
องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ข้อมูล ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2563 เกี่ยวกับการเสียชีวิตสิบอันดับแรกของชาวโลกสำหรับปี 2019 (2562) จึงขอนำมาแจ้งให้ทราบ เพราะหลายโรคป้องกันได้
โรคที่เป็นสาเหตุการตายของมนุษย์ เรียงจากอันดับแรก(มากสุด)จนถึงอันดับที่ 10 คือ
นอกจากนี้ WHO ยังแบ่งสาเหตุการเสียชีวิตเป็น 4 กลุ่มประเทศ คือ
เฉพาะกลุ่มประเทศที่มีรายได้ upper middle income (ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มนี้) มีโรค ดังต่อไปนี้
1) ischaemic heart disease 2) stroke 3) chronic obstructivepulmonary disease 4) trachea, bronchus, lung cancers, 5 lower respiratory infection 6) diabetes mellitus7) hypertensive heart disease (โรคความดันโลหิตสูง)8) Alzheimer’s disease and other dementias9) stomach cancer (โรคมะเร็งของกระเพาะอาหาร)10) road injury (อุบัติเหตุบนถนน) ซึ่งมีมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคความดันโลหิตสูง และอุบัติเหตุบนถนนเข้ามาแทนที่โรคไต โรคเด็กแรกเกิด และโรคท้องร่วง
สำหรับโรคหลอดเลือดทั่วร่างกาย (รวมทั้งหัวใจและสมอง) ขาดเลือด มาจากสาเหตุต่างๆ คือ
สำหรับแนวทางป้องกันโรค
ถ้าท่านทำตามนี้อย่างสม่ำเสมอ ท่านจะลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตของโรคต่างๆ เหล่านี้ได้มากทีเดียว สาเหตุการเสียชีวิตของชาวไทยจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขปี 2559 คือ อันดับหนึ่งโรคมะเร็ง และอุบัติเหตุบนถนนและการหกล้ม ไม่อ้วนอย่างเดียวก็สามารถลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้อย่างน้อย 13 ชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม ตับ ลำไส้ใหญ่ ฯลฯ
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์
ที่มา ; แนวหน้า
องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานสาเหตุการเสียชีวิต 10 อันดับแรกของโลก ปี 2019 พบว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นสาเหตุหลัก เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และเบาหวาน ขณะที่โรคติดเชื้อและภาวะในเด็กแรกเกิดยังคงมีผลในบางพื้นที่ โดยประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง เช่น ไทย มีรูปแบบโรคที่เปลี่ยนไป คือมีโรคจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น เช่น ความดันโลหิตสูง มะเร็งกระเพาะอาหาร และอุบัติเหตุบนถนน
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือด ได้แก่ พันธุกรรม เพศ อายุ การสูบบุหรี่ มลพิษ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันสูง โรคอ้วน การไม่ออกกำลังกาย และความเครียด
แนวทางป้องกันเน้นการปรับพฤติกรรม เช่น ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม งดสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนัก ดูแลความดันและระดับน้ำตาล รวมถึงลดความเครียด สำหรับโรคติดเชื้อควรสวมหน้ากากและรักษาสุขอนามัย ส่วนโรคเด็กแรกเกิดต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์
การป้องกันอุบัติเหตุควรขับขี่อย่างปลอดภัย ไม่ดื่มแล้วขับ และใช้อุปกรณ์นิรภัย นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องสามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการควบคุมน้ำหนักที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งหลายชนิด
ข้อ 1 ข้อใดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก
ก. เบาหวาน
ข. โรคหัวใจขาดเลือด
ค. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
ง. โรคไต
เฉลย: ข
เหตุผล: WHO ระบุว่าโรคหัวใจขาดเลือดเป็นอันดับ 1 ของโลก
ข้อ 2 ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศใดตาม WHO
ก. รายได้ต่ำ
ข. รายได้ปานกลางระดับล่าง
ค. รายได้ปานกลางระดับสูง
ง. รายได้สูง
เฉลย: ค
เหตุผล: ไทยจัดอยู่ในกลุ่ม upper middle income
ข้อ 3 ข้อใด “ไม่ใช่” ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือด
ก. สูบบุหรี่
ข. ความเครียด
ค. การฉีดวัคซีน
ง. ไขมันในเลือดสูง
เฉลย: ค
เหตุผล: วัคซีนเป็นการป้องกัน ไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยง
ข้อ 4 เหตุใดประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงจึงมีอุบัติเหตุบนถนนติดอันดับ
ก. ขาดแพทย์
ข. พฤติกรรมเสี่ยงเพิ่มขึ้น
ค. ขาดวัคซีน
ง. ภูมิอากาศเปลี่ยน
เฉลย: ข
เหตุผล: พฤติกรรม เช่น ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ
ข้อ 5 วิธีป้องกันโรคปอดที่สำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. ดื่มน้ำมาก
ข. ไม่สูบบุหรี่
ค. นอนเร็ว
ง. กินวิตามิน
เฉลย: ข
เหตุผล: การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยหลักของโรคปอด
ข้อ 6 การสวมหน้ากากช่วยลดโรคใดได้ชัดเจน
ก. เบาหวาน
ข. ความดันโลหิตสูง
ค. โรคทางเดินหายใจ
ง. โรคไต
เฉลย: ค
เหตุผล: ลดการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ
ข้อ 7 หากต้องลดความเสี่ยงโรค NCDs ควรทำอย่างไร
ก. กินหวานมาก
ข. ไม่ออกกำลังกาย
ค. ควบคุมน้ำหนัก
ง. ดื่มแอลกอฮอล์
เฉลย: ค
เหตุผล: น้ำหนักเกินเพิ่มความเสี่ยงหลายโรค
ข้อ 8 ข้อใดสะท้อนแนวคิด “ป้องกันดีกว่ารักษา”
ก. รักษาเมื่อป่วย
ข. ตรวจเมื่อหนัก
ค. ปรับพฤติกรรมสุขภาพ
ง. ซื้อยาเก็บไว้
เฉลย: ค
เหตุผล: การปรับพฤติกรรมลดโอกาสเกิดโรค
ข้อ 9 การไม่ดื่มแล้วขับสัมพันธ์กับการลดปัญหาใด
ก. โรคหัวใจ
ข. อุบัติเหตุทางถนน
ค. โรคไต
ง. เบาหวาน
เฉลย: ข
เหตุผล: ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรง
ข้อ 10 แนวทางใดช่วยลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม
ก. อยู่คนเดียว
ข. ไม่เรียนรู้สิ่งใหม่
ค. มีกิจกรรมทางสังคม
ง. สูบบุหรี่
เฉลย: ค
เหตุผล: การมีปฏิสัมพันธ์และเรียนรู้ช่วยชะลอสมองเสื่อม