สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M188_สภาการศึกษาเปิดเวที เผยผลการเรียนรู้ของเด็กไทยในยุค COVID - 19

วันนี้ (๒๘ มกราคม ๒๕๖๕) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุมสัมมนา OEC Talks ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เรื่อง ผลการเรียนรู้ของเด็กไทยในสถานการณ์โควิด - ๑๙ : ข้อค้นพบ และข้อเสนอเพื่อการพัฒนา ผ่านเครือข่ายระบบออนไลน์ ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) มอบนโยบายและปาฐกถาพิเศษ โดยเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.อรรถพล สังขวาสี) พร้อมคณะผู้บริหาร สกศ. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารการศึกษา นักวิชาการ ครูผู้สอน ประชาชนที่สนใจตลอดจนสื่อมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางออนไลน์ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) ถ่ายทอดสดผ่านสื่อดิจิทัล Facebook live และ YouTube : OEC News สภาการศึกษา แลกเปลี่ยนข้อวิพากษ์จากผู้ติดตามชมผ่าน Inbox message ต่อยอดแนวทางพัฒนาการศึกษาสู่คุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนในอนาคต 

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างพิธีเปิดว่า สถานการณ์โควิด - ๑๙ ทำให้เกิดการถดถอยทางการเรียนรู้จากหลายปัจจัย ครู นักเรียน และผู้ปกครอง จึงต้องปรับตัวสู่ยุค New Normal รวมถึงฟื้นฟูคุณภาพการเรียนการสอน การประชุมครั้งนี้มุ่งหาทางออกจากการเสียโอกาสในการเรียนรู้ ที่ทำให้เด็กอาจสูญเสียโอกาสในการพัฒนาตามช่วงวัย จึงควรใช้ Digital Devices ขยายโอกาสทางการศึกษาเข้าถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ตอบโจทย์การเรียนรู้ในมิติต่าง ๆ และเกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง 

สำหรับการประชุมสัมมนาครั้งนี้ มีการเสนอผลการศึกษาเพื่อสะท้อนสภาพการณ์และสาเหตุภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของเด็กไทยในสถานการณ์โควิด - ๑๙ ผ่านการนำเสนอและแลกเปลี่ยนแนวคิดจาก รศ.ดร. อิทธิพัทธ์ สุวทันพรกูล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายอาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร นายปิลัทธ์ อุดมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาตาก เขต ๒ ดร.ปิ่นทอง ใจสุทธิ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขุนสมุทรไทย จ.สมุทรปราการ และนางสาวณัชชาวีล์ วาณิชย์สุรางค์ ผู้ดำเนินรายการ ที่ร่วมผสานความคิดการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กไทย 

ผลการศึกษาพบว่า การจัดการเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ มีการปรับเปลี่ยนนโยบาย การบริหารจัดการ และการวัดและประเมินผลของสถานศึกษา ส่งผลให้มีการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีในการเรียนการสอนอย่างหลากหลายเพื่อเข้าถึงผู้เรียนให้มากที่สุด โดยมีแนวทางการลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้สู่การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนี้

          ๑) การสร้างแรงจูงใจและเสริมสร้างการเรียนรู้แบบนำตนเอง ครูผู้สอนและผู้ปกครอง ควรกระตุ้นการเรียนรู้และเสริมแรงให้แก่ผู้เรียนอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

          ๒) การพัฒนาเทคนิคการจัดการเรียนรู้ของครู  

          ๓) การปรับเนื้อหา ลดภาระงานนักเรียน ตลอดจนการสร้างเจตคติและแรงจูงใจที่ดีในการเรียน

          ๔) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน ผู้ปกครองและครู และ

          ๕) การจัดสภาพที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ สื่อและเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดีและมีคุณภาพต่อไป 

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อเสนอ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยในสถานการณ์โควิด-๑๙ การเตรียมความพร้อมทักษะที่จำเป็นในอนาคต เพื่อรองรับทรัพยากรที่จะเข้ามาช่วยการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอน ๕ รูปแบบ คือ On-Site, On-Air, Online, On Demand และ On Hand ส่งเสริมการเรียนรู้แบบนำตนเองให้แก่นักเรียน ครูผู้สอน และผู้ปกครอง ควรเสริมสร้างการเรียนรู้แบบนำตนเองให้แก่ผู้เรียนด้วยการกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจ สอนให้ผู้เรียนรู้วิธีการเรียนรู้ และเสริมแรงให้แก่ผู้เรียนอยู่เสมอเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 

สรุปสาระสำคัญ 

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมสัมมนา OEC Talks ครั้งที่ 1/2565 เรื่อง “ผลการเรียนรู้ของเด็กไทยในสถานการณ์โควิด-19” เพื่อสะท้อนสถานการณ์ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) และหาแนวทางพัฒนาคุณภาพการศึกษาในอนาคต โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการชี้ว่า โควิด-19 ส่งผลให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองต้องปรับตัวสู่ยุค New Normal และจำเป็นต้องฟื้นฟูโอกาสการเรียนรู้ของเด็กอย่างเร่งด่วน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขยายโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง 

ผลการศึกษาพบว่า สถานศึกษามีการปรับนโยบาย การบริหารจัดการ และการวัดประเมินผล พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้หลากหลายรูปแบบ เพื่อเข้าถึงผู้เรียนมากที่สุด แนวทางลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ประกอบด้วย การสร้างแรงจูงใจและการเรียนรู้แบบนำตนเอง การพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ของครู การปรับเนื้อหาและลดภาระผู้เรียน การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างครู ผู้ปกครอง และนักเรียน รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมและความพร้อมด้านอุปกรณ์ สื่อ และเทคโนโลยี ควบคู่กับการจัดการเรียนรู้ 5 รูปแบบ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ 

ข้อ 1

สาระสำคัญที่สุดของการจัดประชุม OEC Talks ครั้งนี้คือข้อใด
ก. การรายงานผลการใช้เทคโนโลยีในโรงเรียน
ข. การสะท้อนปัญหาโควิดและกำหนดแนวทางฟื้นฟูการเรียนรู้ของเด็กไทย
ค. การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ
ง. การกำหนดหลักสูตรใหม่หลังโควิด-19
 

 

ข้อ 2  

หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการแก้ปัญหา Learning Loss อย่างยั่งยืน แนวทางใดสอดคล้องกับบทความมากที่สุด
ก. เพิ่มเวลาเรียนชดเชยให้ครบตามหลักสูตร
ข. เน้นการสอบปลายภาคเพื่อควบคุมคุณภาพ
ค. ใช้เทคโนโลยีควบคู่การสร้างแรงจูงใจและการเรียนรู้แบบนำตนเอง
ง. ลดการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
 

 

ข้อ 3  

ข้อใดสะท้อนบทบาทของ “ครู” ในสถานการณ์โควิด-19 ตามบทความได้ชัดเจนที่สุด
ก. เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ผ่านสื่อออนไลน์
ข. เป็นผู้ควบคุมการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างใกล้ชิด
ค. เป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้และเสริมแรงให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง
ง. เป็นผู้ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นหลัก

ข้อ 4  

สถานศึกษาที่มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต ควรตัดสินใจจัดการเรียนรู้รูปแบบใดจึงเหมาะสมที่สุด
ก. Online เพียงรูปแบบเดียว
ข. On-Site ควบคู่ On Hand
ค. On-Air เท่านั้น
ง. On Demand เป็นหลัก

ข้อ 5 

ข้อใดเป็น “บทเรียนเชิงนโยบาย” ที่ผู้บริหารการศึกษาควรนำไปใช้จากบทความนี้
ก. การเรียนรู้คุณภาพขึ้นอยู่กับหลักสูตรเป็นสำคัญ
ข. เทคโนโลยีสามารถแก้ปัญหาการเรียนรู้ได้ทั้งหมด
ค. การมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง และนักเรียนเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพการเรียนรู้
ง. ควรใช้รูปแบบการเรียนรู้เพียงรูปแบบเดียวเพื่อความชัดเจน

ข้อ 6  

วัตถุประสงค์เชิงนโยบายที่ซ่อนอยู่ของการจัด OEC Talks คือข้อใด
ก. รายงานผลกระทบโควิดในเชิงสถิติ
ข. สื่อสารนโยบายและสร้างฉันทามติการพัฒนาการเรียนรู้
ค. ประเมินสมรรถนะครูทั่วประเทศ
ง. ควบคุมมาตรฐานการเรียนออนไลน์

ข้อ 7  

ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ตามบทความมีลักษณะใดเด่นที่สุด
ก. คะแนนสอบลดลงเท่านั้น
ข. การขาดโอกาสพัฒนาตามช่วงวัย
ค. การขาดแคลนครูผู้สอน
ง. การใช้เทคโนโลยีมากเกินไป

ข้อ 8  

แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ในบทความ สะท้อนมิติใดมากที่สุด
ก. ประสิทธิภาพ
ข. ความคุ้มค่า
ค. ความเสมอภาค
ง. ความเป็นเลิศ

ข้อ 9 

หากโรงเรียนต้องเลือกมาตรการเร่งด่วนเพื่อลด Learning Loss ควรเริ่มจากข้อใดก่อน
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียน
ข. ปรับการวัดและประเมินผล
ค. ปรับหลักสูตรแกนกลาง
ง. สอบวัดผลระดับชาติ

ข้อ 10 

ข้อใดเป็น “หัวใจ” ของการเรียนรู้แบบนำตนเอง (Self-directed Learning)
ก. การเรียนตามแผนที่ครูกำหนด
ข. การเรียนรู้จากสื่อออนไลน์
ค. การรู้จักตั้งเป้าหมายและประเมินตนเอง
ง. การเรียนแบบไม่มีครู

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม