สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M036_คาดสภาฯถก พ.ร.บ.การศึกษาชาติ หลังกฤษฏีกาหลอมร่างฯกม.หลายฉบับ

เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการพิจารณาความสอดคล้องของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งฃชาติ พ.ศ. ฉบับที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นผู้เสนอและฉบับที่ตัวแทนภาคประชาชนเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและสมัชชาเครือข่ายครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย เป็นผู้เสนอ โดย ครม.ได้เสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาเพื่อพิจารณาแล้วนั้น ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฏีกา ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้มีการนำร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ เปิดรับฟังความคิดเห็น เพื่อที่จะนำข้อเสนอแนะของทั้ง 2 ร่าง มาบูรณาการปรับปรุงและทำให้ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ มีความสอดคล้องกับทั้ง 2 ร่างพ.ร.บ.ที่เสนอเข้ามา 
ทั้งนี้ในส่วนของการปรับปรุงแก้ไขก็จะมีการรับฟังความเห็นจากผู้ที่นำเสนอร่างฯ ทั้ง 2 ฉบับด้วย ว่า มีเรื่องใดที่สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียว และมีเรื่องใดที่ขัดแย้ง ในลักษณะไหน และจะขับเคลื่อนไปด้วยแนวทางใด ให้เหมาะสมกับการทำงานขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศในอนาคตต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผมคาดว่ากระบวนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ของคณะกรรมการกฤษฏีกา น่าจะเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อที่จะเตรียมนำเข้าพิจารณา ในการประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปี 2564 ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ สกศ.ได้ติดตามกระบวนการยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ อย่างต่อเนื่องตามนโยบายของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รักษาการ รมว.ศธ. ที่ต้องการให้ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ สามารถประกาศใช้ได้ภายในปีนี้เลขาฯ สกศ.กล่าว 

ที่มา ; ไทยโพสต์ 08 มีนาคม พ.ศ. 2564

สรุปสาระสำคัญ

เลขาธิการสภาการศึกษาเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาความสอดคล้องของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเสนอ และฉบับจากภาคประชาชน โดยได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ซึ่งมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อนำข้อเสนอแนะมาบูรณาการให้เกิดร่างกฎหมายที่สอดคล้อง ครอบคลุม และเหมาะสมต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศในอนาคต

กระบวนการดังกล่าวเน้นการวิเคราะห์จุดร่วมและจุดต่างของทั้งสองร่าง เพื่อหาทิศทางที่เหมาะสมในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา โดยยังคงเปิดโอกาสให้ผู้เสนอร่างทั้งสองฝ่ายมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและข้อคิดเห็นเพิ่มเติม อันสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ คาดว่าการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาจะแล้วเสร็จภายใน 1–2 เดือน เพื่อเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในสมัยประชุมสามัญ โดยมีเป้าหมายให้สามารถประกาศใช้กฎหมายได้ภายในปีเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการเร่งผลักดันการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศ

ข้อสอบ

ข้อ 1 จุดมุ่งหมายหลักของการเปิดรับฟังความคิดเห็นคือข้อใด
ก. เพื่อลดระยะเวลาการออกกฎหมาย
ข. เพื่อสร้างความขัดแย้งทางความคิด
ค. เพื่อบูรณาการข้อเสนอจากหลายฝ่าย
ง. เพื่อให้รัฐบาลตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว

ข้อ 2 หน่วยงานใดมีบทบาทพิจารณาร่างกฎหมายในขั้นตอนนี้
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. คณะกรรมการกฤษฎีกา
ค. รัฐสภา
ง. สำนักนายกรัฐมนตรี

ข้อ 3 แนวคิดสำคัญของกระบวนการนี้คือข้อใด
ก. การรวมศูนย์อำนาจ
ข. การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
ค. การตัดสินใจแบบเร่งด่วน
ง. การลดบทบาทประชาชน

ข้อ 4 หากร่างกฎหมายมีความขัดแย้ง ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เลือกใช้เพียงฉบับเดียว
ข. ยกเลิกทั้งสองฉบับ
ค. วิเคราะห์และหาทางบูรณาการ
ง. ชะลอโดยไม่มีกำหนด

ข้อ 5 เป้าหมายสำคัญของการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. คืออะไร
ก. เพิ่มอำนาจรัฐ
ข. ลดงบประมาณ
ค. ให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ
ง. ลดบทบาทครู

ข้อ 6 บทบาทของผู้เสนอร่างทั้งสองฝ่ายคือข้อใด
ก. ไม่มีบทบาทเพิ่มเติม
ข. ให้ข้อมูลและความคิดเห็น
ค. เป็นผู้ตัดสินสุดท้าย
ง. ยกเลิกร่างของตน

ข้อ 7 ระยะเวลาที่คาดว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จคือข้อใด
ก. 1 สัปดาห์
ข. 1–2 เดือน
ค. 6 เดือน
ง. 1 ปี

ข้อ 8 ขั้นตอนถัดไปหลังจากกฤษฎีกาพิจารณาเสร็จคือข้อใด
ก. ประกาศใช้ทันที
ข. ส่งให้ประชาชนลงคะแนน
ค. เสนอรัฐสภาพิจารณา
ง. ส่งให้ศาลตัดสิน

ข้อ 9 นโยบายของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นสิ่งใด
ก. ลดจำนวนโรงเรียน
ข. เร่งประกาศใช้กฎหมาย
ค. เพิ่มการสอบแข่งขัน
ง. ยกเลิกหลักสูตร

ข้อ 10 หากนำแนวคิดนี้ไปใช้ในสถานศึกษา ควรทำอย่างไร
ก. ให้ผู้บริหารตัดสินใจลำพัง
ข. เปิดรับความคิดเห็นจากครูและชุมชน
ค. ใช้คำสั่งจากส่วนกลางเท่านั้น
ง. ลดการมีส่วนร่วม

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม