
แน่นอนครับ ในชีวิตเราไม่มีใครอยากไม่ประสบความเร็จกันบ้าง ทุกคนล้วนแล้วแต่อยากประสบความสำเร็จทั้งเรืองของการงาน การเงิน ชีวิตส่วนตัว ไม่ว่าอะไร ๆ เราก็อยากให้มันประสบความสำเร็จไปเสียหมด ซึ่งมันเป็นไปได้ยากที่เราจะทำมันได้ในทุก ๆ อย่าง มันจึงจะดีกว่าที่เราจะโฟกัสกับการทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้ประสบความสำเร็จก่อน ซึ่งแน่นอนสิ่งที่เราอยากให้ประสบความสำเร็จอย่างแรกคงหนีไม่พ้นหน้าที่การงาน การทำงานหนักและทำอย่างฉลาดย่อมนำพาเราไปสู่เป้าหมายที่วางไว้แน่นอน
ประสบการณ์ของแต่ละคนจะสอนตัวเองว่าต้องทำอย่างไร สอนให้มองอย่างไร สอนให้คิดอย่างไร แต่ละคนย่อมมีวิธีที่ไม่เหมือนกัน แต่มีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่ระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล โดยที่เว็บไซต์ Entrepreneur ได้แบ่งออกเป็น 5 อย่าง คือ
วอเรนน์ บัฟเฟตต์เคยกล่าวไว้ว่า “ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลมันอยู่ที่คนที่ประสบความสำเร็จมหาศาลเลือกที่จะพูดว่า ‘ไม่’ ต่อกับทุกอย่าง” พูดง่าย ๆ ก็คือเซย์โนต่อสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น มีตติ้ง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สูบพลังงานเป็นอย่างยิ่ง
“จินตนาการเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จทั้งปวง” — Sir Ken Robinson
“The people who talk the most don’t always have the most to say.” การเป็นนักฟังที่ดีจะทำให้เราเข้าใจกับสิ่งนั้น ๆ ได้อย่างถ่องแท้ครับ หรือว่าง่าย ๆ “ฟังในสิ่งที่ผู้พูดไม่ได้พูด”
ยกตัวอย่างของนาย Larry Gelwix ครับ เป็นโค้ชของบทีมรักบี้ทีมหนึ่ง ซึ่งชนะ 418 เกม แพ้ 10 เกมเท่านั้นในรอบ 36 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เขาตั้งคำถามให้นักเล่นกลับไปคิดคือ “ตอนนี้อะไรสำคัญที่สุด” เขาไม่อยากให้ทีมเสียสมาธิไปกับการคิดว่าคู่แข่งทำอะไรอยู่ เขาอยากให้ทีมเล่นในเกมของตัวเองเท่านั้น
ถึงแม้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงดูเหมือนจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ความเล็กน้อยเนี่ยแหละครับที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลด้านการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอย่างที่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะเปลี่ยนได้ขนาดนี้ ทุกอย่างเป็นเรื่องของ Mindset ครับว่าเราเป็นแบบ Fixed หรือ Growth ทุกอย่างขึ้นอยู่กับใจครับ สวัสดีครับ