
สพฐ. เดินหน้า ปรับลดการบ้าน-ลดการทดสอบ และปรับวิธีวัดประเมินผล
"อำนาจ"เผยการดำเนินการในรูปแบบนี้เปรียบเหมือน"ห้องเรียนกลับด้าน" ให้เด็กศึกษาความรู้ผ่านอินเตอร์เน็ต นอกห้องเรียน นอกเวลาเรียน ส่วนห้องเรียนจะเป็นการจัดกิจกรรมอื่นๆ โดยเปิดรับฟังความคิดเห็น โรงเรียนแข่งขันสูง 281 แห่ง ที่เน้นวิชาการให้การบ้านหนัก คาดได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ หลังจากนั้นส่งไม้ต่อ สพท. ขับเคลื่อน
นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปรับเรื่องการลดการบ้าน และลดการทดสอบวัดประเมินผลของนักเรียนนั้น ขณะนี้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับข้อสั่งการจาก นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และจะขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเรื่องลดการบ้าน ปรับวิธีการวัดผลและประเมินผล และการลดเวลาเรียนในห้องเรียน ตนได้มอบหมายใหัสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา และสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำรายละเอียดการปรับปรุงแก้ไขแล้ว
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ระหว่างการจัดทำรายละเอียด สพฐ.ได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ร่วมกับโรงเรียนอัตราแข่งขันสูง ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ จำนวน 281 แห่ง เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้ จัดการเรียนการสอนเน้นหนักด้านวิชาการและให้การบ้านค่อนข้างหนัก ดังนั้น สพฐ.จะมาฟังเสียงสะท้อน ว่า หากปรับลดการบ้านโรงเรียนมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและวิเคราะห์ทางออกร่วมกับโรงเรียน โดยตนจะไม่สั่งการอย่างเดียว แต่จะรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนด้วย อย่างไรก็ตาม สพฐ.คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ จากนั้นจะแจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รับทราบสู่แนวทางการปฏิบัติต่อไป
เลขากพฐ.กล่าวอีกว่า เมื่อมีการปรับลดการบ้านและลดชั่วโมงเรียนจะต้องดำเนินการให้สอดรับกับการวัดผลและประเมินผล โดยที่เราจะจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างครบถ้วนได้อย่างไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าการบ้านเด็กจะต้องลดลง เพราะปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กมีอย่างหลากหลายในการค้นหาข้อมูล หากเปรียบเทียบกับสมัยก่อนที่เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้กับครูผู้สอนและหนังสือเรียนเท่านั้น สำหรับการปรับลดการบ้านเบื้องต้น เราวางโครงสร้างลักษณะอยากจะให้เด็กเรียนรู้และทำแบบฝึกหัดในห้องเรียน และมอบหมายให้เด็กไปค้นคว้าหาความรู้ เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับการเรียนในวันถัดไปมากกว่า ส่วนข้อสอบจะเป็นอัตนัย และใช้การประเมินผลจากกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งการดำเนินการในรูปแบบนี้เปรียบเหมือนกับห้องเรียนกลับด้าน เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนศึกษาความรู้ผ่านอินเตอร์เน็ต นอกห้องเรียน นอกเวลาเรียน ส่วนในห้องเรียนจะเป็นการจัดกิจกรรมอื่นๆ แทนที่ส่งเสริมการเรียนรู้
ที่มา ; ไทยโพสต์ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายลดการบ้าน ลดการทดสอบ และปรับรูปแบบการวัดและประเมินผลของผู้เรียน ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ โดยแนวคิดสำคัญคือการพัฒนาให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเด็กสามารถเข้าถึงความรู้ได้หลากหลายผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องพึ่งการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว
แนวทางที่กำลังดำเนินการคือ “ห้องเรียนกลับด้าน” (Flipped Classroom) โดยให้นักเรียนศึกษาความรู้ล่วงหน้าจากแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน แล้วนำมาใช้ทำกิจกรรม วิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนในชั้นเรียนแทนการบรรยายแบบเดิม รวมทั้งลดการให้การบ้าน และเน้นการทำแบบฝึกหัดในชั้นเรียนมากขึ้น
สพฐ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากโรงเรียนแข่งขันสูงจำนวน 281 แห่ง ซึ่งมีภาระการบ้านและเน้นวิชาการสูง เพื่อร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสม โดยยืนยันว่าจะไม่ใช่การสั่งการฝ่ายเดียว แต่ใช้การมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทาง
ในอนาคตการประเมินผลจะเปลี่ยนไป โดยลดข้อสอบแบบท่องจำ และเพิ่มการประเมินจากกิจกรรม การคิดวิเคราะห์ และผลงานผู้เรียน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริงและเหมาะกับบริบทปัจจุบัน ก่อนจะส่งต่อแนวทางให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
แนวคิดหลักของนโยบาย สพฐ. คือข้อใด
ก. เพิ่มการสอบมาตรฐานทุกระดับ
ข. ลดการบ้านและปรับการวัดประเมินผล
ค. เพิ่มชั่วโมงเรียนในห้องเรียน
ง. เน้นการท่องจำเป็นหลัก
เฉลย: ข เหตุผล: นโยบายมุ่งลดการบ้านและปรับวิธีประเมินให้เหมาะกับการเรียนรู้ยุคใหม่
“ห้องเรียนกลับด้าน” หมายถึงข้อใด
ก. ครูสอนทั้งหมดในห้องเรียน
ข. นักเรียนเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ตก่อน แล้วมาทำกิจกรรมในห้องเรียน
ค. นักเรียนไม่ต้องเรียนในห้องเรียน
ง. ครูให้การบ้านจำนวนมากขึ้น
เฉลย: ข เหตุผล: เน้นศึกษานอกห้องเรียนแล้วใช้เวลาในห้องทำกิจกรรม
เหตุผลสำคัญในการลดการบ้านคือข้อใด
ก. ลดภาระครู
ข. เด็กสามารถเรียนรู้จากแหล่งอื่นได้หลากหลาย
ค. ลดงบประมาณโรงเรียน
ง. ลดจำนวนครู
เฉลย: ข เหตุผล: เด็กเข้าถึงความรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ได้มากขึ้น
โรงเรียนที่ สพฐ. รับฟังความคิดเห็นเป็นลักษณะใด
ก. โรงเรียนขนาดเล็ก
ข. โรงเรียนประถมในชนบท
ค. โรงเรียนแข่งขันสูง 281 แห่ง
ง. โรงเรียนเอกชนทั้งหมด
เฉลย: ค เหตุผล: เน้นโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงและภาระวิชาการมาก
บทบาทของ สพฐ. ในการดำเนินนโยบายคือข้อใด
ก. สั่งการโดยตรง
ข. ไม่เกี่ยวข้อง
ค. รับฟังและร่วมวิเคราะห์กับโรงเรียน
ง. ให้โรงเรียนดำเนินการเองทั้งหมด
เฉลย: ค เหตุผล: เน้นการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็น
การประเมินผลใหม่จะเน้นสิ่งใดมากขึ้น
ก. การท่องจำ
ข. คะแนนสอบอย่างเดียว
ค. กิจกรรมและการคิดวิเคราะห์
ง. การสอบปลายภาคเท่านั้น
เฉลย: ค เหตุผล: เน้นการคิดวิเคราะห์และผลงานจากกิจกรรม
การลดการบ้านควรส่งผลให้เกิดสิ่งใดในชั้นเรียน
ก. เพิ่มการบรรยายของครู
ข. เพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน
ค. ลดเวลาเรียนทั้งหมด
ง. งดการเรียนการสอน
เฉลย: ข เหตุผล: เน้นใช้เวลาในห้องเรียนทำกิจกรรมแทนการบ้าน
บทบาทของอินเทอร์เน็ตในแนวคิดนี้คืออะไร
ก. ใช้เฉพาะในห้องคอมพิวเตอร์
ข. เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน
ค. ใช้แทนครูทั้งหมด
ง. ใช้เฉพาะทำแบบทดสอบ
เฉลย: ข เหตุผล: เป็นแหล่งเรียนรู้ก่อนเข้าเรียน
การเปลี่ยนแปลงนี้มุ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้แบบใด
ก. ศตวรรษที่ 18
ข. ศตวรรษที่ 19
ค. ศตวรรษที่ 21
ง. ศตวรรษที่ 20
เฉลย: ค เหตุผล: เน้นทักษะการเรียนรู้ยุคใหม่และเทคโนโลยี
หลังจากได้ข้อสรุป สพฐ. จะดำเนินการอย่างไร
ก. ยกเลิกนโยบาย
ข. ส่งต่อให้ สพท. ขับเคลื่อน
ค. ทดลองเฉพาะบางโรงเรียน
ง. หยุดดำเนินการทั้งหมด
เฉลย: ข เหตุผล: ส่งต่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานำไปปฏิบัติ