ครูผู้ให้ความรู้ในหลายบทบาทต่างสถานการณ์
หากรับข่าว ครู พี่เลี้ยงเด็ก หรือผู้ช่วยครู ทำร้ายนักเรียนในหลายที่หลายแห่ง ในหลากหลายสถานการณ์ คนวงการครูอาจเข้าใจความหมายของแต่ละคำ ในบทบาทของคนนั้นๆ ได้ แต่คนนอกวงการ หรือผู้ปกครองอาจเข้าใจไม่ตรง คลาดเคลื่อนการสื่อสาร ทำให้มีทัศนคติต่อคนทำหน้าที่ครูผิดไป
หรือหลายท่านอาจเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที เมือถูกเรียก ครู หรือ อาจารย์ หรือท่านวิทยากร เราเป็นอะไรกันแน่ แท้จริงเราก็เป็น “ครู” แต่ทำหน้าที่หลายบทบาท นั่นเอง
วันนี้ จึงขอให้นิยามศัพท์ในกลุ่มคำว่า “ครู” เหมือนกัน แต่ใช้ไม่เหมือนกัน คนละบทบาท มีอะไรบ้าง มาดูกัน
ผู้สอน (Teacher) ; ผู้สอน หรือผู้ให้ความรู้ในระดับอนุบาลถึงมัธยม มาจากคำกริยา “ Teach” ที่แปลว่าอบรม สั่งสอน เหมือนพ่อแม่คนที่สองของเด็กๆ ในรั้วโรงเรียน ปัจจุบันผู้สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนิยมใช้คำว่า ”ครู” ในขณะที่สอนให้ความรู้ระดับอุดมศึกษาเรียก “อาจารย์"
ติวเตอร์ (Tutor) ; ผู้สอนพิเศษนอกเวลาเรียน หรืออาจหมายถึงผู้ที่ช่วยจัดกลุ่มติวก่อนสอบก็ได้
เมนเทอร์ (Mentor) ; ผู้ที่เหมือนเป็พี่เลี้ยง ที่สอน และติดตามอย่างใกล้ชิดในเรื่องงาน ความรู้ความสารถหรือทักษะหนึ่ง
กูรู (Guru) ; คำว่า กูรู (guru) มาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤต คำเดียวกับคำว่า “ครู” ใช้เรียกู้รู้ลึกเป็นพิเศษในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
โค้ช (Coach) ; ผู้ที่ใช้ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ตนเอง มาช่วยแนะนำ ชี้แนะ ผ่านกระบวนการหรือขั้นตอนเพื่อให้คนเปลี่ยนแปลงตนเองไปสู่ความสุข ความสำเร็จ
นักการศึกษา (Educator) ; ผู้ที่วางแผนการศึกษา ให้ความรู้ด้วยวิธีหรือรูปแบบการสอนที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ ไปพร้อมกับการพัฒนาตนเอง
วิทยากร (Instructor) ; ผู้ให้ความรู้ทางหลักการและการปฏิบัติผ่านการบรรยาย หรือการสัมมนา ฝึกอบรมเพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะด้านใดด้านหนึ่ง
ศาสตรจารย์ (Professor) ; ผู้มีความเชี่ยวชาญในศิลปะวิทยาการเฉพาะด้านในระดับสูง จนได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งทางวิชาการหรือมีคุณวุฒิในระดับที่ควรแก้การยกย่อง
ผู้ให้คำแนะนำ (Advisor) ; ผู้ให้คำแนะนำ พร้อมแนะแนวทางในอนาคต เพื่อวางแผนทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
สรุปสาระสำคัญ
บทความนี้อธิบายความแตกต่างของคำที่เกี่ยวข้องกับ “ครู” ซึ่งแม้จะมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่มีบทบาทและหน้าที่ต่างกัน การใช้คำไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะในบริบทข่าวสารที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์วิชาชีพครู
“ครู” หรือผู้สอน (Teacher) ทำหน้าที่ให้ความรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สองของผู้เรียน ขณะที่ “อาจารย์” ใช้ในระดับอุดมศึกษา ส่วน “ติวเตอร์” (Tutor) เป็นผู้สอนเสริมนอกเวลาเรียน “เมนเทอร์” (Mentor) เน้นการดูแล แนะนำ และติดตามอย่างใกล้ชิด “กูรู” (Guru) คือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน “โค้ช” (Coach) มุ่งพัฒนาศักยภาพผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงตนเอง
