สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ป.ป.ช. สุ่มตรวจอาหารกลางวัน พบ น.ร.แทบไม่แตะอาหาร

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายยุทธนา วิมลเมือง เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ ประธานชมรมตรังต้านโกง เครือข่ายภาคประชาชน ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนบ้านนาเมืองเพชร ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนอนุบาล จำนวน 80 คน ประถม 277 คน มัธยม 1-3 จำนวน 100 คน ซึ่งทางโรงเรียนได้ค่าหัวนักเรียนหัวละ 22 บาท ทางโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนจากท้องถิ่นเทศบาลตำบลนาเมืองเพชร ต้องไปรับเช็ค 100 วัน ต่อ 1 ภาคเรียน แต่ตั้งแต่เปิดเรียนผ่านมา 5-6 วัน ทางเทศบาลไม่จัดสรรเงินงบประมาณมาให้ ส่วนความล่าช้าของเงินอุดหนุนไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร ในส่วนของครูได้แชร์ค่าอาหารกลางวันคนละ 300 บาทต่อเดือน 

ปัญหาความล่าช้าของเงินอุดหนุนทำให้ ทางโรงเรียนต้องรวมเงินลงขันจ่ายให้กับคู่สัญญาไปก่อน ซึ่งทางโรงเรียนแจ้งว่าได้จัดซื้อจัดจ้างแบบอาหารปรุงสำเร็จ แต่เมื่อขอตรวจสอบเอกสารปรากฏว่าทางโรงเรียนแจ้งว่าเอกสารทั้งหมดได้ส่งไปเทศบาลหมดแล้ว จึงไม่มีให้ตรวจสอบ

สำหรับเมนูอาหารวันนี้คือ แกงไตปลา ผัดผักกะหล่ำปลี ผลไม้คือฝรั่ง ส่วนเมนูไก่ต้มฝักเป็นเมนูเสริมให้กับเด็กอนุบาล แต่อาหารดังกล่าวนักเรียนทุกระดับชั้นกินเหมือนกันหมด ซึ่งเพียงพอต่อนักเรียนทุกคน แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีเด็กจำนวนมากรับประทานอาหารเหลือในจาน แทบจะไม่แตะอาหารเลย แต่หลายคนหันไปซื้อมาม่าคัพจากสหกรณ์มาใส่น้ำร้อนรับประทานแทนข้าว 

จากการพูดคุยกับแม่ครัวเป็นผู้ทำอาหารในโรงเรียน ระบุว่า เป็นผู้ไปจัดซื้ออาหารมาปรุงในโรงเรียนเอง ซึ่งเข้าข่ายเป็นการดำเนินการในลักษณะที่ทางโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยนำงบประมาณไปจ้างแม่ครัวซื้อวัตถุดิบ และมาปรุงให้กับนักเรียน แต่เมื่อสอบถามว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไรทางโรงเรียนปฏิเสธการให้สัมภาษณ์

นายยุทธนากล่าวว่า จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ ได้รับข้อมูลจากผู้บริหารสถานศึกษา และคุณครูว่าทางโรงเรียนยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียน และคุณครูต้องช่วยกันแชร์เงินกันเพื่อให้ได้มีการเบิกจ่ายให้กับคู่สัญญาในการจัดทำโครงการอาหารกลางวันเป็นเงินจำนวน 30,000 กว่าบาท 

นายยุทธนากล่าวว่า ส่วนการจัดทำโครงการอาหารกลางวันก็ได้มีข้อสังเกตในเรื่องของคุณภาพของอาหาร เช่น บางเมนูที่ทำมาน้องๆ หนูๆ นักเรียนไม่ชอบทาน เช่น ผัดกะหล่ำปลี ฟักต่างๆ ทำให้ต้องมีการเททิ้ง เป็นที่น่าเสียดาย ก็พยายามให้ทางโรงเรียนปรับปรุงเมนูให้สอดคล้องกับการบริโภค หรือการรับประทานของนักเรียน ซึ่งหากเป็นไปตามหลักโภชนาการก็สามารถจะเกิดทั้งในเชิงคุณภาพและในเชิงปริมาณ

