สมาชิกเข้าสู่ระบบ

คุก 1 ปี อดีต ผอ.รร. ที่กาฬสินธุ์ ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายเวียงชัย ราชฤทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมภูฮังพัฒนวิทย์ อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ กับพวกทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ รวม 3 ข้อ  

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญาตาม ป.อ.มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2544 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค มีคำพิพากษาว่า นายเวียงชัย ราชฤทธิ์ จำเลยมีความผิด ให้ลงโทษ จำคุก 1 ปี  

การกระทำของจำเลยมีผลให้การจัดสรรบุคลากรและงบประมาณให้สถานศึกษาไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ซึ่งจะทำให้การจัดการศึกษาเป็นไปโดยไม่มีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลตามที่ควรจะเป็น จึงไม่รอการลงโทษ  

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566 ลงมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก 

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

อนึ่งก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนธันวาคม 2559 นายเวียงชัย ราชฤทธิ์ เคยปรากฏเป็นข่าวถูกนายราชัย นามวงศ์ษา พร้อมด้วย นางกฤติกานต์ มาตรงามเมือง และนางสาวสุพัตรา ถวิล ครูโรงเรียนมัธยมภูฮังพัฒนวิทย์ ตำบลดงมูล อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24 เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ต.วสุวัฒน์ หลานวงษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.หนองกุงศรี 

ทั้งหมดให้การระบุว่า นายเวียงชัย ราชฤทธิ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ปฏิบัติหน้าที่ส่อไปในทางทุจริตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ เมื่อปี พ.ศ. 2557 – 2559 ซึ่งมีพฤติการณ์บริหารจัดการโรงเรียนส่อไปในทางทุจริตหลายประการ เช่น ปีการศึกษา 2559 รายงานข้อมูลนักเรียนอันเป็นเท็จต่อต้นสังกัด จำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริงเพียง 172 คน แต่รายงานเป็น 255 คน เกินจำนวนจริง 83 คน เพื่อหวังประโยชน์จากจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น ทำให้ทางราชการต้องสูญเสียงบประมาณกว่า 300,000 บาท ระหว่าง วันที่ 16-23 พฤษภาคม 2557 และระหว่างวันที่ 18-22 พฤษภาคม 2558 ใช้จ่ายเงินอุดหนุนรายหัวทั่วไป ดำเนินการค่าชุดนักเรียนราคาถูกคุณภาพต่ำ บังคับแจกจ่ายให้นักเรียนแทนการจ่ายเงินสดให้กับผู้ปกครอง โดยทำการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของโรงเรียน (เงินอุดหนุนการศึกษา) จำนวนหลายครั้ง แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการตามระบบควบคุมเงินที่ทางราชการกำหนด จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ส่งผลกระทบต่อสิทธิของนักเรียน 

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา 'เวียงชัย ราชฤทธิ์' อดีตผอ.โรงเรียนมัธยมภูฮังพัฒนวิทย์ กาฬสินธุ์ ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ  3 ข้อ  ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 4 พิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา-เคยตกเป็นข่าวถูกแจ้งความร้องทุกข์ทำบัญชีผี เบิกเงินอุดหนุน นร.-แจกชุดนักเรียนราคาถูก 

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 

 

ข่าวเกี่ยวกัน

อื้อฉาว! แจ้งจับ อดีต ผอ.โรงเรียนในจ.กาฬสินธุ์ ปลอมรายชื่อนักเรียน หวังโกงงบ

(4 ธ.ค.) นายราชัย นามวงศ์ษา พร้อมด้วย นางกฤติกานต์ มาตรงามเมือง และนางสาวสุพัตรา ถวิล ครูโรงเรียนมัธยมภูฮังพัฒนวิทย์ ตำบลดงมูล อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24 ได้เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ต.วสุวัฒน์ หลานวงษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.หนองกุงศรี   

ทั้งหมดได้ให้การระบุว่า นายเวียงชัย ราชฤทธิ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ปฏิบัติหน้าที่ส่อไปในทางทุจริตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ เมื่อปี พ.ศ. 2557 – 2559 ซึ่งมีพฤติการณ์บริหารจัดการโรงเรียนส่อไปในทางทุจริตหลายประการ เช่น ปีการศึกษา 2559 รายงานข้อมูลนักเรียนอันเป็นเท็จต่อต้นสังกัด จำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริงเพียง 172 คน แต่รายงานเป็น 255 คน เกินจำนวนจริง 83 คน เพื่อหวังประโยชน์จากจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น ทำให้ทางราชการต้องสูญเสียงบประมาณกว่า 300,000 บาท ระหว่าง วันที่ 16-23 พฤษภาคม 2557 และระหว่างวันที่ 18-22 พฤษภาคม 2558 ใช้จ่ายเงินอุดหนุนรายหัวทั่วไป ดำเนินการค่าชุดนักเรียนราคาถูกคุณภาพต่ำ บังคับแจกจ่ายให้นักเรียนแทนการจ่ายเงินสดให้กับผู้ปกครอง โดยทำการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของโรงเรียน (เงินอุดหนุนการศึกษา) จำนวนหลายครั้ง แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการตามระบบควบคุมเงินที่ทางราชการกำหนด จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ส่งผลกระทบต่อสิทธิของนักเรียน 

ที่มา ; ขอนแก่นลิงค์ 

ข่าวเกี่ยวกัน

คุก 5 ปี! อดีต ผอ.วิทยาลัยอาชีพ ทุจริตเงินค่าเครื่องแบบนักเรียน 

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางวรรณา หรือศศิญา ด้วงสว่าง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพหนองแค อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ทุจริตเงินค่าเครื่องแบบนักเรียนตามโครงการสนับสนุน การจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี 

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 147 , 157 ประกอบมาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษา ว่า  นางวรรณา หรือศศิญา ด้วงสว่าง จำเลย มีความผิดตาม มาตรา 147 จำคุก 5 ปี ให้จำเลยใช้เงิน 71,100 บาท แก่ผู้เสียหาย คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก 

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 ลงมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก  

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท 

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา 'วรรณา หรือศศิญา ด้วงสว่าง' อดีต ผอ.วิทยาลัยอาชีพหนองแค สระบุรี ทุจริตเงินค่าเครื่องแบบนักเรียน ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุก ปี คืนเงิน 71,100 บาท  

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566

เกี่ยวข้องกัน

พิพากษายืน! รอลงอาญาคุก 3 ปี 4 ด. อดีตผอ.รร.เขมราฐฯ สั่งทำความสะอาดบ้านพักเวลาราชการ 

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายวีระศักดิ์ เอกศรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเขมราฐพิทยาคม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี และพวก 2 ราย คือ นาวสาวสุทัศนีย์ ชิณโคตร นายสุรสิทธิ์ มณีสาย หรือนายศริตวรรธน์ สุขีชีวัน ทุจริตสั่งการให้บุคลากรของโรงเรียนเขมราฐพิทยาคม ไปทำความสะอาดบ้านพักส่วนตัวในเวลาราชการ โดยใช้รถยนต์ราชการและน้ำมันเชื้อเพลิงจากงบประมาณของทางราชการ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ.มาตรา 151 , 157 ประกอบมาตรา 83 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่พิพากษาว่า นายวีระศักดิ์ เอกศรี จำเลยที่ 1 นาวสาวสุทัศนีย์ ชิณโคตร จำเลยที่ 2 นายสุรสิทธิ์ มณีสาย หรือนายศริตวรรธน์ สุขีชีวัน จำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 83 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 83

การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 151 ประกอบ มาตรา 83 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90

ลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี และปรับคนละ 100,000 บาท

ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ ตามมาตรา 78 ให้คนละหนึ่งในสาม 

คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 66,666,67 บาท

โทษจำคุกให้รอการ ลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ตามมาตรา 56

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2567 เห็นพ้องด้วยในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ 

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท 

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'วีระศักดิ์ เอกศรี' อดีต ผอ.โรงเรียนเขมราฐพิทยาคม อุบลฯ -พวก ทุจริตสั่งบุคลากรไปทำความสะอาดบ้านพักส่วนตัวในเวลาราชการ-ใช้รถยนต์หลวงน้ำมันเชื้อเพลิงจากงบราชการ ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนรอลงอาญา คุกคนละ 3 ปี 4 เดือน  

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันพุธ ที่ 31 กรกฎาคม 2567

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น