สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M233_‘ตรีนุช’ ดึงยูเนสโกร่วมพัฒนาการศึกษา

 เมื่อวันที่ 11 เมษายน ..ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมด้วยนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธนายวีระ แข็งกสิการ รองปลัด ศธและคณะ ได้หารือความร่วมมือกับนาง Stefania Giannini ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ด้านการศึกษา ซึ่งตนได้กล่าวถึงนโยบายสำคัญนโยบายหนึ่งที่รัฐบาลไทยได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการนำเด็กตกหล่นที่หลุดออกจากระบบการศึกษาที่มีมากกว่า 2 แสนคน กลับเข้าเรียน โดยทุกหน่วยงานได้ช่วยกันทุกวิถีทาง สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้อย่างเท่าเทียม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมทั้งสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวให้ประเทศ โดยในปีที่ผ่านมาได้เร่งนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ระดับหนึ่ง แต่ยังคงมีเด็กที่ยังหลุดจากระบบ และรอโอกาสในการเข้าเรียนอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวได้ขยายผลไปยังนักเรียนอาชีวศึกษาด้วย โดยได้จัดให้มีโครงการอาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ ใน 87 วิทยาลัยทั่วประเทศด้วย

นโยบายการพัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาของไทย เพื่อให้นักเรียนมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการในศตวรรษที่ 21 มีอนาคตที่ดี และมีงานทำในอนาคต ซึ่งนาง Giannini กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความมุ่งมั่นของยูเนสโกที่จะผลักดันการดำเนินการเช่นกัน ปัจจุบันยูเนสโกกำลังจัดทำยุทธศาสตร์ด้านเทคนิคและอาชีวศึกษาและฝึกอบรม (Draft Strategy for Technical and Vocational ที่มุ่งมั่นให้ประเทศสมาชิกได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์ดังกล่าวเช่นกัน ..ตรีนุชกล่าว 

ด้านนาง Stefania กล่าวว่า ขอชื่นชมความพยายามของไทย และกล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินการของไทยสอดคล้องกับจุดเน้นสำคัญของยูเนสโก ที่เร่งให้นำเด็กทั่วโลกได้กลับเข้าเรียน นอกจากนี้ ยูเนสโกยังสนับสนุนการพัฒนาทักษะของเด็กนักเรียนเพื่อการดำรงชีวิตและเพื่อการมีงานทำด้วย นอกจากนี้ ยูเนสโกได้กำหนดจัดการประชุมที่สำคัญ ตลอดปี 2565 อาทิ การประชุมก่อนการประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา (Pre Summit Meeting on Education Transformation), การประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการศึกษาผู้ใหญ่ ครั้งที่ 7 (CONFINTEA VII) ที่โมร็อกโกการประชุมระดับโลกด้านการอุดมศึกษา (UNESCO World Higher Education) ในเดือนพฤษภาคม ที่สเปน เป็นต้น โดยหวังว่าไทยจะเข้าร่วมในการประชุมต่าง ที่จัดขึ้น เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนนโยบายด้านต่าง ระหว่างกัน

ษายน 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงการหารือความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของไทยกับองค์การยูเนสโก โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่นโยบายการนำเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 2 แสนคนกลับเข้าสู่ระบบอย่างเท่าเทียม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษา โดยรัฐบาลไทยได้ระดมความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อติดตาม ค้นหา และสนับสนุนเด็กตกหล่น แม้จะสามารถนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังคงมีเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง 

นโยบายดังกล่าวยังขยายผลไปสู่ระดับอาชีวศึกษา ผ่านโครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ใน 87 วิทยาลัยทั่วประเทศ มุ่งพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของศตวรรษที่ 21 เพื่อให้ผู้เรียนมีงานทำและความมั่นคงในชีวิตในอนาคต แนวทางนี้สอดคล้องกับจุดเน้นของยูเนสโกที่ให้ความสำคัญกับการนำเด็กกลับเข้าเรียนและการพัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตและการมีงานทำ นอกจากนี้ ยูเนสโกยังเตรียมจัดประชุมระดับนานาชาติหลายเวทีในปี 2565 เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบายด้านการศึกษา ซึ่งไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมในฐานะประเทศที่มีแนวปฏิบัติสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา

 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 เป้าหมายเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดของการนำเด็กตกหล่นกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนนักเรียนในระบบ
ข. ลดความเหลื่อมล้ำและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ค. เพิ่มงบประมาณด้านการศึกษา
ง. ปรับโครงสร้างหลักสูตร

 

ข้อ 2 การขยายผลนโยบายไปสู่อาชีวศึกษา สะท้อนแนวคิดการแก้ปัญหาใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มการแข่งขันทางการศึกษา
ข. การตอบสนองต่อความต้องการแรงงานในอนาคต
ค. การลดภาระผู้ปกครอง
ง. การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ

 

ข้อ 3 หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวคิดจากบทความไปใช้ การตัดสินใจใดสอดคล้องกับนโยบายมากที่สุด
ก. คัดเลือกเฉพาะนักเรียนที่มีผลการเรียนดี
ข. เปิดโอกาสให้เด็กหลุดระบบกลับมาเรียนตามบริบทของตน
ค. เพิ่มการสอบคัดกรองเข้มข้น
ง. ลดจำนวนนักเรียนเพื่อควบคุมคุณภาพ

 

ข้อ 4 การที่ยูเนสโกชื่นชมนโยบายของไทย สะท้อนความสอดคล้องกับกรอบใดมากที่สุด
ก. การปฏิรูปการศึกษาเฉพาะประเทศ
ข. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา
ค. การจัดอันดับคุณภาพการศึกษาโลก
ง. นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล

 

ข้อ 5 บทบาทของเวทีประชุมระดับนานาชาติที่ยูเนสโกจัดขึ้น มีความสำคัญต่อไทยในมิติใด
ก. การรับงบประมาณสนับสนุนโดยตรง
ข. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และยกระดับนโยบายการศึกษา
ค. การบังคับใช้มาตรฐานสากลทันที
ง. การลดภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ

 

คลิกเฉลย >>>

 

ความเห็นของผู้ชม