
เมื่อวันที่ 6 มกราคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference) ว่า ตนเน้นย้ำนโยบายการศึกษาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างห้องเรียนคุณภาพ แต่เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีโรงเรียนกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ การที่จะสร้างห้องเรียนคุณภาพให้ได้ทั้งหมด ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่จำกัด อาจจะไม่สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกันมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้มีความท้าทายในการสร้างคุณภาพการจัดการเรียนการสอนเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น ตนมอบนโยบายให้ที่ประชุมไปหารือว่าจะทำอย่างไรที่สร้างโรงเรียน หรือห้องเรียนคุณภาพให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เช่น อาจจะสร้างโรงเรียนแม่ข่าย ให้โรงเรียนโดยรอบสามารถเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นต้น
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ศธ.ต้องเร่งพัฒนาครู เพราะวิธีการจัดการเรียนการสอนต้องเปลี่ยนไปเนื่องจากปัจจุบันองค์ความรู้อยู่ทุกที่ ดังนั้นทำอย่างไรที่ครูจะสามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อช่วยให้เด็กนำองค์ความรู้ต่างๆมาประยุกต์ใช้ มาเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาและเกิดสมรรถนะให้ได้มากที่สุด เพราะต้องยอมรับว่าเด็กในปัจจุบันมีความรู้บางเรื่องมากกว่าเรา และบางเรื่องเด็กอาจจะไม่รู้ว่าจะนำเรื่องที่รู้มาใช้ให้เหมาะสมอย่างไร เมื่อการเรียนการสอนจะเปลี่ยนไปจากเดิม เด็กไม่ใช่ผู้รับความรู้แล้ว แต่สามารถเรียนได้ทุกที่ ดังนั้นครูจะต้องเป็นโค้ช และเป็นผู้ช่วยมาให้ข้อแนะนำเด็ก เพื่อให้เด็กสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ และเกิดกระบวนการเรียนรู้ได้
“ครูจะเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนานักเรียน นอกจากนี้จะพบว่าหากเราสามารถสร้างแพลตฟอร์มทางการศึกษา เด็กและครูที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ก็สามารถเข้าถึงความรู้ สามารถเรียนรู้วิชาต่างๆได้ ดังนั้นต้องเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มนำเนื้อหาวิชาต่างๆที่มีมาแขวนไว้ให้เด็กและครูได้เรียนรู้ หรืออาจจะร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มต่อไป”น.ส.ตรีนุช กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้แพทย์ออกมาเตือนว่าจะมีการแพร่ระบาดในเด็กเกิดขึ้นแน่นอนเพราะเด็กยังไม่ได้รับวัคซีน น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ตนมีความเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว ขอให้สถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการ 6-6-7 ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด ขอให้ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุที่ ศธ.กำหนดไว้ด้วย ทั้งนี้ ศธ.ได้ออกประกาศไปแล้วว่าขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาว่าโรงเรียนในพื้นที่ควรจะการเรียนการสอนรูปแบบบไหน อย่างไรก็ตามแม้จะเกิดเหตุการณ์เด็กจะติดเชื้อ แต่จะมีความรุนแรงน้อยมาก ทั้งนี้แม้เราป้องกันแล้วมีเด็กติดเชื้อ เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดได้
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 6 มกราคม 2565
สรุปสาระสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเน้นย้ำนโยบายการยกระดับคุณภาพการศึกษา ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะการสร้าง “ห้องเรียนคุณภาพ” ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. กว่า 30,000 แห่ง ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้พร้อมกันอย่างรวดเร็ว จึงเสนอแนวทางการจัดตั้ง “โรงเรียนแม่ข่าย” เพื่อเชื่อมโยงโรงเรียนรอบข้างให้เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ศธ. เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาครู เนื่องจากรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเปลี่ยนไป องค์ความรู้ไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียนอีกต่อไป ครูจึงต้องปรับบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็น “โค้ช” หรือผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประยุกต์ใช้ความรู้ และพัฒนาสมรรถนะในการแก้ปัญหา
นอกจากนี้ ศธ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มการศึกษา เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงความรู้ของครูและนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงความร่วมมือกับภาคเอกชน พร้อมทั้งกำชับสถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขและแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง
ข้อสอบ
เหตุผลสำคัญที่สุดที่ ศธ. ไม่สามารถสร้างห้องเรียนคุณภาพได้ครบทุกโรงเรียนในเวลาอันสั้น คือข้อใด
ก. ขาดแคลนครูผู้สอน
ข. ข้อจำกัดด้านงบประมาณและสถานการณ์โควิด-19
ค. โรงเรียนไม่ให้ความร่วมมือ
ง. ขาดเทคโนโลยีทางการศึกษา
แนวคิด “โรงเรียนแม่ข่าย” สะท้อนหลักการบริหารจัดการใดมากที่สุด
ก. การกระจายอำนาจ
ข. การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการสร้างเครือข่าย
ค. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ง. การรวมศูนย์การบริหาร
บทบาทของครูตามแนวคิดในบทความควรเปลี่ยนไปในลักษณะใด
ก. ผู้ควบคุมชั้นเรียนอย่างเข้มงวด
ข. ผู้ถ่ายทอดความรู้ตามหลักสูตร
ค. โค้ชและผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
ง. ผู้ประเมินผลสัมฤทธิ์เป็นหลัก
การพัฒนาแพลตฟอร์มการศึกษามีเป้าหมายสำคัญเพื่อแก้ปัญหาใด
ก. ลดภาระงานครู
ข. เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างเดียว
ค. ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการเรียนรู้
