
การจัดทำแผนพัฒนาโฉมประเทศในครั้งนี้ ต้องเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำของโลกจะแคบลงได้ ต้องมีการกำหนดเป้าหมายและไทม์ไลน์อย่างชัดเจน แปรวิกฤติเป็นโอกาส
กว่า 60 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรวม 12 ฉบับ ให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจในแต่ละด้าน มุ่งเน้นขยายการเติบโตและการรักษาเสถียรภาพสลับกันตามตามสถานการณ์และแนวโน้มประเทศและโลกในขณะนั้นกระทั่งแผนพัฒนาฉบับที่ 8 ช่วงพ.ศ.2540-2544 เป็นจุดเปลี่ยนที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม และมุ่งให้คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา และใช้เศรษฐกิจเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาให้คนมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ก่อนที่แผนฉบับที่ 9 พ.ศ.2545 -2549 ได้อัญเชิญแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาและบริหารประเทศ ควบคู่ไปกับกระบวนทรรศน์การพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวมที่มีคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 กำหนดสิ้นสุดลงในเดือน ก.ย.ปี2565
เมื่อวานนี้ (22 ก.ย.) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดการประชุมประจำปี 2564 Mission to Transform : 13 หมุดหมายพลิกโฉมประเทศไทย การสัมมนาครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มากล่าวปาฐกถาพิเศษยังมีนายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รวมถึงภาคเอกชน สศช.ได้เสนอร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) บนพื้นฐานของหลักการแนวคิดที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่
· ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
· แนวคิด Resilience
· เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ
· โมเดลเศรษฐกิจ BCG
เพื่อมุ่งสู่วัตถุประสงค์หลักของแผนคือการพลิกโฉม ประเทศไทย สู่สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน นอกจากนั้น ยังมีการกำหนดการพัฒนา 13 หมุดหมาย เพื่อเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อน มีเป้าหมายและทิศทางในการสนับสนุนการพลิกโฉมประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่แผนพัฒนาฯ ลงลึกแต่ละประเด็นวางเป้าหมายความสำเร็จใน 5 ปี ยกตัวอย่าง การพัฒนาคนต้องพัฒนาแรงงานและทักษะให้เป็นรูปธรรม กำหนดหลังจากรับฟังความเห็นร่าง จะเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะรัฐมนตรี รัฐสภา และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ไม่เกิน ก.ย.2565 ประกาศใช้แผนในเดือน ต.ค.2565 เป็นต้น
เราเห็นว่า การจัดทำแผนพัฒนาฯ ครั้งนี้ จะรองรับการเปลี่ยนแปลงระดับโลกได้ตามที่คาดหวัง ทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่รวดเร็วและต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการเท่าทันการเปลี่ยนแปลงสู่ช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในวันทุกประเทศต่างเผชิญหน้ากับโควิด19 มาเหมือนกัน ช่องว่างความเหลื่อมล้ำของโลกจะแคบลงได้ ด้วยแผนพัฒนาที่ทันยุุคสมัย โฟกัสแต่ละเซ็คเตอร์ มีการกำหนดเป้าหมายและไทม์ไลน์อย่างชัดเจน ถือเป็นโอกาสของไทยในการแปรวิกฤติเป็นโอกาส หัวใจก็คือคนไทยต้องได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยการสนับสนุนที่เข้มแข็งของภาครัฐอย่างจริงใจ
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทยตลอดกว่า 60 ปี มีพัฒนาการจากการเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพ ไปสู่การให้ความสำคัญกับ “คนเป็นศูนย์กลาง” ตั้งแต่แผนฉบับที่ 8 และน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในแผนฉบับที่ 9 เพื่อสร้างสมดุลและความยั่งยืนในการพัฒนา ต่อเนื่องจนถึงแผนฉบับที่ 12
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566–2570) มุ่ง “พลิกโฉมประเทศไทย” สู่สังคมก้าวหน้าและเศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน โดยยึด 4 หลักสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจพอเพียง ความยืดหยุ่น (Resilience) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และโมเดลเศรษฐกิจ BCG พร้อมกำหนด “13 หมุดหมาย” ที่มีเป้าหมายชัดเจนในระยะ 5 ปี
แผนนี้ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลกระทบจากโควิด-19 โดยเน้นลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาทักษะแรงงาน และกำหนดเป้าหมายพร้อมไทม์ไลน์ที่ชัดเจน ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง เพื่อเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส และพัฒนาคนไทยให้เต็มศักยภาพ
ข้อ 1 จุดเปลี่ยนสำคัญของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 คืออะไร
ก. เน้นการลงทุนต่างชาติ
ข. เน้นการเติบโตอุตสาหกรรม
ค. เน้นคนเป็นศูนย์กลางและการมีส่วนร่วม
ง. เน้นการค้าเสรี
ข้อ 2 ปรัชญาหลักในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 คืออะไร
ก. ทุนนิยมเสรี
ข. เศรษฐกิจพอเพียง
ค. เศรษฐกิจดิจิทัล
ง. อุตสาหกรรมหนัก
ข้อ 3 แนวคิด Resilience ในแผนฉบับที่ 13 หมายถึงอะไร
ก. การเติบโตเร็ว
ข. การแข่งขันสูง
ค. ความสามารถในการปรับตัวและฟื้นตัว
ง. การลดต้นทุน
ข้อ 4 เป้าหมายหลักของแผนฉบับที่ 13 คืออะไร
ก. เพิ่ม GDP
ข. ลดภาษี
ค. พลิกโฉมประเทศสู่ความยั่งยืน
ง. เพิ่มการส่งออก
ข้อ 5 “13 หมุดหมาย” มีไว้เพื่ออะไร
ก. เพิ่มงบประมาณ
ข. กำหนดทิศทางและเป้าหมายการพัฒนา
ค. ลดความซ้ำซ้อน
ง. เพิ่มกฎหมาย
ข้อ 6 โมเดล BCG เน้นเรื่องใด
ก. การเกษตรดั้งเดิม
ข. เศรษฐกิจหมุนเวียนและยั่งยืน
ค. การลงทุนต่างชาติ
ง. การผลิตจำนวนมาก
ข้อ 7 ปัจจัยสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำคืออะไร
ก. เพิ่มรายได้รัฐ
ข. การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างเดียว
ค. แผนพัฒนาที่ทันสมัยและครอบคลุม
ง. ลดประชากร
ข้อ 8 แนวทางพัฒนาคนในแผนฉบับที่ 13 คืออะไร
ก. เพิ่มจำนวนแรงงาน
ข. พัฒนาทักษะแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม
ค. ลดการศึกษา
ง. เน้นแรงงานต่างชาติ
ข้อ 9 การกำหนดไทม์ไลน์ชัดเจนมีประโยชน์อย่างไร
ก. ลดงบประมาณ
ข. เพิ่มความโปร่งใส
ค. ทำให้การดำเนินงานมีทิศทางและตรวจสอบได้
ง. ลดบุคลากร
ข้อ 10 หัวใจสำคัญของความสำเร็จของแผนคืออะไร
ก. เทคโนโลยี
ข. เงินทุน
ค. คนและการสนับสนุนจากรัฐ
ง. การเมือง
คลิกเฉลย >>>