
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลประเด็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ตามที่ตนได้มอบหมายให้ทุกองค์กรหลักและส่วนราชการต่าง ๆ ในสังกัด ศธ. ขับเคลื่อนงานตามนโยบายเร่งด่วน 5 เรื่อง ได้แก่
1) พาน้องกลับมาเรียน ค้นหา ติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา, กศน.ปักหมุด เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาส
2) โรงเรียนคุณภาพ
3) อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ
4) ความปลอดภัยในสถานศึกษา
5) หนี้สินครู เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ภายใต้บริบทสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
การขับเคลื่อนทั้ง 5 เรื่อง ทุกฝ่ายต้องร่วมมือช่วยกันดูแลผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเต็มที่ จึงประสบผลสำเร็จ และเพื่อให้การขับเคลื่อนในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลประเด็นนโยบายเร่งด่วนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วยคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลประเด็นนโยบายเร่งด่วน ระดับเขตตรวจราชการ และคณะกรรมการประสานงานและบริหารจัดการ
คณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลประเด็นนโยบายเร่งด่วน
1.คณะกรรมการอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน กำกับดูแลติดตามการปฏิบัติงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลประเด็นนโยบายเร่งด่วน ระดับเขตตรวจราชการที่ 1 – 18 และเขตตรวจราชการส่วนกลาง (กทม.) ให้บรรลุผลตามนโยบายของ ศธ. และปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน, เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, เลขาธิการสภาการศึกษา, เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นกรรมการ มีหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการและเลขานุการ รวมถึงเป็นประธานคณะกรรมการประสานงานและบริหารจัดการด้วย
2.ระดับเขตตรวจราชการ โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 12 คน เป็นประธานกรรมการ ซึ่งแบ่งตาม 18 เขตตรวจราชการที่แต่ละคนดูแลอยู่ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการลงพื้นที่ติดตาม ประเมินผล และสื่อสารสร้างความเข้าใจใน 5 นโยบายเร่งด่วน โดย ศึกษาธิการภาค และผู้แทนส่วนราชการที่รับผิดชอบนโยบายดังกล่าว ร่วมเป็นคณะกรรมการ และมีสำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล สป.ศธ. เป็นฝ่ายเลขานุการ
ดิฉันได้เน้นย้ำว่า การลงพื้นที่ต้องมีรูปแบบการติดตามที่หลากหลาย เน้นสภาพจริง และไม่เป็นทางการ เพื่อไม่เป็นภาระกับหน่วยงานในพื้นที่ การติดตามต้องเป็นแบบกัลยาณมิตร และรายงานผล กระชับ ตรงประเด็น รวดเร็ว เพื่อสะท้อนสภาพปัจจุบันและแก้ปัญหาได้ตรงจุด ตลอดจนมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อนำไปสู่การสนับสนุน ส่งเสริมและแก้ปัญหา มายังกระทรวงศึกษาธิการ ในระยะแรกตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ คณะกรรมการฯ จะลงพื้นที่ติดตามประเมินผล 5 ประเด็นนโยบายเร่งด่วน โดยมีการติดตามและรายงานผลการติดตามจำนวน 2 ครั้ง คือ หลังเทศกาลสงกรานต์ และก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 เพื่อได้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการโครงการให้มีประสิทธิภาพ และทันเปิดเรียนในเดือนพฤษภาคมนี้
“ตรีนุช เทียนทอง” ผนึกกำลังส่วนกลาง-ภูมิภาค ตั้งทีม 12 ผู้ตรวจราชการกระทรวง ลงพื้นที่ขับเคลื่อน ติดตาม ประเมินผล 5 นโยบายเร่งด่วน มุ่งแก้ปัญหาตรงจุด ตั้งเป้าสรุปผลงานก่อนเปิดเทอม 1/2565
ที่มา ; ศธ 360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลนโยบายเร่งด่วน 5 ประเด็นของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การนำของนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับมือผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และยกระดับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง นโยบายสำคัญประกอบด้วย การพาเด็กตกหล่นกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ การจัดการอาชีวะอยู่ประจำเรียนฟรีมีอาชีพ การเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา และการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
เพื่อให้การดำเนินงานในพื้นที่มีประสิทธิภาพ ศธ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลในหลายระดับ ได้แก่ คณะกรรมการอำนวยการระดับส่วนกลาง และคณะกรรมการระดับเขตตรวจราชการทั้ง 18 เขต โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 12 คนเป็นแกนหลักในการลงพื้นที่ติดตาม ประเมินผล และสื่อสารสร้างความเข้าใจเชิงนโยบาย การติดตามเน้นสภาพจริง ไม่เป็นทางการ และยึดหลักกัลยาณมิตร เพื่อลดภาระหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมรายงานผลอย่างกระชับ รวดเร็ว และนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด โดยตั้งเป้าสรุปผลการดำเนินงานก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
ข้อสอบ
วัตถุประสงค์หลักของการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลนโยบายเร่งด่วน คือข้อใด
ก. เพื่อควบคุมการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่
ข. เพื่อรวบอำนาจการตัดสินใจไว้ที่ส่วนกลาง
ค. เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่
ง. เพื่อเพิ่มขั้นตอนการรายงานผลให้รัดกุม
แนวทางการลงพื้นที่ติดตามนโยบายเร่งด่วนที่รัฐมนตรีเน้นย้ำ สะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. การบริหารแบบสั่งการจากบนลงล่าง
ข. การบริหารเชิงควบคุม
ค. การบริหารเชิงกัลยาณมิตรและยืดหยุ่น
ง. การบริหารตามตัวชี้วัดเชิงปริมาณ
หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวคิดของนโยบาย “พาน้องกลับมาเรียน” ไปใช้ ควรดำเนินการใดจึงสอดคล้องที่สุด
ก. รอการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลาง
ข. สำรวจ ค้นหา และติดตามเด็กตกหล่นเชิงรุก
ค. จัดทำรายงานเสนอเขตพื้นที่เพียงอย่างเดียว
ง. เพิ่มมาตรการลงโทษผู้ไม่มาเรียน
เหตุใดจึงกำหนดให้มีการรายงานผลการติดตาม 2 ครั้ง คือหลังสงกรานต์และก่อนเปิดภาคเรียน
ก. เพื่อเปรียบเทียบผลการทำงานของเขตพื้นที่
ข. เพื่อใช้เป็นข้อมูลลงโทษหน่วยงานที่ล่าช้า
ค. เพื่อสะท้อนปัญหาปัจจุบันและปรับแผนได้ทันเวลา
ง. เพื่อจัดอันดับความสำเร็จของนโยบาย
บทบาทของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการตามบทความ สะท้อนบทบาทใดมากที่สุด
ก. ผู้กำกับควบคุมเชิงกฎหมาย
ข. ผู้ประเมินผลเชิงลงโทษ
ค. ผู้ตรวจสอบเอกสาร
ง. ผู้ประสาน ขับเคลื่อน และสะท้อนปัญหาเชิงนโยบาย
คลิกเฉลย >>>