สมาชิกเข้าสู่ระบบ

วิธีจัดโต๊ะหมู่เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา รัชกาลที่10

เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเครื่องราชสักการะ ประดับธงชาติไทยคู่กับธงอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และประดับผ้าระบายสีเหลืองร่วมกับผ้าระบายสีขาว ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงานและบ้านเรือน

พร้อมทั้งจัดให้มีพื้นที่สำหรับลงนามถวายพระพรชัยมงคล ตกแต่งซุ้ม และประดับไฟตามสถานที่และถนนสายหลัก ระยะเวลาตามความเหมาะสม รวมถึงจัดทำคำถวายพระพรชัยมงคลลงบนหน้าหลักของเว็บไซต์ของหน่วยงาน และเชิญชวนแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563

โดยมีวิธีการจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาเพื่อถวายพระพรเนื่องใน  "วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563" ดังนี้

1. ตั้งโต๊ะหมู่พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ ร.10

นำโต๊ะหมู่ 6 หรือโต๊ะหมู่ 7 มาวางจัดในพื้นที่ที่ต้องการ จากนั้นนำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประดิษฐานไว้ที่โต๊ะตัวบนสุดของชุดโต๊ะหมู่ (หรือแขวนกับผนังในตำแหน่งเหนือโต๊ะนั้นก็ได้) 

2. ธงชาติไทย และ ธงอักษร ว.ป.ร.

เตรียมธงสองผืน คือ ธงชาติไทยและธงอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. พร้อมเสาธงและฐานวาง ตั้งธงไว้ขนาบข้างของโต๊ะหมู่บูชา โดยเมื่อหันหน้าเข้าโต๊ะหมู่ ด้านซ้ายตั้งธงชาติไทย และด้านขวาตั้งธงอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร.

3. เครื่องราชสักการะ

ประกอบไปด้วย พานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน และพานกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ และอาจเพิ่มพานดอกไม้สำหรับประดับด้วยก็ได้ สำหรับพานพุ่มทั้งสองให้วางบนโต๊ะคู่ขนาบข้าง ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าโต๊ะที่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพานพุ่มทองวางไว้โต๊ะฝั่งซ้าย และพานพุ่มเงินวางไว้โต๊ะฝั่งขวา ส่วนพานกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพวางไว้ที่โต๊ะตัวกลางของชุดโต๊ะหมู่

4. ประดับผ้าสีม่วงและสีขาว

หลังจากจัดชุดโต๊ะหมู่และธงต่างๆ เสร็จแล้ว ให้เตรียมผืนผ้าระบายสีเหลืองร่วมกับผ้าระบายสีขาว ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงานและบ้านเรือน

5. จัดจุดวางสมุดลงนาม "ถวายพระพร"

จัดเตรียมโต๊ะ เก้าอี้ ปากกา และสมุดลงนามถวายพระพรไว้ในบริเวณเดียวกันกับจุดที่จัดโต๊ะหมู่ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้มาลงนามถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563

นอกจากนี้รัฐบาลยังเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมที่รัฐบาล ส่วนราชการ และภาคเอกชน ได้จัดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ได้มีการจัดกิจกรรมจิตอาสา ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี...เราสร้างไปด้วยกันระหว่างวันที่ 28 – 31 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ณ ท้องสนามหลวง โดยมีรูปแบบการจัดกิจกรรมแบ่งเป็นด้านต่างๆ ได้แก่

1. กิจกรรมส่งเสริมชุมชน

จัดแสดงกิจกรรมต่างๆ ที่มีการจัดการภายในชุมชน ทั้งทางด้านการเกษตร ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการฝึกอาชีพ ด้านสุขภาวะอนามัย

2. กิจกรรมด้านการแก้ปัญหาสาธารณะ

หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย เช่น การแก้ไขความยากจนระดับครัวเรือน, การจัดการสาธารณภัย, การจัดการขยะภายในชุมชน, การทำหน้ากากอนามัย, การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า, การบริการจัดหางานผ่าน Job Box ในชุมชนที่ดี

3. กิจกรรมส่งเสริมการเกษตรและอาชีพ

หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดกิจกรรม เช่น การทำการเกษตรผสมผสาน, การตรวจวิเคราะห์ดิน, การแจกเมล็ดพันธุ์ผัก, การแสดงโมเดลโรงเรือนขนาดเล็กสำหรับการเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็ก, การทำรถเข็นสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์, การสอนสร้างตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบธรรมชาติ เพื่อแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่าย ฯลฯ