นายยุทธนากล่าวว่า หลังจากนี้ก็จะไปขอเอกสารหลักฐานจากทางเทศบาลว่า ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามวิธีการระเบียบหรือกฏหมายกำหนดมาหรือเปล่าว่าใช้วิธีการแบบไหน ในการจัดซื้อจัดจ้าง ก็ต้องกำชับให้ระมัดระวังในเรื่องของการใช้ นอมินี หรือยืมชื่อผู้อื่นมาเป็นคู่สัญญา แต่ใช้วิธีการในการไปซื้อวัตถุดิบต่างๆ มาดำเนินการเองตรงนี้ก็ต้องกำชับ ต้องเฝ้าระวังในตัวโครงการอาหารกลางวันแห่งนี้

ขณะที่นายชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ ประธานชมรมตรังต้านโกง กล่าวว่า เท่าที่ลงไปตรวจสอบแบบที่ทางโรงเรียนไม่ได้รู้ตัวล่วงหน้าเราก็พบว่าอาหารกลางวันที่ทางโรงเรียนจัดให้เด็กนักเรียนนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างจะดี คือมีสารอาหารครบถ้วน ทั้งในส่วนของโปรตีน ในส่วนของผัก และในส่วนของผลไม้ ที่ให้เด็กรับประทานทั้งในเด็กระดับชั้นอนุบาลก็ถือว่าครบถ้วนดี แต่ประเด็นปัญหาของทางโรงเรียน ลักษณะของการทำการจ้างผู้มาทำอาหาร ที่ยังต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางโรงเรียน ที่จะต้องนำมาตรวจสอบกันอีกครั้ง ว่าโรงเรียนใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบไหนกันแน่ เพราะเท่าที่สังเกตและขอข้อมูลยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอว่าจะทำถูกต้องตามระเบียบที่ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งก็จะต้องติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดหลังจากนี้ เพื่อให้โรงเรียนทำให้ถูกต้องตามระเบียบ รวมทั้งเฝ้าระวังในเรื่องคุณภาพและปริมาณของอาหารที่นักเรียนจะได้รับในอนาคต 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 23 พฤษภาคม 2566

ข่าวเกี่ยวกัน

โรงเรียนวัดพันธุวงษ์โต้ดราม่าอาหารกลางวัน ยัน น.ร.กินอิ่ม ซ้ำอาหารเหลือ ห่อกลับบ้านได้อีก 

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน โพสต์ข้อความเกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน โรงเรียนวัดพันธุวงษ์ (สมุทรสาคร) พร้อมระบุข้อความว่า ขนมจีนลูกชิ้นผ่าครึ่ง เมนูขนมจีนลูกชิ้นหนึ่งลูกผ่าครึ่ง ไข่ต้มครึ่งซีก และฝรั่งอีก 3 ชิ้น อาหารกลางวันของเด็กๆ โรงเรียนวัดพันธุวงษ์ จ.สมุทรสาคร ที่นี่มีเด็กนักเรียนตั้งแต่อนุบาลสองถึง ป.6 ในเทอม 1/66 รวม 171 คน อยู่ห่างจากโรงเรียนเทพนรรัตน์ ประมาณ 10 กิโล แม่ครัวรับเหมาชุดเดียวกัน 

 

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนวัดพันธุวงษ์ (ปรีชาเลี่ยมราษฎร์บำรุง) ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยได้พบกับ น.ส.สุภาพ รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพันธุวงษ์ บอกว่า ตามภาพที่ปรากฏเป็นอาหารของนักเรียนชั้นอนุบาล ซึ่งลูกชิ้นจะต้องผ่าครึ่ง ถ้าเด็กกินเต็มลูกอาจจะติดคอได้ ส่วนไข่ต้มเป็นไปตามเมนู Thai School Lunch ที่ในหนึ่งสัปดาห์จะต้องมีเมนูไข่ 1-2 ฟอง ซึ่งแต่ละสัปดาห์เราจะมีเมนูไข่แตกต่างกันไป บางสัปดาห์ก็มีถึง 4 วัน จึงทำให้ต้องแบ่งครึ่งอย่างที่เห็น แต่ถ้าสัปดาห์ไหนมีเมนูไข่แบบเต็มฟองก็จะให้เด็กรับประทานประมาณ 2 วัน 

รักษาการ ผอ.กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวออกมาจากเพจดังกล่าวนั้น รู้สึกตกใจนิดหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเด็กเราก็กินอิ่ม อาหารเหลือ แม่ครัวก็ให้ห่อกลับบ้าน ถ้าเป็นเด็กต่างชาติก็จะกินเยอะหน่อย บางคนทาน 2-3 ถาด ส่วนการตักอาหารให้กินแต่ละครั้งก็จะตักในปริมาณที่พอดี แต่ถ้าใครไม่อิ่มก็มาเติมได้ตลอด