ง. ใช้แทนครูในห้องเรียน
ในมุมมองผู้บริหารสถานศึกษา การดำเนินการใดสอดคล้องกับนโยบายในบทความมากที่สุด
ก. เร่งเปิดเรียน On-site ทุกพื้นที่
ข. รอคำสั่งจากส่วนกลางก่อนทุกครั้ง
ค. ปรับรูปแบบการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและใช้เทคโนโลยีสนับสนุน
ง. เน้นการสอนแบบบรรยายให้จบเนื้อหา
นโยบาย “โรงเรียนแม่ข่าย” ถูกเสนอขึ้นมาเป็นทางเลือกสำคัญ เนื่องจากข้อจำกัดใดเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างมากที่สุด
ก. ความแตกต่างด้านคุณภาพครู
ข. จำนวนโรงเรียนและข้อจำกัดงบประมาณของรัฐ
ค. ความไม่พร้อมของผู้เรียน
ง. ระบบประเมินผลที่ล้าสมัย
หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวคิดโรงเรียนแม่ข่ายไปใช้ สิ่งใดคือ “ความเสี่ยงเชิงนโยบาย” ที่ต้องบริหารจัดการมากที่สุด
ก. โรงเรียนเครือข่ายขาดความเป็นอิสระทางวิชาการ
ข. การใช้เทคโนโลยีไม่ทั่วถึง
ค. ภาระงานครูเพิ่มขึ้น
ง. ความไม่เข้าใจของนักเรียน
การเปลี่ยนบทบาทครูจาก “ผู้สอน” เป็น “โค้ช” สะท้อนการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางการศึกษาในข้อใด
ก. จากการเน้นเนื้อหา → เน้นกระบวนการเรียนรู้
ข. จากการสอนรวม → การสอนเฉพาะบุคคล
ค. จากออนไซต์ → ออนไลน์
ง. จากการประเมินผล → การวัดผล
ข้อใด ไม่สอดคล้อง กับแนวคิดครูเป็นโค้ชตามบทความ
ก. ครูตั้งคำถามกระตุ้นการคิด
ข. ครูช่วยชี้แนะการประยุกต์ใช้ความรู้
ค. ครูถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ครบตามหลักสูตร
ง. ครูอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เหตุผลเชิงลึกที่รัฐมนตรีเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มการศึกษา คือข้อใด
ก. ลดต้นทุนการจัดการศึกษาในระยะยาว
ข. ทดแทนครูในพื้นที่ขาดแคลน
ค. ขยายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ง. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
หากผู้บริหารสถานศึกษานำแพลตฟอร์มการศึกษามาใช้โดยไม่ปรับกระบวนการเรียนรู้ ผลที่อาจเกิดขึ้นมากที่สุดคือ
ก. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นทันที
ข. เทคโนโลยีกลายเป็นภาระมากกว่าสนับสนุนการเรียนรู้
ค. ครูมีเวลาว่างเพิ่ม
ง. โรงเรียนลดค่าใช้จ่ายได้ทันที
จากบทความ แนวคิดใดสะท้อนการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ได้ชัดเจนที่สุด
ก. การเรียนรู้ตามตำรา
ข. การเรียนรู้เพื่อสอบ
ค. การเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาสมรรถนะ
ง. การเรียนรู้แบบแข่งขัน
หากเกิดกรณีนักเรียนติดเชื้อโควิด-19 ในโรงเรียน การตัดสินใจใดของผู้บริหาร “สอดคล้องนโยบายมากที่สุด”
ก. ปิดโรงเรียนทันทีทุกกรณี
ข. ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุและมติคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
ค. เปลี่ยนเป็นออนไลน์โดยไม่แจ้งผู้ปกครอง
ง. รอคำสั่งจาก ศธ. เพียงอย่างเดียว

บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาตามบทความควรเป็นลักษณะใด
ก. ผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน
ข. ผู้รักษาระเบียบแบบแผนเดิม
ค. ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียนรู้
ง. ผู้ตรวจสอบผลการเรียน
ภาพรวมของนโยบายทั้งหมดในบทความ สะท้อนปรัชญาการบริหารการศึกษาในข้อใดมากที่สุด
ก. ประสิทธิภาพเป็นศูนย์กลาง
ข. เทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง
ค. ผู้เรียนและการเรียนรู้เป็นศูนย์กลาง
ง. ระบบราชการเป็นศูนย์กลาง
ข้อ 16
แก่นแท้ของนโยบาย “โรงเรียนแม่ข่าย” ที่แตกต่างจากการควบรวมโรงเรียน คือข้อใด
ก. การลดจำนวนโรงเรียน
ข. การรวมทรัพยากรทางกายภาพ
ค. การเชื่อมโยงศักยภาพโดยไม่ลบอัตลักษณ์
ง. การยุบโครงสร้างการบริหาร
ข้อ 17
หากโรงเรียนแม่ข่ายมีผลสัมฤทธิ์สูง แต่โรงเรียนเครือข่ายไม่พัฒนา ผู้บริหารควรวิเคราะห์สาเหตุเชิงระบบจากข้อใดก่อน
ก. ความสามารถของผู้เรียน
ข. รูปแบบการถ่ายทอดทรัพยากรและความรู้
ค. การจัดสรรงบประมาณรายหัว
ง. ความร่วมมือของผู้ปกครอง
ข้อ 18
การออกแบบเครือข่ายโรงเรียนที่ยั่งยืนควรยึดหลักใดเป็นลำดับแรก
ก. ระยะทางทางภูมิศาสตร์
ข. ความพร้อมด้านเทคโนโลยี
ค. ความสอดคล้องของบริบทและความต้องการ
ง. ขนาดโรงเรียน
ข้อ 19
ข้อใดคือความท้าทายเชิงอำนาจ (Power Dynamics) ของระบบโรงเรียนแม่ข่าย
ก. การใช้ทรัพยากรร่วมกัน
ข. ความรู้สึกเหนือ–ด้อยระหว่างโรงเรียน
ค. ภาระงานครู
ง. การประเมินผลนักเรียน
ข้อ 20
ผู้นำสถานศึกษาที่สอดคล้องกับนโยบายใหม่ควรมีบทบาทใดเด่นที่สุด
ก. ผู้ควบคุมมาตรฐาน
ข. ผู้จัดการงบประมาณ
ค. ผู้ออกแบบระบบการเรียนรู้
ง. ผู้บังคับใช้กฎระเบียบ
ข้อ 21
การตัดสินใจใดสะท้อน “ภาวะผู้นำเชิงปรับตัว (Adaptive Leadership)” มากที่สุด
ก. ทำตามหนังสือสั่งการอย่างเคร่งครัด
ข. รอแนวปฏิบัติจากส่วนกลาง
ค. ปรับนโยบายให้เหมาะกับบริบทโรงเรียน
ง. ลดกิจกรรมที่มีความเสี่ยง
ข้อ 22
การต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจากครูควรถูกมองเป็นสิ่งใด
ก. ปัญหาที่ต้องแก้ทันที
ข. ความล้มเหลวของผู้นำ
ค. ข้อมูลสะท้อนจุดอ่อนของระบบ
ง. อุปสรรคที่ควรถูกกำจัด
ข้อ 23
หากครูยังสอนแบบเดิมแม้มีแพลตฟอร์มออนไลน์ครบถ้วน ปัญหาหลักอยู่ที่ใด
ก. ตัวแพลตฟอร์ม
ข. งบประมาณ
ค. กระบวนทัศน์การสอน
ง. ความสามารถของผู้เรียน
ข้อ 24
บทบาท “ครูเป็นโค้ช” จะล้มเหลวเมื่อใด
ก. ครูมีภาระงานมาก
ข. ครูขาดทักษะเทคโนโลยี
ค. หลักสูตรยังเน้นเนื้อหาเป็นศูนย์กลาง
ง. นักเรียนขาดวินัย
ข้อ 25
การใช้แพลตฟอร์มเพื่อ “ลดความเหลื่อมล้ำ” ต้องควบคู่กับมาตรการใด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนออนไลน์
ข. จัดซื้ออุปกรณ์ราคาแพง
ค. สนับสนุนการเข้าถึงและทักษะดิจิทัล
ง. ประเมินผลแบบออนไลน์ทั้งหมด
ข้อ 26
ข้อใดสะท้อนการใช้เทคโนโลยีอย่างมียุทธศาสตร์
ก. ใช้ทุกแพลตฟอร์มที่ ศธ. แนะนำ
ข. เลือกแพลตฟอร์มตามความนิยม
ค. เลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์การเรียนรู้
ง. ใช้เทคโนโลยีแทนครู
ข้อ 27
หากโรงเรียนลงทุนด้านเทคโนโลยีสูง แต่ผลสัมฤทธิ์ไม่เพิ่ม สาเหตุเชิงลึกคือข้อใด
ก. เทคโนโลยีล้าสมัย
ข. ครูใช้ไม่คล่อง
ค. ขาดการออกแบบการเรียนรู้เชิงระบบ
ง. นักเรียนไม่สนใจ
ข้อ 28
การบริหารสถานศึกษาในช่วงโควิด-19 สะท้อนทักษะใดของผู้บริหารมากที่สุด
ก. การควบคุม
ข. การสั่งการ
ค. การบริหารความไม่แน่นอน
ง. การตรวจสอบ
ข้อ 29
การปิดโรงเรียนทันทีโดยไม่ประเมินความเสี่ยง ถือเป็นการตัดสินใจแบบใด
ก. เชิงนโยบาย
ข. เชิงป้องกัน
ค. เชิงอารมณ์
ง. เชิงหลักฐาน
ข้อ 30
การสื่อสารกับผู้ปกครองในภาวะวิกฤต ควรยึดหลักใด
ก. รวดเร็วเพียงอย่างเดียว
ข. เป็นทางการเท่านั้น
ค. โปร่งใส สม่ำเสมอ และสร้างความเชื่อมั่น
ง. แจ้งเมื่อมีคำสั่งส่วนกลาง
ข้อ 31
ตัวชี้วัดใดสะท้อน “ความสำเร็จของนโยบาย” มากกว่าคะแนนสอบ
ก. ผลสัมฤทธิ์เฉลี่ย
ข. การมีส่วนร่วมของครูและผู้เรียน
ค. จำนวนกิจกรรม
ง. การใช้งบประมาณครบถ้วน
ข้อ 32
ความยั่งยืนของนโยบายขึ้นอยู่กับปัจจัยใดมากที่สุด
ก. งบประมาณ
ข. เทคโนโลยี
ค. ความเป็นเจ้าของของบุคลากร
ง. คำสั่งจากส่วนกลาง
ข้อ 33
การขับเคลื่อนนโยบายที่ดีควรหลีกเลี่ยงสิ่งใด
ก. การทดลอง
ข. การปรับเปลี่ยน
ค. การสั่งการจากบนลงล่างอย่างเดียว
ง. การประเมินผล
ข้อ 34
ผู้บริหารที่เข้าใจระบบการศึกษาจะมองนโยบายใหม่อย่างไร
ก. ภาระเพิ่มเติม
ข. โครงการระยะสั้น
ค. เครื่องมือพัฒนาคุณภาพระยะยาว
ง. งานเอกสาร
ข้อ 35
หากต้องเลือกทำโครงการเดียวให้เกิดผลสูงสุด ควรเลือกจากหลักใด
ก. งบประมาณสูงสุด
ข. ทำง่ายที่สุด
ค. ผลกระทบต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
ง. เป็นนโยบายเร่งด่วน
ข้อ 36
แนวคิดใดสะท้อน “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” อย่างแท้จริง
ก. สอนตามแผน
ข. เรียนตามเวลา
ค. ปรับการเรียนรู้ตามศักยภาพ
ง. สอบตามมาตรฐานเดียวกัน
ข้อ 37
บทบาทของรอง ผอ. ในการขับเคลื่อนนโยบายควรเป็นอย่างไร
ก. ปฏิบัติตามคำสั่ง
ข. ตรวจงานครู
ค. เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติ
ง. จัดทำเอกสารรายงาน
ข้อ 38
หากครูมองว่านโยบายใหม่เป็นภาระ แสดงถึงช่องว่างใด
ก. งบประมาณ
ข. การสื่อสารเชิงความหมาย
ค. ความสามารถครู
ง. เวลาสอน
ข้อ 39
การนำร่อง (Pilot) นโยบายก่อนขยายผลมีประโยชน์หลักคือข้อใด
ก. ลดงบประมาณ
ข. ลดแรงต้าน
ค. เรียนรู้และปรับปรุงจากข้อมูลจริง
ง. ปฏิบัติตามระเบียบ
ข้อ 40
ข้อใดคือคุณลักษณะผู้นำสถานศึกษายุคใหม่
ก. เข้มงวด
ข. รอบคอบ
ค. กล้าเรียนรู้และเปลี่ยนแปลง
ง. รักษาระบบเดิม
ข้อ 42
การบริหารที่มุ่ง “ความเท่าเทียม” แตกต่างจาก “ความเท่าเทียมกัน” อย่างไร
ก. ใช้ทรัพยากรเท่ากัน
ข. ให้โอกาสตามความจำเป็น
ค. ใช้เกณฑ์เดียวกัน
ง. ประเมินผลเท่ากัน
ข้อ 43
การจัดการเปลี่ยนแปลงที่ล้มเหลวมักเกิดจากข้อใด
ก. แผนไม่ดี
ข. งบไม่พอ
ค. คนไม่เข้าใจเหตุผลของการเปลี่ยน
ง. เทคโนโลยีไม่พร้อม
ข้อ 44
นโยบายที่ดีแต่ปฏิบัติไม่ได้สะท้อนปัญหาใด
ก. ระดับปฏิบัติ
ข. ระดับนโยบาย
ค. ช่องว่างนโยบาย–การปฏิบัติ
ง. ความสามารถบุคลากร
ข้อ 45
หากต้องประเมินความสำเร็จของ ผอ. ใหม่ใน 1 ปีแรก ควรดูจากข้อใด
ก. เอกสารครบถ้วน
ข. ความสงบเรียบร้อย
ค. ทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
ง. คะแนนสอบเพิ่มทันที
ข้อ 46
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนบทบาท ผอ./รอง ผอ. เป็นใครมากที่สุด
ก. ผู้บริหารงาน
ข. ผู้จัดการโครงการ
ค. ผู้นำการเรียนรู้ขององค์กร
ง. ผู้รักษาระเบียบ
เรื่อง : การขับเคลื่อน “โรงเรียนคุณภาพในเครือข่าย” ภายใต้ข้อจำกัดงบประมาณและวิกฤตโควิด-19
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งหนึ่งมีโรงเรียนในสังกัด 48 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทและกึ่งชนบท ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมีความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากร ครูไม่ครบชั้น และการเข้าถึงเทคโนโลยีแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ภายใต้นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งสร้าง “ห้องเรียนคุณภาพ” และ “โรงเรียนคุณภาพ” แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สำนักงานเขตฯ จึงเสนอแนวทางจัดตั้ง “โรงเรียนแม่ข่าย” จำนวน 6 แห่ง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การพัฒนาครู และการใช้ทรัพยากรร่วมกับโรงเรียนเครือข่ายโดยรอบ
โรงเรียนแม่ข่ายบางแห่งมีความพร้อมสูง มีครูที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและผลสัมฤทธิ์โดดเด่น ขณะที่โรงเรียนเครือข่ายบางแห่งมีครูอาวุโสจำนวนมาก ไม่คุ้นเคยกับการเรียนออนไลน์ และมีความกังวลว่านโยบายนี้จะทำให้โรงเรียนตนถูกลดบทบาท กลายเป็น “โรงเรียนรอง”
ในช่วงเดียวกัน สถานการณ์โควิด-19 ทำให้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนต้องเปลี่ยนเป็น Online / On-hand / Hybrid อย่างต่อเนื่อง ผู้ปกครองมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน ขณะที่ครูรู้สึกภาระงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและการจัดการเรียนรู้เชิงสมรรถนะตามแนวนโยบายใหม่
ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่ ได้รับมอบหมายให้เป็น โรงเรียนแม่ข่ายหลัก แต่พบปัญหาหลายประการ ได้แก่
ความไม่เข้าใจนโยบายในหมู่ครู
การต่อต้านเชิงเงียบจากโรงเรียนเครือข่าย
การใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่มีอยู่ แต่ไม่เกิดผลต่อผู้เรียน
ความกดดันจากผู้ปกครองเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพการเรียนรู้
ผู้บริหารต้องตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ว่าจะ ขับเคลื่อนนโยบายอย่างไรให้เกิดผลจริง ภายใต้ทรัพยากรจำกัด ความเสี่ยงด้านสุขภาพ และความแตกต่างของบริบทโรงเรียน โดยไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งในเครือข่าย และยังคงยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ข้อ 47
ปัญหาเชิงระบบที่เป็น “รากเหง้า” ของกรณีศึกษานี้มากที่สุดคือข้อใด
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. การแพร่ระบาดของโควิด-19
ค. ช่องว่างระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติ
ง. ขาดแพลตฟอร์มการเรียนรู้
ข้อ 48
ความกังวลของโรงเรียนเครือข่ายสะท้อนประเด็นใดมากที่สุด
ก. คุณภาพผู้เรียน
ข. โครงสร้างอำนาจและอัตลักษณ์โรงเรียน
ค. ภาระงานครู
ง. ความปลอดภัยด้านสุขภาพ
ข้อ 49
หากผู้บริหารมุ่ง “สั่งการให้ปฏิบัติตาม” อย่างเดียว จะเกิดผลใดมากที่สุด
ก. การดำเนินงานรวดเร็ว
ข. ความร่วมมือสูง
ค. การต่อต้านเชิงเงียบ
ง. ผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้นทันที
ข้อ 50
บทบาทของ ผอ. โรงเรียนแม่ข่ายที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. ผู้ควบคุมโรงเรียนเครือข่าย
ข. ผู้จัดสรรงบประมาณ
ค. ผู้ออกแบบระบบการเรียนรู้ร่วม
ง. ผู้ประเมินผลโรงเรียนอื่น
ข้อ 51
การตัดสินใจใดสะท้อน Adaptive Leadership มากที่สุด
ก. ใช้แนวปฏิบัติเดียวกันทุกโรงเรียน
ข. รอคำสั่งจากเขตพื้นที่
ค. ปรับรูปแบบตามบริบทแต่ละโรงเรียน
ง. ลดกิจกรรมทั้งหมดชั่วคราว
ข้อ 52
หากครูไม่เปลี่ยนวิธีสอน แม้มีเทคโนโลยีพร้อม ปัญหาหลักคือข้อใด
ก. ครูขาดทักษะ
ข. ระบบสนับสนุนไม่เพียงพอ
ค. กระบวนทัศน์การเรียนรู้ยังไม่เปลี่ยน
ง. นักเรียนไม่ให้ความร่วมมือ
ข้อ 53
แนวทางพัฒนาครูที่สอดคล้องกับกรณีศึกษามากที่สุดคือข้อใด
ก. อบรมเชิงทฤษฎีระยะสั้น
ข. เรียนรู้ร่วมกันผ่าน PLC ในเครือข่าย
ค. ประเมินผลครูอย่างเข้มงวด
ง. เพิ่มภาระรายงานผล
ข้อ 54
บทบาท “ครูเป็นโค้ช” จะเกิดขึ้นได้เมื่อใด
ก. ครูสอนออนไลน์เก่ง
ข. ลดจำนวนชั่วโมงสอน
ค. การเรียนรู้เน้นสมรรถนะและการคิด
ง. มีแพลตฟอร์มครบถ้วน
ข้อ 55
การใช้แพลตฟอร์มเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำต้องคำนึงถึงข้อใดเป็นอันดับแรก
ก. ความทันสมัยของระบบ
ข. ความพร้อมในการเข้าถึงของผู้เรียน
ค. จำนวนบทเรียน
ง. ความเร็วอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนแม่ข่าย
ข้อ 56
หากลงทุนเทคโนโลยีสูงแต่ไม่เกิดผล แสดงถึงข้อใด
ก. เทคโนโลยีไม่เหมาะสม
ข. การออกแบบการเรียนรู้ไม่เชื่อมโยง
ค. นักเรียนขาดแรงจูงใจ
ง. ครูต่อต้านนโยบาย
ข้อ 57
การสื่อสารกับผู้ปกครองในกรณีนี้ควรยึดหลักใด
ก. เป็นทางการและรัดกุม
ข. รวดเร็วแต่สั้น
ค. โปร่งใส สม่ำเสมอ และสร้างความเชื่อมั่น
ง. สื่อสารเฉพาะเมื่อมีปัญหา
ข้อ 58
การปฏิบัติตามมาตรการ 6-6-7 สะท้อนทักษะใดของผู้บริหาร
ก. การควบคุม
ข. การจัดการความเสี่ยง
ค. การตรวจสอบ
ง. การสั่งการ
ข้อ 59
ตัวชี้วัดความสำเร็จของโรงเรียนแม่ข่ายควรเน้นข้อใด
ก. คะแนนสอบ
ข. จำนวนกิจกรรม
ค. การเปลี่ยนแปลงคุณภาพการเรียนรู้ในเครือข่าย
ง. การใช้งบประมาณครบถ้วน
ข้อ 60
ความยั่งยืนของนโยบายขึ้นอยู่กับปัจจัยใดมากที่สุด
ก. งบประมาณ
ข. เทคโนโลยี
ค. การมีส่วนร่วมของครูและโรงเรียนเครือข่าย
ง. คำสั่งจากส่วนกลาง
คลิกเฉลย >>>