4. บริการอาหารและเครื่องดื่มปันสุข

ประชาชนที่ไปร่วมกิจกรรมจะได้รับประโยชน์ทั้งความรู้ในด้านต่างๆ สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้เพื่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน รวมทั้งประชาชนจะได้รับบริการอาหารและเครื่องดื่มที่หน่วยงานนำไปแจกจ่ายเพื่อปันสุขให้แก่ประชาชนอีกด้วย 

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ

สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงการเชิญชวนของรัฐบาลให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนร่วมจัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 โดยเน้นการแสดงความจงรักภักดีผ่านการจัดสถานที่และกิจกรรมอย่างเหมาะสม ได้แก่ การตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ ร.10 พร้อมเครื่องราชสักการะ การประดับธงชาติไทยคู่กับธงอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. การตกแต่งสถานที่ด้วยผ้าสีเหลืองและสีขาว รวมถึงการจัดจุดลงนามถวายพระพร และการเผยแพร่คำถวายพระพรผ่านเว็บไซต์หน่วยงาน อีกทั้งเชิญชวนให้ประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองตลอดเดือนกรกฎาคม

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมจิตอาสาที่ท้องสนามหลวง ภายใต้แนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี...เราสร้างไปด้วยกัน” โดยมีกิจกรรมสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมชุมชน การแก้ปัญหาสาธารณะ การส่งเสริมการเกษตรและอาชีพ และการให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะอาชีพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน อันนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 จุดประสงค์หลักของการจัดกิจกรรมตามบทความคือข้อใด
ก. ส่งเสริมการท่องเที่ยว
ข. แสดงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติ
ค. กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น
ง. พัฒนาระบบราชการ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการเฉลิมพระเกียรติและความจงรักภักดีเป็นหลัก

 

ข้อ 2 การจัดวางธงที่ถูกต้องคือข้อใด
ก. ซ้าย ว.ป.ร. ขวา ธงชาติ
ข. ซ้าย ธงชาติ ขวา ว.ป.ร.
ค. วางสลับตำแหน่งได้
ง. วางเฉพาะธงชาติ
เฉลย: ข
เหตุผล: กำหนดชัดเจนว่าซ้ายคือธงชาติ ขวาคือ ว.ป.ร.

 

ข้อ 3 พานพุ่มทองควรวางตำแหน่งใด
ก. กลาง
ข. ขวา
ค. ซ้าย
ง. ด้านหลัง
เฉลย: ค
เหตุผล: พานพุ่มทองวางด้านซ้าย

 

ข้อ 4 แนวคิดกิจกรรมจิตอาสาคืออะไร
ก. เศรษฐกิจพอเพียง
ข. ไทยแลนด์ 4.0
ค. ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี
ง. สร้างชาติ
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นชื่อแนวคิดกิจกรรมโดยตรง

 

ข้อ 5 ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมส่งเสริมชุมชน
ก. การเกษตร
ข. สิ่งแวดล้อม
ค. การทหาร
ง. ฝึกอาชีพ
เฉลย: ค
เหตุผล: การทหารไม่อยู่ในรายการ

 

ข้อ 6 การจัดจุดลงนามถวายพระพรมีความสำคัญอย่างไร
ก. เพิ่มรายได้
ข. สร้างภาพลักษณ์องค์กร
ค. เปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความจงรักภักดี
ง. ใช้เป็นหลักฐานราชการ
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นช่องทางแสดงความจงรักภักดี

 

ข้อ 7 กิจกรรมแก้ปัญหาสาธารณะมุ่งเน้นสิ่งใด
ก. การศึกษา
ข. การแก้ปัญหาชุมชนจริง
ค. การแข่งขัน
ง. การลงทุน
เฉลย: ข
เหตุผล: เช่น ความยากจน ขยะ สาธารณภัย

 

ข้อ 8 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรประยุกต์ใช้กิจกรรมนี้อย่างไร
ก. จัดเฉพาะพิธีการ
ข. เน้นตกแต่งสถานที่
ค. บูรณาการกิจกรรมจิตอาสากับการเรียนรู้
ง. งดกิจกรรม
เฉลย: ค
เหตุผล: สอดคล้องการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและคุณลักษณะผู้เรียน

 

ข้อ 9 การแต่งกายสีเหลืองมีความหมายอย่างไร
ก. ความสามัคคี
ข. แฟชั่น
ค. ความสะดวก
ง. ประหยัด
เฉลย: ก
เหตุผล: เป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและความพร้อมเพรียง

 

ข้อ 10 กิจกรรมเกษตรและอาชีพมีผลต่อชุมชนอย่างไร
ก. ลดเวลาเรียน
ข. เพิ่มรายได้และทักษะ
ค. ลดประชากร
ง. เพิ่มการแข่งขัน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน

 
 

ความเห็นของผู้ชม