียน
ตอบ: ค (ถูกต้อง: สนับสนุนวิชาการและวิจัย)
เหตุผล: เป็นสถาบันวิชาการสนับสนุนเชิงวิชาการ

ข้อ 6

ข้อใดสะท้อน “การเชื่อมโยงการผลิตครูกับการใช้ครู”
ก. เพิ่มจำนวนมหาวิทยาลัย
ข. คัดกรองครูคุณภาพเข้าสู่ระบบ
ค. ลดการสอบครู
ง. เพิ่มเงินเดือนครู
ตอบ: ข (ถูกต้อง: คัดกรองครูคุณภาพเข้าสู่ระบบ)
เหตุผล: เป็นกลไกเชื่อม supply-demand ครู

ข้อ 7

การพัฒนาผู้บริหารก่อนเข้าสู่ตำแหน่งมีเป้าหมายใด
ก. ลดจำนวนผู้บริหาร
ข. เพิ่มตำแหน่งว่าง
ค. เพิ่มความพร้อมและสมรรถนะ
ง. ลดภาระงานเอกสาร
ตอบ: ค (ถูกต้อง: เพิ่มความพร้อมและสมรรถนะ)
เหตุผล: เน้นคุณภาพผู้บริหาร

ข้อ 8

เหตุผลสำคัญของการร่วมมือกับหน่วยงานวิชาการชั้นสูงคือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้
ข. เพิ่มความน่าเชื่อถือและคุณภาพระบบ
ค. ลดจำนวนครู
ง. ลดเวลาเรียน
ตอบ: ข (ถูกต้อง: เพิ่มความน่าเชื่อถือและคุณภาพระบบ)
เหตุผล: ใช้ความเชี่ยวชาญทางวิชาการ

ข้อ 9

การกำหนดอัตรากำลังสถานศึกษามีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียน
ข. ให้สอดคล้องการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา
ค. ลดครูถาวร
ง. ลดงบประมาณทั้งหมด
ตอบ: ข (ถูกต้อง: ให้สอดคล้องการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา)
เหตุผล: ปรับตามบริบทจริง

ข้อ 10

แนวโน้มการประเมินวิทยฐานะในอนาคตเน้นอะไร
ก. เอกสารผลงาน
ข. การสอบข้อเขียน
ค. สมรรถนะและผลลัพธ์การปฏิบัติงาน
ง. อายุราชการ
ตอบ: ค (ถูกต้อง: สมรรถนะและผลลัพธ์การปฏิบัติงาน)
เหตุผล: เน้นผลลัพธ์จริงมากกว่ารูปแบบเอกสาร

ความเห็นของผู้ชม