ขณะที่เสียงสะท้อนจาก ผู้ปกครอง แจ้งมาในไลน์กลุ่มว่า เรื่องที่ลงไม่ตรงกับความเป็นจริง อยากให้โรงเรียนดำเนินคดีกับเพจที่เอาเรื่องไม่จริงไปลง ทั้งนี้ ทางโรงเรียนคงต้องปรึกษากับคณะผู้บริหารของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาก่อนว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป 

ด้าน นายพิทักษ์ ทวีแสง รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร พาผู้สื่อข่าวไปดูโครงการอาหารกลางวัน พร้อมชี้แจงว่า การดำเนินการเรื่องโครงการอาหารกลางวันทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาครมีกำชับติดตามโดยตลอด ส่วนประเด็นที่เป็นข่าวนั้นที่ดูแล้วคือเรื่องขนาดของถาดใหญ่ หากเป็นของเด็กอนุบาลนั้นน่าจะไซซ์เล็กกว่านี้ แต่ที่นี่ใช้ถาดขนาดเดียวกันหมด 

นายพิทักษ์กล่าวว่า การให้อาหารกลางวัน เราจะให้ในปริมาณที่เด็กพอทาน เพราะไม่อยากให้เหลือมาก ฉะนั้น จะมีบางส่วนที่อาจเล็ดลอดออกไปบ้าง ไม่แน่ใจว่าภาพที่โพสต์เป็นของโรงเรียนหรือไม่ และก่อนถ่ายเป็นแบบไหน ตนจะพาไปดูสถานที่จริงดูว่าอาหารเป็นอย่างไรและมีคุณภาพตามโปรแกรม Thai School Lunch หรือไม่ 

นายพิทักษ์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาจากการตรวจโรงเรียนแห่งนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ถือว่าน้อยหรือมากเกินไป ส่วนรสชาติของอาหารต้องยอมรับว่าจะให้ถูกใจผู้รับประทานทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากรสชาติจะต้องคำนึงถึงเด็กเล็กๆ ด้วย หากมีรสจัดเกินไปก็จะทำให้เด็กเล็กรับประทานไม่ได้ ขณะที่ในภาพรวมของอาหารกลางวันที่โรงเรียนนี้ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ 

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงอาหารของโรงเรียน พบว่าเมนูอาหารที่แม่ครัวทำให้เด็กนั้นเป็นตามโปรแกรมที่ต้องปฏิบัติ ส่วนการตักให้เด็กนั้นอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี โดยมีข้าวผัด (สำหรับเด็กอนุบาล) หรือข้าวสวย (สำหรับเด็กโต) กับข้าว 2 อย่าง และผลไม้ 1 อย่าง โดยเมนูวันนี้คือข้าว, ผัดวุ้นเส้น, แกงส้มกุ้ง และฝรั่ง ซึ่งด้านเด็กๆ บอกว่ากินกันจนอิ่มทุกวัน 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 23 มิถุนายน 2566

ข่าวเกี่ยวกัน

ไม่ต้องห่อข้าวมาแล้ว! ผอ.คุม ‘อาหารกลางวัน’ ร.ร.กุลโน เอง หลัง ทต.พิมาย ไม่จัดสรรงบให้ทั้งที่ จว.โอนเงินให้ตั้งแต่ต้นเดือน จน ร.ร.ต้องสำรองจ่ายจนงบหมด รองผู้ว่าฯรุดเคลียร์ตั้ง คกก.สอบวินัย-ข้อเท็จจริงแล้ว ชี้ 13 เทศบาลในสังกัดไม่มีปัญหา มีปัญหาอยู่เทศบาลเดียว 

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ครูและเจ้าหน้าที่ฝ่ายโภชนาการของโรงเรียนกุลโน เทศบาลตำบลพิมาย ได้จัดเตรียมอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนจำนวน 600 คน รับประทาน ประกอบด้วย ข้าวผัด แกงฟักใส่ไก่ ผัดผักใส่หมู หมูปั้นก้อนทอด แกงจืดเต้าหู้ใส่ไข่ และผลไม้ตามฤดูกาล 