นอกจากนี้ “นักการศึกษา” (Educator) เน้นการออกแบบและจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย “วิทยากร” (Instructor) ถ่ายทอดความรู้ผ่านการอบรมหรือสัมมนา “ศาสตราจารย์” (Professor) เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในสายวิชาการ และ “ผู้ให้คำแนะนำ” (Advisor) มุ่งให้คำปรึกษาและแนะแนวอนาคต
โดยสรุป บุคลากรทางการศึกษาหนึ่งคนอาจทำหน้าที่ได้หลายบทบาท การเข้าใจความหมายและการใช้คำอย่างถูกต้องจะช่วยให้การสื่อสารชัดเจน และส่งเสริมภาพลักษณ์วิชาชีพครูในสังคม
ข้อสอบ
ข้อ 1 ข้อใดสะท้อนความแตกต่างของ “ครู” กับ “ติวเตอร์” ได้ชัดเจนที่สุด
ก. ครูสอนเฉพาะผู้มีความสามารถพิเศษ
ข. ติวเตอร์สอนในระบบโรงเรียนเท่านั้น
ค. ครูสอนในระบบการศึกษา ส่วนติวเตอร์สอนเสริมนอกเวลา
ง. ทั้งสองมีบทบาทเหมือนกันทุกประการ
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูอยู่ในระบบหลัก ส่วนติวเตอร์เน้นเสริมความรู้เพิ่มเติมนอกเวลา
ข้อ 2 หากต้องการพัฒนาทักษะการทำงานระยะยาวพร้อมการติดตาม ควรเลือกใคร
ก. วิทยากร
ข. เมนเทอร์
ค. กูรู
ง. อาจารย์
เฉลย: ข
เหตุผล: เมนเทอร์เน้นดูแลใกล้ชิดและติดตามพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ข้อ 3 “โค้ช” มีลักษณะเด่นต่างจาก “ผู้ให้คำแนะนำ” อย่างไร
ก. โค้ชไม่ต้องมีประสบการณ์
ข. โค้ชเน้นบอกคำตอบโดยตรง
ค. โค้ชใช้กระบวนการช่วยให้ผู้เรียนค้นพบตนเอง
ง. ไม่มีความแตกต่าง
เฉลย: ค
เหตุผล: โค้ชมุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาและค้นพบศักยภาพด้วยตนเอง
ข้อ 4 ข้อใดเหมาะสมกับบทบาท “วิทยากร” มากที่สุด
ก. สอนนักเรียนในห้องเรียนประจำ
ข. จัดอบรมและบรรยายให้เกิดทักษะเฉพาะด้าน
ค. ดูแลนักเรียนรายบุคคลระยะยาว
ง. วางแผนหลักสูตรทั้งระบบ
เฉลย: ข
เหตุผล: วิทยากรเน้นการถ่ายทอดผ่านการอบรม/สัมมนา
ข้อ 5 หากโรงเรียนต้องการออกแบบการเรียนรู้ใหม่ทั้งระบบ ควรเน้นบทบาทใด
ก. ติวเตอร์
ข. นักการศึกษา
ค. โค้ช
ง. กูรู
เฉลย: ข
เหตุผล: นักการศึกษาเน้นการวางแผนและออกแบบการเรียนรู้
ข้อ 6 “กูรู” เหมาะใช้ในสถานการณ์ใด
ก. การแนะแนวอาชีพทั่วไป
ข. การสอนพื้นฐานในโรงเรียน
ค. การให้ความรู้เชิงลึกเฉพาะด้าน
ง. การจัดกิจกรรมหน้าเสาธง
เฉลย: ค
เหตุผล: กูรูคือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านลึก
ข้อ 7 ข้อใดเป็นปัญหาที่บทความต้องการชี้ให้เห็น
ก. ครูมีจำนวนน้อย
ข. การใช้คำเรียกบทบาทครูคลาดเคลื่อน
ค. นักเรียนไม่สนใจเรียน
ง. หลักสูตรล้าสมัย
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นปัญหาการสื่อสารและความเข้าใจคำไม่ตรงกัน
ข้อ 8 หากผู้บริหารต้องการสร้างภาพลักษณ์องค์กร ควรทำสิ่งใด
ก. ใช้คำเรียกบุคลากรแบบสุ่ม
ข. กำหนดบทบาทและสื่อสารให้ชัดเจน
ค. ลดจำนวนครู
ง. เพิ่มการสอบ
เฉลย: ข
เหตุผล: การสื่อสารชัดเจนช่วยลดความเข้าใจผิด
ข้อ 9 “ศาสตราจารย์” แตกต่างจาก “อาจารย์” อย่างไร
ก. ไม่สอน
ข. เป็นตำแหน่งทางวิชาการระดับสูง
ค. ทำงานเฉพาะโรงเรียน
ง. ไม่มีคุณวุฒิ
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากความเชี่ยวชาญสูง
ข้อ 10 จากบทความ ข้อใดเป็นแนวทางแก้ปัญหาความเข้าใจผิดของสังคม
ก. ลดการใช้คำว่า “ครู”
ข. เพิ่มข่าวสาร
ค. อธิบายบทบาทและใช้คำให้ถูกต้อง
ง. เปลี่ยนหลักสูตร
เฉลย: ค
เหตุผล: การใช้คำให้ถูกต้องช่วยให้สังคมเข้าใจตรงกัน
ความเห็นของผู้ชม