
วันนี้ (17 สิงหาคม) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. รับทราบการพัฒนากฎหมายเพื่อเร่งรัดให้เกิดรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ดำเนินการพัฒนากฎหมายไปแล้ว ได้แก่
1. จัดทำร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ยื่นคำขอหรือการติดต่อใดๆ ระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐหรือระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกัน สามารถทำโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร
2. จัดทำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 (ระเบียบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์) โดยหน่วยงานของรัฐต้องใช้อีเมลในการสื่อสารเป็นหลัก มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้สามารถพัฒนาต่อยอดไปใช้ในการจัดทำระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้
3. ปรับปรุงกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถดำเนินงานทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดทำร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมให้ทันสมัย 6 ประเด็น) ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงให้บริษัทมหาชนจำกัดและคณะกรรมการบริษัทมหาชนจำกัด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร
4. ปรับปรุงวิธีการเขียนกฎกระทรวงและกฎหมายลำดับรองอื่นให้หน่วยงานของรัฐให้บริการแก่ประชาชนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา 8 และ 9 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายลำดับรองระดับกฎกระทรวงที่ผ่านการพิจารณาทั้งหมด 75 ฉบับ และพร้อมรองรับการดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว
5. จัดทำระบบกลางทางกฎหมาย เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มกลางเกี่ยวกับกฎหมายที่ให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) แก่หน่วยงานของรัฐและประชาชน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 แล้ว สำหรับการดำเนินการระยะถัดไปจะเป็นการขยายการให้บริการข้อมูลกฎหมายทั้งหมดของประเทศ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกรกฎาคม 2565
ที่มา ; CH3ThailandNews
ข่าวเกี่ยวกัน
ครม. เห็นชอบจัดทำระเบียบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้หน่วยงานรัฐต้องใช้ ‘อีเมล’ ในการสื่อสารเป็นหลัก
วันนี้ (17 สิงหาคม) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. รับทราบการพัฒนากฎหมายเพื่อเร่งรัดให้เกิดรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ดำเนินการพัฒนากฎหมายไปแล้ว ได้แก่
1. จัดทำร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ยื่นคำขอหรือการติดต่อใดๆ ระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐหรือระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกัน สามารถทำโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร
2. จัดทำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 (ระเบียบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์) โดยหน่วยงานของรัฐต้องใช้อีเมลในการสื่อสารเป็นหลัก มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้สามารถพัฒนาต่อยอดไปใช้ในการจัดทำระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้
3. ปรับปรุงกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถดำเนินงานทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดทำร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมให้ทันสมัย 6 ประเด็น) ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงให้บริษัทมหาชนจำกัดและคณะกรรมการบริษัทมหาชนจำกัด สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร
4. ปรับปรุงวิธีการเขียนกฎกระทรวงและกฎหมายลำดับรองอื่นให้หน่วยงานของรัฐให้บริการแก่ประชาชนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา 8 และ 9 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายลำดับรองระดับกฎกระทรวงที่ผ่านการพิจารณาทั้งหมด 75 ฉบับ และพร้อมรองรับการดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว
5. จัดทำระบบกลางทางกฎหมาย เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มกลางเกี่ยวกับกฎหมายที่ให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) แก่หน่วยงานของรัฐและประชาชน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 แล้ว สำหรับการดำเนินการระยะถัดไปจะเป็นการขยายการให้บริการข้อมูลกฎหมายทั้งหมดของประเทศ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกรกฎาคม 2565.
ที่มา ; TheStandardNews
คณะรัฐมนตรีรับทราบความคืบหน้าการพัฒนากฎหมายเพื่อขับเคลื่อน “รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government)” โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ดำเนินการสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ (1) การจัดทำร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเปิดทางให้ประชาชนและหน่วยงานรัฐสามารถติดต่อ ยื่นคำขอ และดำเนินงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย (2) การออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดให้ใช้อีเมลเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารราชการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับระบบข้อมูลดิจิทัล (3) การปรับปรุงกฎหมายบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อให้ภาคเอกชนดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ (4) การแก้ไขกฎหมายลำดับรอง เช่น กฎกระทรวง ให้รองรับการให้บริการประชาชนแบบอิเล็กทรอนิกส์ตาม พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ซึ่งมีการปรับแล้ว 75 ฉบับ และ (5) การพัฒนาระบบกลางทางกฎหมายแบบ One Stop Service เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานเข้าถึงข้อมูลกฎหมายได้สะดวก ครบถ้วน และทันสมัย การดำเนินงานทั้งหมดสะท้อนการยกระดับภาครัฐสู่ความโปร่งใส คล่องตัว ลดขั้นตอน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสาธารณะด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของการพัฒนากฎหมายครั้งนี้คือข้อใด
ก. ลดจำนวนข้าราชการ
ข. เพิ่มรายได้ภาครัฐ
ค. ขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล
ง. ควบคุมภาคเอกชน
ข้อ 2 ร่าง พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ มีสาระสำคัญคืออะไร
ก. เพิ่มโทษทางกฎหมาย
ข. ให้ติดต่อราชการผ่านอิเล็กทรอนิกส์ได้
ค. ยกเลิกเอกสารราชการ
ง. ลดงบประมาณรัฐ
ข้อ 3 ระเบียบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์กำหนดให้ใช้สิ่งใดเป็นหลัก
ก. โทรศัพท์
ข. ไปรษณีย์
ค. อีเมล
ง. เอกสารกระดาษ
ข้อ 4 การปรับปรุงกฎหมายบริษัทมหาชนจำกัดมีเป้าหมายใด
ก. เพิ่มภาษี
ข. ให้ดำเนินงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้
ค. ลดจำนวนบริษัท
ง. ควบคุมผู้ถือหุ้น
ข้อ 5 กฎหมายลำดับรองที่ปรับปรุงแล้วจำนวนเท่าใด
ก. 50 ฉบับ
ข. 60 ฉบับ
ค. 75 ฉบับ
ง. 100 ฉบับ
ข้อ 6 ระบบ One Stop Service มีประโยชน์หลักคืออะไร
ก. เพิ่มขั้นตอน
ข. รวมบริการกฎหมายในจุดเดียว
ค. จำกัดข้อมูล
ง. เพิ่มค่าใช้จ่าย
ข้อ 7 หากหน่วยงานไม่ปรับใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะเกิดผลอย่างไร
ก. เพิ่มประสิทธิภาพ
ข. ล่าช้าและไม่สอดคล้องนโยบาย
ค. ลดต้นทุน
ง. เพิ่มความโปร่งใส
ข้อ 8 ข้อใดสะท้อนการบริหารภาครัฐยุคใหม่มากที่สุด
ก. ใช้เอกสารกระดาษ
ข. ลดการใช้เทคโนโลยี
ค. ใช้ระบบดิจิทัลเชื่อมโยงข้อมูล
ง. เพิ่มขั้นตอนอนุมัติ
ข้อ 9 ครูหรือผู้บริหารควรนำแนวคิดนี้ไปใช้ในโรงเรียนอย่างไร
ก. ลดการใช้ ICT
ข. ใช้เอกสารมากขึ้น
ค. พัฒนาระบบงานสารบรรณดิจิทัล
ง. งดใช้เทคโนโลยี
ข้อ 10 ปัจจัยสำคัญที่สุดของความสำเร็จรัฐบาลดิจิทัลคือข้อใด
ก. งบประมาณอย่างเดียว
ข. บุคลากรต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
ค. กฎหมายรองรับและเทคโนโลยี
ง. ลดบริการประชาชน
คลิกเฉลย >>>