โดยมี นายวุฒิชาติ มวยดี ผู้อำนวยการโรงเรียนกุลโน คอยตรวจสอบเรื่องคุณภาพอาหารอย่างใกล้ชิด ซึ่งก่อนหน้านั้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 โรงเรียนกุลโนไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากเทศบาลตำบลพิมายเป็นค่าอาหารกลางวัน โดยทางโรงเรียนแก้ปัญหาด้วยการเจียดงบประมาณด้านอื่นของโรงเรียนมาใช้สำรองเพื่อให้เด็กนักเรียนมีข้าวกลางวันรับประทาน ซึ่งใช้เงินสำรองจ่ายไปแล้วระหว่างวันที่ 26 ก.ค.-18 ส.ค.66 กว่า 1 แสน 9 หมื่นบาท จนงบประมาณหมด 

ล่าสุด นายวุฒิชาติ มวยดี ผอ.โรงเรียนกุลโน ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองนักเรียนทั้ง 600 คน ห่อข้าวกลางวันมารับประทานเนื่องจากโรงเรียนขาดแคลนงบประมาณ และยังไม่ได้รับการจัดสรรจากเทศบาลตำบลพิมาย อปท.ต้นสังกัด ส่งผลให้ผู้ปกครองนักเรียนออกมาตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเทศบาลตำบลพิมายไม่จัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียน 

ต่อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา มอบหมายให้นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รอง ผวจ. ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังคำชี้แจงจาก น.ส.กรรณิการ์ พัฒนพีระเดช นายกเทศมนตรีตำบลพิมาย โดยมี ผอ.สนง.สพป.นครราชสีมาเขต 7 และ ผอ.ร.ร.กุลโน และ ผอ.ร.ร.อนุบาลสุริยาอุทัยพิมาย เข้ารับฟังการชี้แจง 

ภายหลังจากได้รับฟังการชี้แจงจากนายกเทศมนตรีตำบลพิมายแล้ว นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาเปิดเผยว่า เท่าที่ได้รับฟังการชี้แจงจากทางนายกเทศบาลตำบลพิมายทราบว่าเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันของทางเทศบาลตำบลพิมาย ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นออกหนังสือแจ้งเรื่องจะมีการโอนเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเข้ามาตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2566 แล้ว ส่วนเงินนั้นถูกโอนเข้าตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.66 ที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดจากความบกพร่องของทาง

เทศบาลตำบลพิมายที่ทำให้ขั้นตอนกระบวนการในการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนอาหารกลางวันเกิดความล่าช้า

ส่วนข้อเท็จจริงนั้นได้มอบหมายให้ทางอำเภอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสาเหตุในความล่าช้าของการเบิกเงินอุดหนุนอาหารกลางวันและนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยต่อไป 

นายสมเกียรติเปิดเผยต่อไปว่า สำหรับในพื้นที่อำเภอพิมายที่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งหมด 13 แห่ง นั้นไม่มีปัญหาในการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนอาหารกลางวัน พบมีแค่เพียงเทศบาลตำบลพิมายเพียงแห่งเดียว 

ขณะที่ภาพรวมของจังหวัดนครราชสีมานั้นยังไม่มีการร้องเรียนเรื่องของเงินอุดหนุนอาหารกลางวัน นอกจากนี้ยังย้ำกับทางเทศบาลตำบลพิมายให้เร่งจัดการโอนเงินค่าอาหารกลางวันให้ทั้ง 2 โรงเรียนให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้พร้อมกำชับท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมาให้ตรวจสอบปัญหาเรื่องเงินค่าอาหารกลางวันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาข้อร้องเรียนขึ้นอีก 

ด้าน นายวุฒิชาติ มวยดี ผอ.ร.ร.กุลโน เปิดเผยวันนี้ (21 ส.ค.) ว่า ในวันนี้ทางเทศบาลตำบลพิมายแจ้งมาว่าจะจัดสรรงบประมาณมาให้โรงเรียนทำอาหารกลางวันให้เด็กได้รับประทานไปก่อนเป็นเวลา 30 วัน ตามที่รองผู้ว่าฯนครราชสีมา ได้กำชับ ส่วนอีกเกือบ 20 วันก่อนจะสิ้นปีงบประมาณ 2566 จะได้มาเมื่อใด โรงเรียนก็ต้องรอไปก่อน ถ้า 20 วันที่เหลือไม่ได้รับงบมา โรงเรียนก็จะมีปัญหาอีกเพราะเราไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม-18 สิงหาคม 2566 โรงเรียนก็ได้ใช้งบอื่นสำรองไปก่อนจากงบอื่นมาสำรองจ่ายไปก่อนแล้วกว่า 1 แสน 9 หมื่นบาท 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 21 สิงหาคม 2566

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น